Columnist

เปิดร้านธุรกิจขายของออนไลน์ ไม่ใช่อยากขายอะไรก็โพสต์

เปิดร้านธุรกิจขายของออนไลน์
ไม่ใช่อยากขายอะไรก็โพสต์

โดย…ธนก บังผล

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันไปแทบจะทุกอย่าง เปิดเฟซบุ๊ก เปิดอินสตาแกรม ก็จะพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าเร่เอาสินค้าต่างๆทั้ง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สบู่ที่สรรพคุณขาวแล้วขาวอีก ฯลฯ

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการนำสินค้าไปซื้อขายกันในเว็บไซต์ จนมีการสั่งซื้อกันอย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่านอกจากจะมีตลาดนัดกันทั่วทุกมุมเมืองแล้วเปิดเฟซบุ๊ก เปิดอินเตอร์เน็ต ก็ยังเจอสารพัดร้านขายของ

ที่เปิดๆกันนั้น จริงๆแล้วมีความผิด ไม่ใช่ใครนึกอยากจะขายอะไรก็เอามาโพสต์ เอามารีวิวกันเยอะแยะไปหมด ล่าสุดมีกฎหมายที่ออกมาแล้วต้องรู้ เพราะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากฝ่าฝืนกรณีไม่ติดราคาสินค้า แล้วให้ “inbox” สอบถามราคากับผู้ขายโดยตรง

กฎหมายฉบับนี้ เป็นประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2560 เรื่องการแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าและบริการ ผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือออนไลน์ มาตรา 9 (5) มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ พ.ศ.2542

ใจความหลักๆสำคัญของกฎหมาย ให้ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ผ่านระบบพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ แสดงราคาจำหน่าย ค่าบริการ รวมถึงประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ โดยการเขียน พิมพ์ หรือกระทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่นใดในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบออนไลน์ของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ในลักษณะที่ชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย อ่านง่าย การแสดงราคาต้องมีตัวเลขอารบิคอยู่ด้วย สำหรับข้อความต้องเป็นภาษาไทย แต่จะมีภาษาอื่นด้วยก็ได้

ในกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากราคาจำหน่าย อาทิ ค่าขนส่ง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องแสดงค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน ครบถ้วนและเปิดเผย

หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 นอกจากนี้ผู้ที่ร้องเรียนแจ้งเบาะแส ก็มีสิทธิได้รับสินบนนำจับ 25% ของยอดปรับที่เจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ โดยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน

ไม่เพียงแต่ห้ามอินบ็อกซ์เท่านั้น หากนำข้อความในอินบ๊อกซ์มาเผยแพร่ก็อาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย

มีคนถามว่าทำไมแม่ค้าชอบให้ถามราคาในอินบ็อกซ์ คำตอบคือเพื่อปกปิดราคาที่ซื้อต่อมาขาย สามารถโก่งราคา หรือลดราคาเพื่อดึงลูกค้า โดยไม่ให้คนอื่นรู้

การขายของออนไลน์นั้นสะดวก ง่าย แค่โพสต์สินค้าที่จะขาย ไม่เหมือนเปิดร้านที่ต้องเสียค่าที่ ค่าแผง นั่งเฝ้าทั้งวัน แต่การขายของเป็นธุรกิจทุกอย่างนั้น ต้องเสียภาษี เฉกเช่นเดียวกับแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ที่ยืนอยู่หน้าหม้อต้มทนหลังขดหลังแข็ง ร้านไหนขายดีเจ้าหน้าที่สรรพากรเดินมานับถ้วยว่าขายได้วันละเท่าไหร่

ออนไลน์ก็เช่นกัน เพียงแต่มีการอนุโลมเนื่องจากเห็นว่าการจะให้ไปลงทะเบียนเพื่อจำกัดประเภทธุรกิจนั้นอาจจะเป็นเรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะบางคนเป็นนักศึกษาที่หารายได้เสริมเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาช่วยครอบครัว

อย่างไรก็ตามค้าขายง่ายก็ยิ่งเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาฉวยประโยชน์ได้ง่ายเช่นกัน มีจำนวนคดีที่กองปราบทำไม่น้อยที่ผู้ซื้อถูกผู้ขายในเฟซบุ๊กหลอกให้โอนเงินแต่ไม่มีสินค้าส่งกลับ อาทิ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ที่เคยโด่งดังเมื่อหลายปีที่แล้ว

ตำรวจแนะนำว่าการที่ไม่ถูกแม่ค้าออนไลน์เบี้ยวส่งของ หรือโก่งราคา คือการเดินไปซื้อถึงร้าน ได้เห็นสินค้า ได้จับได้ลองสินค้า ได้คุยกับแม่ค้า และได้ตัดสินใจจากสิ่งที่เราเห็นต่อหน้า เป็นการป้องกันการถูกหลอกได้ดีที่สุด

หากใครถูกหลอกเรื่องการไม่ส่งสินค้าหลังโอนเงินไปแล้ว อันดับแรกคือให้รวบรวมผู้เสียหายแล้วมาแจ้งความที่กองปราบได้ โดยเฉพาะหากมีมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาทขึ้นไปก็จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

Related Articles

Back to top button