Columnist

  จริงๆแล้ว คนไทยไม่ได้กลัว’โควิด’ 5 ปีเป็นอย่างน้อยที่เราต้องอยู่กับมัน!!!

    เบื่อกันหรือยังครับ กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ในประเทศไทยตื่นตัวกันมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2562
   
     2 ปี แลัวที่โรคนี้สร้างความวิตกกังวลให้กับคนทั่วโลก แต่สำหรับประเทศไทย ถ้าจำกันได้ หลังล็อคดาวน์เราเคยนับตัวเลขการระบาด “0” จนครบ 100 วันกันมาก่อน พอครบแล้วก็ดีใจกันทั้งประเทศ

แล้ววันนี้เรานับกันที่ 500 มา 700 และ 900

ไม่ได้ตอกย้ำซ้ำเติมอะไร เพียงแต่ว่าถ้าคนโลกไม่สวยมองเราจะต้องมองที่ต้นเหตุการระบาด

4 คลัสเตอร์ ที่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ออกมาทำหน้าจริงจัง ยิ่งกว่าฝ่ายค้านในสภา นั้นน่าสนใจนะครับ ในมุมมองของคุณชูวิทย์ เชื่อว่า ทั้ง 4 คลัสเตอร์นั้นมาจากเจ้าหน้าที่รัฐล้วนๆ

   ครั้งแรก สนามมวย ฝีมือทหาร

     ครั้งสอง แรงงานต่างด้าว ฝีมือทหาร

     ครั้งสาม บ่อนการพนัน ฝีมือตำรวจ

     ครั้งสี่ คริสตัลคลับ ฝีมือตำรวจ

ทั้ง 4 คลัสเตอร์การระบาด ยังจับมือใครมารับผิดชอบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่ ศบค.ที่แถลงทุกวันก็หน้าชื่นตาบาน ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองว่า “การ์ดอย่าตก”

     ถามว่า “การ์ดใครตก”  ????

โอว…ถ้านี่เกิดจากฝีมือของคนเล็กคนน้อย คนยากคนจน โดนกระทืบจมดินกันแล้วครับ ดีไม่ดี พรบ. ควบคุมโรคที่ถูกพ่วงมาด้วย พรก.ฉุกเฉิน คงถูกมาบังคับใช้ให้เป็นเยี่ยงอย่างแล้ว สุดท้ายแล้วคุกก็มีไว้ขังคนจนนั่นละครับ

แต่บังเอิญทั้ง 4 ครั้งมันมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเอี่ยว มีผลประโยชน์ ไอ้ครั้นจะลงดาบก็แหม…คนกันเองทั้งนั้น

      คนกันเองที่ติดโควิดมา ในระดับที่นายกรัฐมนตรียังบอกเลยว่า “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”  

ผมเชื่อว่าวันนี้ ประชาชนคงรู้ไส้รู้พุงการทำงานของรัฐบาลกันดีแล้ว โดยเฉพาะกรณีของ “คริสตัล คลับ” อัครสถานบันเทิงใหญ่ใจกลางกรุง แหล่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าเกรดพรีเมียม ทั้งไฮโซ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการรวยระดับพันล้าน หมื่นล้าน และล่าสุดก็ตามข่าวที่ลือกันว่า แม้แต่คนใหญ่คนโตระดับรัฐมนตรีก็มาเที่ยว

 เอาแค่ตำแหน่งโคโยตี้ และพริตตี้ รายได้วันละ 4,000-10,000 บาท หรือตกเดือนละเป็นแสนบาท

      แล้วเจ้าของจะเดือนละเท่าไร ?

นี่ออกมาแหกปากร้องกันว่าปิดสถานบันเทิงแล้วฉันจะตายนั้น คนที่ตายจริงๆคือเด็กขายดอกไม้ คนเดินขายปลาหมึกปิ้งครับ กลุ่มคนระดับเจ้าของร้านรวยมาขนาดไหนแล้วกระทบนิดหน่อยบ่นเหมือนไม่มีรายได้เข้ากระเป๋า …ขอประทานโทษ ที่บ้านผมเรียกว่า “สำออย”

     ที่เงื้อไม้ว่าฟาดเอากับผู้จัดการร้าน ถามตรงๆว่า มันถูกคนหรือไม่ ในทางกฎหมายนั้นใช่ครับ

 

 

แต่อย่างที่ทราบกันดีเลยว่า “ทองหล่อ” พื้นที่ของ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 นั้น คือแหล่งทำเลทองของตำรวจ ใครย้ายมาเป็นใหญ่ที่นี่หัวหน้าสถานบันเทิงก็ต้องเข้าให้ถึงผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วผู้หลักผู้ใหญ่นั้นก็มีคอนเนคชั่นกับนักการเมืองในพื้นที่ แล้วนักการเมืองในพื้นที่ก็เป็นลูกพรรคของนักการเมืองระดับชาติ

โยงกันไปมา จะหาใครมารับผิดชอบสักคนก็ต้องเป็นผู้จัดการร้านนั่นละครับ ง่ายดี

เอาจริงๆ ผมเหนื่อยและเบื่อกับการระบาดของโควิดมากๆ ขออนุญาตเล่าเรื่องส่วนตัวสักหน่อย ผมเองก็ตั้งใจไว้ว่าจะทำธุรกิจเล็กๆ เปิดร้านขายผลไม้ที่บ้าน เพื่อหารายได้อีกทางหนึ่ง คลัสเตอร์ 3 มา ทำให้ต้องสะดุด เพราะดูแล้วการระบาดของทั่วโลกก็เริ่มมา

คือทั่วโลกเขาระบาดกันรอบที่ 3 แล้วนะครับ แต่ประเทศไทยนั้น โกหกตัวเองว่ายังไม่เคยมีการระบาดซ้ำ ย้ำคิดย้ำทำอยู่แต่ในช่วงเดือนเม.ย. 2562

ถามตรงๆว่าช่วงระบาดครั้งแรก กับ ระบาดวันนี้ อันไหนหนักกว่ากัน

ถ้าเอาตามรัฐบาลกลั่นวลี นี่ยังไม่ระบาดซ้ำ ยังไม่ระลอก 2 เลย ประเทศนี้ช่างศิวิไลซ์ แต่ความเป็นจริงคือ มึง…รอบ 4 แล้วหว่ะ

แล้วทุกครั้งก็บอกว่า “การ์ดอย่าตก”

      ชีวิตผมที่ตั้งใจจะเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆที่บ้าน มาเจอระลอก 4 บอกตามตรง อยากปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น คนที่วันๆไม่ออกไปไหนมาเป็นปีแต่ต้องเจออะไรแบบนี้ สถานการณ์ที่ไม่เหมาะกับการลงทุนแล้วยังทำให้เงินเก็บหมดกระเป๋า กำลังใจนั้นสำคัญมาก

ใช่ครับ…บางคนกำลังจะฟื้น

ใช่ครับ…หลายคนไม่อยากให้ล็อคดาวน์ เพราะเราไม่อยากเห็นบ้านเรา จังหวัดเรา เป็นเหมือนป่าช้าอีก

แต่คนไทยก็อย่างนี้ละครับ มันจะมีคนอยู่ไม่กี่จำพวกที่ชอบสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมโดยรวม

จำพวกแรกคือ พวกติดแล้วปกปิดไทม์ไลน์

จำพวกสองคือ ไม่เคยยกการ์ดห่าเหวอะไรทั้งนั้น เห็นคนอื่นใส่ก็ใส่ กูจะใส่ตอนเข้าเซเว่นพอ

และพวกสุดท้าย พวกชอบไปสถานที่เสี่ยง ไปที่คนเยอะๆ ไปสถานบริการ แล้วพอจะให้เปิดเผยไทม์ไลน์ ก็…อ้าวววววว เดี๋ยวบ้านเขาแตก อิหยังวะ

  ผมหลีกเลี่ยงในการวิพากษ์วิจารณ์มานานมาก เพราะมันอึดอัดนะครับและมันเขียนทีไรก็ได้แต่ลบทิ้ง (ทั้งๆที่เจ้าของเว็บไซต์พยายามบิ้วอยู่หลายที ฮา)

ผมมองไปไกล หวังไปถึงวันที่มนุษยชาติหลุดพ้นจากโรคระบาดตัวนี้ไปแล้ว คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี (เป็นอย่างน้อย) ใครอยู่ถึงวันนั้น เรามาฉลองสงกรานต์กันครับ

ผมยังมองอีกว่าประเทศไทยเร็วๆนี้จะมีการระบาดอีก โดยเฉพาะช่วงกลางปี หลังจากที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว

เพราะอะไร?

เพราะคนไทย “มือถือสาก ปากถือศีล” ครับ เราเป็นอย่างนี้มาเป็นร้อยๆปีแล้ว ไม่ได้เพิ่งเป็น

      มิหนำซ้ำเรายังคลั่งไคล้เป็นระบบ “อุปถัมภ์” ชอบใช้อภิสิทธิให้ดูเหนือคนอื่น คือถ้าได้เหนือกว่าคนอื่นนิดนึง คนอื่นนั่งห้องธรรมดา แต่เราไปกินข้าวกับครอบครัวได้ห้องแอร์ …อย่างนี้เราชอบ

ถ้ายังชอบแบบนี้มันยากที่จะห้ามไม่ให้โรคนี้ระบาด ถามว่าเกี่ยวอะไร

เกี่ยวครับ เกี่ยวมากๆด้วย เพราะการป้องกันโรคนี้คือการทำให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง

ซึ่งทำให้คนทั้งโลกปฏิบัติเหมือนกันไม่ได้

     ต่อให้เราไปทำบุญที่วัดใส่หน้ากากอนามัย แต่คนต่างชาติมันยังติดกันอยู่เลย แล้วติดปุ๊บ มันเข้ามาเที่ยวประเทศไทย แม้จะเข้ามากักตัวแต่ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วว่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแล ASQ (Alternative State Quarantine) ก็ยังติดได้ทั้งๆที่ป้องกัน เราจะป้องกันอย่างไร

ถ้าเราป้องกันได้ เชื้อไวรัสที่ระบาดในไทยมันคงไม่กลายพันธุ์มาเป็นสายพันธุ์ไหนต่อสายพันธุ์ไหนก็ไม่รู้แล้วตอนนี้ ใช่ไหมครับ

 

ข้อมูลล่าสุด สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อไปแล้ว 31.3 ล้านคน  เสียชีวิต 5.62 แสนคน ตามมาด้วยบราซิล อินเดีย และฝรั่งเศส

ใครเห็นตัวเลขนี้แล้วตกใจบ้างครับ

ผมว่าเอาจริงๆ เราเฉยๆกับมันแล้วมากกว่าจะตกใจ

และเอาเข้าจริง เราไม่ได้กลัวโควิด-19 หรอกครับ ไม่อย่างนั้นไทยจะระบาดน้อยกว่านี้มาก

เราไม่กลัวว่าจะติดมันด้วยซ้ำ เพราะคิดว่ามีวัคซีนมาไทยแล้ว

เรากลัวอะไรครับ?

วันนี้เราเบื่อที่ไม่ได้เล่นสงกรานต์ เราขี้เกียจกักตัวเพราะทำให้เราไม่สะดวกในการเดินทาง

วันหนึ่ง…พอติดโควิดแล้วหาย เราจะยิ่งหยิ่งผยองกว่านี้อีกครับ

เพราะฉะนั้น 5 ปีเป็นอย่างน้อย ที่เราจะอยู่กับมัน และภายใน 5 ปีจากนี้ ถ้าปีไหนได้เล่นน้ำสงกรานต์คงถือว่าเป็นโบนัส

     และหลังจากเล่นน้ำสงกรานต์ ตอนนั้นอาจจะมีการระบาด คลัสเตอร์ที่ 10 แล้วก็ได้  

Related Articles

Back to top button