Eat & Travel

ร้านกักกัน กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2561 ครั้งที่ 6 สนับสนุนโดยซานเพลเลกริโน และ แอคคัว แพนนา (S.Pellegrino & Acqua Panna) ได้มีการประกาศอยางเป็นทางการในงานมอบรางวัล ณ โรงแรมวินน์ พาเลซ มาเก๊า โดยมีร้านอาหารที่ติดอันดับเข้ามาใหม่ถึง 8 ร้าน และมีร้านอาหาร 9 แห่งจากประเทศไทย ติดโผยรายชื่อในปีนี้

ร้านกักกัน (Gaggan) กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 สำหรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (The Best Restaurant in Asia) ที่สนับสนุนโดยซานเพลเลกริโน และ แอคคัว แพนนา (S.Pellegrino & Acqua Panna) และรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย (The Best Restaurant in Thailand) ทั้งนี้ ร้านของ กักกัน อนันต์ (Gaggan Anand) เริ่มติดอันดับ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของโลกในปี 2557 และอยู่ในอันดับที่ 7 เมื่อปีที่แล้ว

สำหรับ 9 ร้านอาหารจากประเทศไทยนั้น ประกอบด้วยร้าน Paste (อันดับที่ 31) ของ บงกช ‘บี’ สระทองอุ่น ซึ่งเป็นการติดอันดับเข้ามาใหม่ในปี 2561 นี้ และเธอยังได้รับรางวัล อีลิท® วอดก้า เชฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2561 (elit® Vodka Asia’s Best Female Chef 2018) อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆ ที่ปีนี้กลับเข้ามาติดอันดับอีกครั้ง ได้แก่ ร้าน Sühring (อยู่อันดับที่ 4 ขยับขึ้นจากเดิม 9 อันดับ) ร้าน Nahm (อันดับที่ 10) ร้าน Le Du (อยู่อันดับที่ 14 ขยับขึ้นจากเดิม 23 อันดับ) ร้าน Eat me (อันดับที่ 33) ร้าน Bo lan (อันดับที่ 37) ร้าน Issaya Siamese Club (อันดับที่ 39) และร้าน The Dining Room on the House on Sathorn (อันดับที่ 43)

รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในแต่ละประเทศ

ประเทศญี่ปุ่น

ร้าน Den (อันดับที่ 2) ขยับขึ้นจากเดิม 9 อันดับ สู่รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น (The Best Restaurant in Japan) แทนที่ ร้าน Narisawa ที่ครองตำแหน่งนี้ติดต่อกันนานถึง 5 ปี สำหรับ 10 ร้านที่ติดอันดับสูงสุด ได้แก่ ร้าน Florilège (อันดับที่ 3) และร้าน Nihonryori RyuGin (อันดับที่ 9) โดยทั้งสองร้านนี้อยู่ในโตเกียว ส่วนร้าน II Ristorante – Luca Fantin เป็นร้านที่ติดอันดับเข้ามาใหม่ในปีนี้ อยู่ในอันดับที่ 28

ร้าน La Cime ในโอซาก้า ติดอันดับที่ 17 เป็นครั้งแรก กับรางวัลร้านอาหารหน้าใหม่ที่ได้รับอันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนรางวัลโดย Aspire Lifestyles ด้วยเมนูที่นำเสนออาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ เชฟยูซุเกะ ทาคาดะ เสาะหาแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น ส่วนผสมตามฤดูกาล ในการนำเสนออาหารในสไตล์ที่ประณีตและสมบูรณ์แบบ

ในปีนี้ทั้งร้านอาหารและเชฟจากญี่ปุ่นนั้นเป็นที่ยอมรับและถูกนำเสนอเป็นผู้เข้าชิงในรางวัลประเภทต่างๆ มากมาย เชฟโยชิฮิโร่ นาริซาว่า ในปีนี้ยังได้รับการโหวตจากพื่อนร่วมวงการ และได้รับรางวัลขวัญใจเชฟ (Chef’s Choice Award) ที่สนับสนุนโดย Estrella Damm เป็นเวลาถึง 2 ทศวรรษ ที่ นาริซาว่า ได้รับการยอมรับและนับถือจากเพื่อนร่วมงาน ด้วยอาหารชั้นเลิศต่างๆของเขาและความสามารถในการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศส การใช้แนวทางการฝึกฝนแบบยั่งยืนและการให้ความสำคัญต่อประเพณีการทำอาหารญี่ปุ่น

ร้าน L’Effervescence ในโตเกียว รั้งอันดับที่ 20 ในปีนี้ และยังได้รับรางวัลร้านอาหารร้านอาหารเพื่อความยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Restaurant Award) ซึ่งเป็นรางวัลที่เพิ่มมาใหม่ในปีนี้ เพื่อมอบให้กับร้านอาหารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมสูงสุด ที่ผ่านการรับรองจากสมาคมร้านอาหารเพื่อความยั่งยืน (The Sustainable Restaurant Association)

ประเทศสิงคโปร์

เชฟจูเลียน โรเยอร์ แห่งร้าน Odette ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 5 (ขยับขึ้นมา 4 อันดับ) ในรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งสิงคโปร์ (The Best Restaurant in Singapore) ร้านจากสิงคโปร์ยังติดดับเข้ามาถึง 7 ร้านด้วยกัน ได้แก่ ร้าน Burnt Ends (อันดับที่ 12) ร้าน Waku Ghin (อันดับที่ 23) ร้าน Les Amis (อันดับที่ 29) ร้าน Corner House (อันดับที่ 36) และร้าน Jaan (อันดับที่ 44) รวมถึงร้าน Whitegrass ซึ่งติดอันดับเป็นครั้งแรก (อันดับที่ 50)

ประเทศจีน

นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ ร้าน Amber (อันดับที่ 7) จากฮ่องกง คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศจีน (The Best Restaurant in China) นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารในฮ่องกงติดอับดับอีก 9 แห่ง ได้แก่ร้าน 8 ½ Otto e Mezzo Bombana (อันดับที่ 13) ร้าน Ta Vie (อยู่อันดับที่ 16 ขยับขึ้นจากเดิม 17 อันดับ) และร้าน Lung King Heen (อันดับที่ 24) และอีก 2 ร้านที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้ ได้แก่ ร้าน Neighborhood (อันดับที่ 32) และร้าน Belon (อันดับที่ 40)

ส่วนรางวัลความก้าวหน้าอันสูงสุด (The Highest Climber Award) เป็นการครองตำแหน่งร่วมกันระหว่างร้าน The Chairman ฮ่องกง (อันดับที่ 22) และร้าน Mume ในไทเป (อันดับที่ 18) ซึ่งเป็นการขยับอันดับขึ้นมาถึง 25 อันดับ

ส่วนร้าน Jade Dragon เป็นร้านจากมาเก๊า (อันดับที่ 35) ในขณะที่ร้านจากจีนแผ่นดินใหญ่ นับรวมเซี่ยงไฮ้ ที่ได้รับรางวัลคือ ร้าน Ultraviolet by Paul Pairet (อันดับที่ 8) และร้าน Fu He Hui (อันดับที่ 30)

ประเทศเกาหลีใต้

ร้าน Mingles ในโซล ยังคงรักษาตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมในเกาหลี (The Best Restaurant in Korea) ในขณะที่ ร้าน Jungsik ได้รับอันดับที่ 26 ร้าน TocToc ได้รับรางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง โดยมิเอเล่ เมื่อปี 2560 ก็ติดอันดับที่ 42 ด้วย

ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ร้าน Locavore (อันดับที่ 21) ในบาหลี ได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในอินโดนีเซีย (The Best Restaurant in Indonesia) ในขณะที่ร้าน Indian Accent อยู่อันดับที่ 19 ขยับขึ้นไป 11 อันดับ สู่รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินเดีย (The Best Restaurant in India) ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ของร้านที่ได้รับรางวัลนี้ สำหรับผู้ชนะรางวัลจากประเทศอื่นๆ ได้แก่ร้าน Raw (อันดับที่ 15) คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งไต้หวัน (The Best Restaurant in Taiwan) เป็นปีที่ 2 และร้าน Ministry of Crab (อันดับที่ 25) ในโคลัมโบ ยังคงรักษาตำแหน่ง ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งศรีลังกา (The Best Restaurant in Sri Lanka) เอาไว้เป็นปีที่ 3

Related Articles

Back to top button