IT & Digital

เมโทรซิสเต็มส์ฯ ลุย 3D Printing ปฏิวัติอุตสาหกรรม

หลังประกาศทรานฟอร์มอย่างเป็นทางการไปไม่นาน บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีที่มีอายุกว่า 30 ปี  เดินเครื่องเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ  “HP Jet Fusion 3D Printing” เครื่องแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำสู่เมืองไทย ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแห่งแรกของเอชพี อิงค์ ในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก รับยุคไทยแลนด์ 4.0

 

ธงชัย-หล่ำวีระกุล

ธงชัย หล่ำวีระกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจดิจิตอลพริ้นติ้ง บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า หลังจากที่ทรานฟอร์มมาตลอดจนมาตกผลึกที่ธุรกิจพริ้นติ้งจากเดิมที่เคยขายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่มีมูลค่าเพิ่มจึงเปลี่ยนเป็นดิจิตอลพริ้นติ้งจนปัจจุบัน โดยรายได้หลักมาจาก 3 ช่องทางคือ คอนแทร็ค เซอร์วิส และขาย ซึ่งฟิวเจอร์บิสสิเนสคือ 3D

ล่าสุด ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท เอชพี อิงค์ ซึ่งเป็นคู่ค้ามากว่า 20 ปี ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องพิมพ์ 3 มิติของ เอชพี เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และเอเชียแปซิฟิก และ ได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์ 3 มิติ “HP Jet Fusion 3D Printing” เครื่องแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อให้เป็นศูนย์สาธิตเทคโนโลยีล่าสุดที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำของ “HP Jet Fusion 3D Printing” ได้อย่างใกล้ชิดซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา สามารถรองรับการพัฒนางานด้านการพิมพ์ต้นแบบชิ้นงานแบบ 3 มิติ ช่วยต่อยอดธุรกิจการออกแบบในภาคอุตสาหกรรมให้มีกระบวนการผลิตชิ้นงาน 3 มิติที่สมบูรณ์

แนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบเปิดในตัวอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของเอชพี จะช่วยเมโทรซิสเต็มส์ฯ ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านซอฟต์แวร์ 3 มิติ ในการจัดงาน “HP Jet Fusion 3D Printing – The NEW era of Manufacturing and Prototyping” เพื่อแนะนำโซลูชันใหม่ล่าสุดที่จะมาปฏิวัติรูปแบบใหม่ของการสร้างต้นแบบและผลิตชิ้นงานที่สามารถใช้ได้จริงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

 

3D พริ้นติ้ง

ลักษณะการทำตลาดของเมโทรซิสเต็มส์คือ จะเน้นทั้งการขายเครื่องและรับจ้างผลิต โดยในช่วงปีแรกๆ จะให้น้ำหนักไปที่การรับจ้างผลิตมากกว่า 50% เนื่องจากราคาที่สูง โดยกลุ่มเป้าหมายหลักอาทิ ธุรกิจยานยนต์ เฮล์ทแคร์ เป็นต้น

ธงชัย มองว่า  3Dจะถือเป็นการปรับเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจการพิมพ์ให้เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สามารถนำสินค้าต้นแบบเพื่อนำไปผลิตได้อีก เมื่อก่อนต้องใช้ โม ผลิตเป็นเดือนกว่าจะได้แถมมีการแก้ไขตลอดเวลา แต่พอใช้ 3Dลดระยะเวลาเหลือเป็นวัน  จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล 3D พริ้นติ้งถือเป็นจิกซอว์ช่วยเติมเต็มให้มีสินค้าหลากหลายขึ้น

ด้านกฤษฎา พันธุ์ลำใย ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจดิจิตอลพริ้นติ้ง บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “HP Jet Fusion 3D Printing” มีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยการพิมพ์งานที่เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบ 3 มิติยี่ห้ออื่นถึง 10 เท่า1 ทั้งเป็นเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดสูง และมีความสามารถในการผลิตชิ้นงานสามมิติที่มีความซับซ้อน แพลตฟอร์มด้านการพิมพ์งานสามมิติของเอชพี นับเป็นวิสัยทัศน์ก้าวแรกของเอชพีในการเข้าสูยุคใหม่ของการพิมพ์งาน 3 มิติ เพื่อส่งต่อแนวการปรับปรุงที่สำคัญในเรื่องความเร็ว คุณภาพ และต้นทุนค่าใช้จ่าย เพื่อต่อกรกับโซลูชันที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ ด้วยการพิมพ์ชิ้นงานซึ่งใช้ได้จริงด้วยความละเอียดคมชัดในระดับว็อกเซล (Voxel) เป็นครั้งแรก (ว็อกเซลในงานพิมพ์ 3 มิติเท่ากับพิกเซลในงานพิมพ์ 2 มิติที่มีอยู่เดิม) โซลูชันเอชพีพร้อมนำเสนอลูกค้าถึงความสามารถที่ไม่เคยมีมาก่อนในการปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของชิ้นงาน และส่งต่อการผลิตชิ้นงานได้ตามความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน (Mass Customization)

เมโทรซิสเต็มส์

แพลตฟอร์มการพิมพ์แบบ 3 มิติของเอชพีโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้านความสามารถการพิมพ์ที่มากกว่า 340 ล้านว็อกเซลต่อวินาที เมื่อเทียบกับการพิมพ์หนึ่งจุดต่อครั้ง ทำให้การผลิตเชิงอุตสาหกรรม หรือ การพัฒนาต้นแบบสามารถผลิตชิ้นงานที่นำไปใช้ได้จริงได้รวดเร็วขึ้นอีกทั้งยังประหยัดต้นทุน ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตมีการแข่งขันสูง มีมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้านเหรียญ และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยประมาณการว่าตั้งแต่ปี 2556 – 2564 จะเติบโตถึง 30%

เครื่องพิมพ์ HP Jet Fusion 3D 4200 ซึ่งพร้อมนำเสนอผ่านเมโทรซิสเต็มส์ฯ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการในการผลิตชิ้นงานต้นแบบ และเป็นการผลิตที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ ด้วยประสิทธิภาพในการผลิตสูง สามารถตอบโจทย์ความต้องการชิ้นงานสำเร็จภายในวันเดียว และในราคาต่อชิ้นงานที่ถูกที่สุด โดยเครื่องพิมพ์ HP Jet Fusion 3D 4200 ได้นำเสนอ

  • กระบวนการพิมพ์โดยใช้ Multi-Agent ให้ความแม่นยำเชิงมิติ ตลอดจนรายละเอียดชิ้นงานที่ประณีต
  • ลดต้นทุนประกอบการ
  • ฐานกระบวนการผลิตพร้อมระบบระบายความร้อนจากชิ้นงาน เพื่อปรับปรุงความเร็วของระยะเวลาการผลิตต่อชิ้นงานแบบครบวงจร
  • โหมดการพิมพ์ขั้นสูง และโหมดการพิมพ์ที่กำหนดได้เองเพื่อควบคุมการใช้งาน ความแม่นยำ และความเร็ว

เมโทรซิสเต็มส์

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี 3D พริ้นติ้ง มาใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมส่งผลดีกับธุรกิจในด้านความรวดเร็ว ลดต้นทุน และคุณภาพ รองรับโลกดิจิตอลแต่ต้องยอมรับว่าในข้อดีก็มีข้อจำกัดเช่นกัน  เนื่องจากระบบ  3Dพริ้นติ้ง มีราคาค่อนข้างสูงมาก ตกราคาเครื่องละ 10 ล้านบาท อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในแง่ความทนทานและความคงทนของชิ้นงาน รวมถึงความเร็วที่สามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นในอนาคต  ขณะที่ผู้บริโภค Customize มากขึ้น นั่นคือ  ผู้บริโภคต้องการความหลากหลาย
นี่คืออีกหนึ่ง Disruption  ของเมโทรซิสเต็มส์ฯและเอชพีในตลาด 3D พริ้นติ้ง ซึ่งเป็นของใหม่ที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกพักใหญ่ๆ แต่แอบเชื่อว่า อีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า อาจจะได้เห็น 3D พริ้นติ้งเข้าไปอยู่ในทุกครัวเรือนก็เป็นได้

 

Related Articles

Back to top button