เล่ห์กลคนตาบอด อ้างสมาคมเปิดกล่องรับบริจาค
เล่ห์กลคนตาบอด
อ้างสมาคมเปิดกล่องรับบริจาค
โดย..ธนก บังผล
“การตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อหากินกันง่าย ๆ อย่างนี้ ไม่ใช่วิถีของเรา มิหนำซ้ำยังเอาเปรียบผู้ประกอบสัมมาชีพ” เสียงเล็กๆจากมุมมืดดังขึ้นเพื่อเตือนประชาชนถึงการหากินด้วยวิธีสร้างความสงสารจากความพิการของคนกลุ่มหนึ่ง
เรื่องจริงที่ถูกเปิดโปงขบวนการ “เล่ห์ตาบอด” นี้มีมาตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งทุกวันนี้มี พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนกลุ่มนี้หมดไป
ล่าสุดผมได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากเฟสบุ๊กผู้ที่คลุกคลีกับผู้พิการทางสายตา นำมาบอกเล่ากัน

ปัจจุบันมีคนตาบอดบางกลุ่มหลอกใช้ความเมตตาสงสาร การให้การแบ่งปันจากความเป็นชาวพุทธ เปิดกล่องรับบริจาคกระจายไปในสถานที่ที่มีมวลชนเดินทางผ่านจำนวนมาก เช่นตามทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ หน้าห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ตลาด หน้าสถานศึกษา หรือบนสะพานลอย โดยแอบอ้างชื่อมูลนิธิสมาคมหรือองค์กรที่เป็นของคนพิการ หรือบางทีได้มีการอุปโลกน์ชื่อองค์กรมูลนิธิของคนพิการขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ได้มีองค์กรสมาคมหรือมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนพิการนั้นอยู่จริง
กลุ่มคนกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการและส่วนมากจะเป็นผู้พิการทางสายตา และไม่ได้สังกัดหรือเป็นตัวแทนจากองค์กรมูลนิธิสมาคมหนึ่งสมาคมใด นอกจากนี้ยังได้มีการปลอมแปลงเอกสารหนังสือเพื่อแอบอ้างเข้าไปขอสถานที่ ในการตั้งกล่องรับบริจาค โดยที่รายได้ทั้งหมด ที่มาจากการรับบริจาค ไม่ได้เข้าสู่องค์กรคนตาบอดคนพิการหรือมูลนิธิสมาคมต่างๆเลย
โดยองค์กร-มูลนิธิ-สมาคม ที่ได้กล่าวอ้างมาอาจจะไม่มีอยู่จริงตามที่ได้ขอรับบริจาค เช่น สมาคมหญิงตาบอดผู้พิการในสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ สมาคมคนตาบอดผู้ยากไร้บนเขาทางภาคเหนือ มูลนิธิเพื่อคนตาบอดผู้ยากไร้ประสบภัยพิบัติ คนพิการผู้ยากไร้สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ คนพิการหรือคนตาบอดซ้ำซ้อนผู้ยากไร้ไม่มีที่อยู่อาศัย คนตาบอดสูงอายุผู้ยากไร้ที่พักพิง เด็กตาบอดซ้ำซ้อนยากไร้ ฯลฯ เป็นต้น
อีกทั้งมีการเปลี่ยนชื่อองค์กรเพื่อขอรับบริจาคไปเรื่อยๆ จะสังเกตได้ว่ากลุ่มคนและขบวนการนี้จะใช้สถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อมาขอรับบริจาค เช่นสถานการณ์น้ำท่วม แผ่นดินไหว อากาศหนาว หรือองค์กรบุคคลครอบครัวของคนตาบอดหรือผู้พิการที่ถูกไฟไหม้ เพื่อทำให้สังคมเกิดความรู้สึกสงสารเห็นใจอยากช่วยเหลือ
เรียกได้ว่าทันข่าวทันสถานการณ์บ้านเมือง สามารถหยิบจับเอาเหตุนั้นๆมาเป็นจุดขายในการตั้งรับบริจาคอย่างไม่เคอะเขิน
กลุ่มคนตาบอดเหล่านี้ทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากการวางกล่องขอรับบริจาคไว้ในจุดต่างๆ และจะมีคนพิการ 1-2 คนยืนพูดขอเรี่ยไรรับบริจาค ในแต่ละครั้ง มีการเปลี่ยนกะกันทำงาน และมีเสื้อที่เป็นยูนิฟอร์มเหมือนกัน หลังจากเก็บกล่องรับบริจาคมาแล้ว ก็จะนำเงินในกล่องที่ได้มาแบ่งกัน หรือจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้แก่ผู้ที่ยืนถือกล่องรับบริจาค โดยที่มิได้นำเงินที่ได้จากการรับบริจาคเข้าสู่องค์กรของคนตาบอดหรือคนพิการแต่อย่างใด
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ กลายเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมคนตาบอดและคนพิการหมู่มาก เพราะหากสังคมได้รับรู้ถึงความจริง สังคมมักจะพูดว่าเป็นการกระทำของคนตาบอด โดยที่คนตาบอดถูกต่อว่าแบบเหมารวม ทำให้คนตาบอดส่วนมากที่ประกอบสัมมาชีพอย่างสุจริตใช้ความสามารถและแรงกายแลกกับรายได้ ต้องพลอยเสื่อมเสีย

ปัจจุบันได้มีการเปิดโอกาสให้แก่คนตาบอดและคนพิการได้มีงานทำมากขึ้น และการประกอบอาชีพก็มีหลายช่องทาง โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีทางลัดแบบง่ายอย่างนี้ แต่คนตาบอดกลุ่มนี้ กลับใช้ความเมตตาจากสังคม มาหลอกเอาเงินที่ขอรับบริจาคซึ่งได้เป็นจำนวนมาก มากินใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย และอยู่กันอย่างสุขสบาย โดยไม่มีต้นทุน ไม่ต้องออกแรงกำลังความสามารถแต่อย่างใด จึงก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้ใจบุญผู้ที่มีจิตเมตตาที่ต้องการจะให้
อย่างไรก็ตาม วิธีที่จะรู้ได้ว่ากลุ่มผู้พิการทางสายตามาหากินกับความเมตตาหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ทันที โดยสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับองค์กรต้นสังกัดของผู้ที่มารับบริจาค ว่ามีใบอนุญาตจัดตั้งองค์กร ใบอนุญาตให้ขอรับบริจาคได้ หรือภาพกิจกรรมที่ได้เคยทำมาในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามที่ได้กล่าวอ้างไว้หรือไม่
หากเป็นองค์กรที่ได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งและมีอยู่จริง หลักฐานเหล่านี้จะมีให้เห็นและสามารถตรวจสอบตอบคำถามได้ และหากสังคมอยากช่วยเหลือคนตาบอดหรือคนพิการอื่นๆ ที่ใช้กำลังความสามารถประกอบสัมมาชีพอย่างสุจริต ก็สามารถช่วยได้ง่ายง่ายเพียงแค่ รับคนตาบอดเข้าทำงาน เปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถ ซื้อล็อตเตอรี่%B