Biznews

“คาราบาว” ขึ้นแท่นแบรนด์ระดับโลกขยายตลาดครอบคลุมทุกเซ็กเม้นท์

เทียบชั้นขึ้นแบรนด์ระดับโลกไปแล้วก็คงจะไม่ผิดนักสำหรับแบรนด์ คาราบาว อีกหนึ่งบริษัทคนไทยที่ออกไปสร้างชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศจนได้รับการยอมรับจากต่างชาติแม้จะยังไม่เทียบชั้นแบรนด์หัวแถวอย่างเรดบูล ของกระทิงแดงแต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว เห็นได้จากยอดขายในต่างประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 60% ซึ่งตลาดหลักคือโซนยุโรป จีน ขณะที่ตลาดในประเทศมียอดขาย 40% ของรายได้ทั้งหมด

บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด เกิดจากการลงทุนร่วมกันระหว่าง กลุ่มธุรกิจ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง อันได้แก่ นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ และ นายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตที่มีแฟนเพลงรักและศรัทธามากที่สุดในประเทศไทย

“บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด” ได้จัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2544 เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวแดง โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท บริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาราบาวแดง” เข้าสู่ตลาดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นการเป็นการนำชื่อของ วงคาราบาว มาผสมผสานกับชื่อของ โรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง ภายใต้สโลแกน “คาราบาวแดง เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่”

เมื่อธุรกิจผลิต ทำการตลาดและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ถือหุ้นได้เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมให้ครบวงจร ตั้งแต่ขบวนการหาวัตถุดิบหลัก การผลิต การตลาด และการจัดจำหน่ายให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขึ้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 และนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สินค้าหลักของคาราบาวกรุ๊ปคือเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ซึ่งปัจจุบันทำรายได้สูงถึง 90% รองลงมาคือกาแฟกระป๋องและอื่นๆ ซึ่งรายได้ปีนี้ทั้งกรุ๊ปวางไว้ที่ 15,000 ล้านบาท

เมื่อเครื่องดื่มชุกำลังเป็นตัวไดร์ฟและสร้างายได้ให้กับกลุ่มคาราบาวแม้ว่าสภาพตลาดจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยก็ตาม เนื่องจากตลาดโดยรวมมีการเติบโตลดลง 2-3% โดยมีมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาทซึ่งมีแบรนด์ M 150 ของค่ายโอสถสภาครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งกว่า 40% คาราบาวแดง ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยส่วนแบ่งราว 25% กระทิงแดงรั้งอันดับสามด้วยส่วนแบ่งราว 15%

ล่าสุด คาราบาว สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่และถือเป็นการปลุกตลาดให้กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยการยกระดับแบรนด์ให้ทันสมัยเอาใจคน GEN Y ประกาศตัวขึ้นแท่นเป็นสินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก (The World Class Product, World Class Brand) ครอบคลุม
ทุกกลุ่มเป้าหมาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Energy Drink ยอดนิยมจากประเทศอังกฤษสู่เมืองไทย “Carabao Can กลิ่น Green Apple” เครื่องดื่มรสชาติใหม่ดีไซน์สุดเท่ในรูปแบบกระป๋อง พร้อมจัดแคมเปญยิ่งใหญ่รับมหกรรมบอลโลก 2018

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำการเป็นสินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ คาราบาวสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในวงการอีกครั้ง เดินหน้ายกระดับแบรนด์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค 4.0 ด้วยการขยายฐานผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานและกลุ่ม Gen Y ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่
ไม่ซ้ำใคร และพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหมที่ท้าทาย ๆ อยู่เสมอ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Carabao Can กลิ่น Green Apple“ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Don’t Say Can’t, Carabao CAN” อย่าบอกตัวเองว่าทำไม่ได้ ซึ่งแสดงออกถึงความกล้า ท้าทาย และไม่กลัวที่จะลงมือทำ สนุกไปกับการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ โดยเครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศอังกฤษ ทั้งยังได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ และรสชาติดีเยี่ยม ( Superior Taste ) จากสถาบันรับรองด้านรสชาติ และคุณภาพอาหารนานาชาติ ( ITQI ) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำของโลกที่ทุ่มเทให้กับการทดสอบ และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีรสชาติดีเลิศ อีกด้วย

“เราได้ค้นคว้า วิจัยพัฒนาด้านรสชาติให้ถูกปากผู้บริโภค โดย Carabao Can กลิ่น Green Apple นั้นให้ความซ่า สดชื่น และมีพลัง และคิดค้นนวัตกรรมในส่วนของบรรจุภัณฑ์ หรือรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สีสัน เท่ สะดุดตา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์ทั้งรสชาติและมีความโดดเด่นน่าสนใจ โดยปัจจุบัน “Carabao Can กลิ่น Green Apple“ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศอังกฤษและตลาดยุโรป จะวางจำหน่ายพร้อมกันที่ 7-11 ในราคา 25 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเราคือกลุ่มมิลเลเนียล (Millenial) หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ โดยเราวางแผนทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออฟไลน์ และออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอ็นเซอร์ระดับโลกอย่าง นักเตะเชลซี รวมถึง ไอคอนของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนการทำกิจกรรมต่างๆ ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ อาทิ ดนตรี งานศิลปะ กราฟฟิตี้ และการใช้พรีเซนเตอร์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้อย่าง TwoPee Southside (Rapper ชื่อดังของไทย) ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความกล้าที่จะแสดงออกในทางที่ดี และไม่กลัวที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้เห็นภาพลักษณ์ของคาราบาวในมุมมองที่แปลกใหม่ ตอกย้ำการเป็นสินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลกที่พร้อมเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่มที่มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะนี่คือ คาราบาวยุคใหม่ที่ชูจุดยืนความเชื่อและแนวคิดแบบยังสเตอร์ (Youngsters) พร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับเวิลด์คลาสและเป็นแบรนด์ของทุกยุคทุกสมัยรวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง” นายเสถียร กล่าว

การส่งเสริมศักยภาพของแบรนด์คาราบาวครั้งสำคัญนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเครื่องดื่มชูกำลัง และทำให้แบรนด์คาราบาวเข้าถึงตลาดคนรุ่นใหม่ วัยทำงานและกลุ่ม Gen Y ได้เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้บริษัทยังตั้งเป้าสู่การก้าวขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในปี 2563 อีกด้วย โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดที่ 35%

กลยุทธ์การตลาดเพื่อบรรลุเป้าหมายในช่วง 3 เดือนแรกที่ 1 ล้านกระป๋องและครองแชมป์ในตลาดเครื่องดื่มชุกำลังในอีก 2 ปีข้างหน้า เสถียรบอกว่า ถือเป็นการตั้งเป้าหมายแบบอหังการมากสำหรับเขาและทีมงานโดยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเขาได้มีการปรับเปลี่ยนการเดินเกมใหม่ด้วยการโฟกัสให้มากขึ้นโดยสร้างแผนธุรกิจในแต่ละจังหวัดโดยรายละเอียดเนื่องจากทำแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้วเพราะอยู่ในช่วงที่ตลาดประสบปัญหาไม่เติบโต

ทั้งนี้ คีย์สำคัญของคาราบาวในต่างจังหวัดซึ่งจะขาดเสียไม่ได้เลยคือทีมงานสาวบาวแดง ปัจจุบันมีกว่า 570 ชีวิตถือเป็นอาวุธสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคได้ โดยโฟกัส ณ จุดขายซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเปลี่ยนใจเพราะสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังคนจะซื้อก็ต่อเมื่อจะกินทันที การทำกิจกรรม ณ จุดขายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้เพื่อเป็นการต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ในเดือนนี้ คาราบาว ยังได้ร่วมมอบความสุขให้คนไทยด้วยการผนึกกำลังกับภาครัฐ สนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทั้ง 64 นัด พร้อมทั้งจัดกิจกรรม “สวัสดีบอลโลก ลุ้นโชคกับคาราบาว” เชียร์ทุกวัน ลุ้นทุกแมทช์ มอบรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.- 15 ก.ค.ศกนี้

โดยสามารถร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีจากกิจกรรม “สวัสดีบอลโลก ลุ้นโชคกับคาราบาว” เพียงแอดไลน์ (LINE) สมาชิก “คาราบาวแดง” แล้วส่งรหัสใต้ฝา 7 หลัก พร้อมระบุชื่อทีมชาติที่คุณเชียร์อยากให้เป็นแชมป์บอลโลก เพื่อลุ้นรับรถยนต์ TOYOTA C-HR HV H1 สี Rediant green metallic รุ่นใหม่ล่าสุด มูลค่า 1,159,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และสามารถร่วมเชียร์ทุกวันไปตลอดทุกนัด เพื่อลุ้นเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ Huawei P20 Pro มูลค่า 27,900 บาท จำนวน 62 รางวัล สำหรับนัดชิงชนะเลิศคาราบาวแดง พร้อมมอบของรางวัลพิเศษ รถมอเตอร์ไซค์ Honda MSX มูลค่า 78,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และในนัดชิงชนะเลิศที่ 3 ยังร่วมมอบของรางวัลพิเศษ Samsung TV UHD LED มูลค่า 42,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมทั้งหมด 65 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,009,790 บาท

เสถียรฉายภาพคาราบาวกรุ๊ปต่ออีกว่า หลังจากที่กลุ่มเครื่องดื่มชุูกำลังครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีแบรนด์คาราบาวแดง เน้นต่างจังหวัด ขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “Carabao Can กลิ่น Green Apple“ เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขาต่อไปที่คาราวบาวเดินเครื่องบุกต่อก็คือ สุราขาว ซึ่งหลังจากเปิดตัวสุราขาวภายใต้แบรนด์ตะวันแดงมาระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาได้เปิดสุราขาวข้าวหอม ซึ่งจับกลุ่มพรีเมียมขึ้นในแพ็กเกจที่ทันสมัย และสินค้าตัวนี้จะเป็นอีกหนึ่งเรือธงของกลุ่มคาราบาว ตั้งเป้าอีก 2 ปีมีส่วนแบ่งที่ 20% จากตลาดสุราขาวรวมกว่าแสนล้านบาท และในช่วงปลายปีนี้จะทำการส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียนอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าทุกตลาดที่คาราวบาวเข้าร่วมล้วนมีค่ายผู้นำแข็งแกร่งทุกตลาด ไล่มาตั้งแต่เครื่องดื่มชูกำลังที่มี M150 สุราขาว สุราสี เจ้าสัวเจริญ

นอกจากสุราขาว คาราวบาวกรุ๊ปยังบุกต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวสุราสี ภายใต้แบรนด์ตะวันแดง

และในปีถัดไปจะเปิดตัวบรั่นดี เป็นสินค้าตัวต่อไป

ธรรมดาซะที่ไหนล่ะ

Related Articles

Back to top button