แค่ปรับปรุง! อีก 2 ปีเจอกัน”ศึกษาภัณฑ์”
ทำเอาใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน เมื่อเกิดกระแสข่าวว่า ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ร้านค้าอันเป็นสัญลักษณ์คู่ถนนราชดำเนินกำลังจะปิดกิจการลงหลังเปิดให้บริการมายาวนานหลายสิบปี เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ต้องออกมาสยบข่าวลื่อดังกล่าวเป็นเพียงการพูดคุยหารือเท่านั้นยังไม่ได้เป็นข้อสรุปที่จะปิดร้านศึกษาภัณฑ์ทั้ง 10 สาขา แม้ว่าองค์การค้าจะมีหนี้สินที่ต้องชำระ มากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยล่าสุดคณะกรรมการบริหาร ได้มีแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้สินดังนี้
1. จัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น ที่ดิน เนื่องจากองค์การค้า มีที่ดินในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจำนวนมาก อาจจะต้องพิจารณานำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำไปให้เอกชนเช่า หรือขาย เพื่อนำเงินมาใช้หนี้
2. เตรียมพิจารณาทำธุรกิจ สนับสนุนด้านการศึกษาอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้
3. เสนอของบประมาณจากส่วนกลางมาใช้ชำระหนี้ โดยล่าสุดคณะกรรมการ ได้เสนอของบประมาณไปแล้วประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท
นอกจากนี้ในส่วนการบริหารจัดการร้านค้าศึกษาภัณฑ์ ที่ขาดทุน หรือยอดจำหน่ายไม่ดี ทางองค์การค้า จะใช้วิธีย้ายที่ตั้งร้านไปทำเลใหม่ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะร้านค้า 9 สาขา ยกเว้นสาขาลาดพร้าวองค์การค้าใช้วิธีเช่าที่ทั้งหมด
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมารายได้จากร้านศึกษาภัณฑ์ทั้ง 10 สาขา มียอดรวมกันถึง 675 ล้านบาท เป็นกำไร 127 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายส่วนของค่าเช่าพื้นที่ เงินเดือนพนักงาน ส่งผลให้ขาดทุนรวม 127,000 บาท

สำหรับการแก้ไขปัญหาจะดำเนินการควบคู่ไป 2 ทาง คือ การลดรายจ่ายและการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง ขยายเวลาให้บริการในสาขาที่สามารถที่ทำได้โดยทำงานเป็น 2 กะ ทุกคนช่วยกันทำงานให้มากขึ้น สาขาใดขาดคนอาจหมุนคนจากส่วนงานอื่นสมัครใจไปช่วยงานขาย ในส่วนของสาขาราชดำเนินนั้นจะย้ายร้านชั่วคราว ไปยังสาขาราชบพิธ และสาขาใกล้เคียง เนื่องจากสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะปรับปรุงอาคารเป็นเวลา 2 ปี
อาคารที่ตั้งของร้านศึกษาภัณฑ์ ราชดำเนิน ได้เช่าพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่จะมีการต่อสัญญาเช่าเป็นระยะ โดยการสิ้นสุดสัญญาครั้งล่าสุด ได้มีข้อตกลงว่าจะยังไม่ต่อสัญญาเช่า เนื่องจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต้องการปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมด เพราะมีสภาพเก่าและทรุดโทรม ทำให้ร้านศึกษาภัณฑ์จำเป็นต้องปิดชั่วคราวไปก่อน โดยจะนำสินค้าในสาขาราชดำเนิน ย้ายไปขายที่สาขาราชบพิตร ส่วนพนักงานประจำร้านก็จะถูกกระจายไปประจำที่สาขาอื่นเป็นการชั่วคราว เช่นกัน
ซึ่งหลังจากนี้อีก 2 ปี เมื่ออาคารแห่งนี้ถูกปรับปรุงเสร็จ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะให้สิทธิ์องค์การค้า สกสค. เป็นผู้เช่าก่อน ซึ่งจากเดิมเคยเช่าอาคารเนื้อที่ 7,000 ตารางเมตร แต่ใช้จริงเพียง 1,000 กว่าตารางเมตร ทางองค์การค้าจึงพิจารณาว่าจะเช่าที่เพียง 1,000 ตารางเมตรเท่านั้น

สำหรับประวัติร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ราชดำเนิน เป็นร้านค้าเล็กๆ 2 คูหา รวมอยู่กับร้านไทยภัตต์และร้านอัมพร สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขที่ 69 อาคาร 9 ถนนราชดำเนินกลาง เปิดดำเนินการครั้งแรก พร้อมกับการเปิดถนนราชดำเนินกลางที่มีการปรับปรุงใหม่ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2485รัฐบาลได้สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสร้างอาคารทันสมัยขึ้นเหมือนๆ กันทั้งสองฝั่งของถนนราชดำเนินกลาง เป็นร้านจำหน่ายสินค้าประเภทหนังสือเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การศึกษา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือ พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี เป็นผู้จัดการคนแรกและหลวงประเวศ วุฒิศึกษา เป็นผู้จัดการอีกท่านหนึ่ง
จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2487 กรมอาชีวศึกษายังมีโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ที่บางลำภูอีกแห่งหนึ่ง เพื่อทำการสอนวิชาช่างพิมพ์และพิมพ์หนังสือของราชการ การดำเนินกิจการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คุรุสภาจึงได้รับโอนกิจการของทั้งสองแห่งนี้มา และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชวิศยาราม เป็นโรงพิมพ์คุรุสภา
ธุรกิจที่มีมาตั้งแต่เริ่มแรกอีกอย่างหนึ่ง และเป็นกิจการของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์คือ การตัดเสื้อผ้า เครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเมื่อเริ่มต้นมีจักรอยู่เพียง 20 ตัว องค์การค้าฯ ได้ขยายกิจการไปเรื่อยๆ จนสามารถผลิตเครื่องแบบสำเร็จรูปนักเรียนในระบบงานอุตสาหกรรมได้และผลิตเครื่องแบบนักเรียนทุกประเภท รวมทั้งเครื่องแบบลูกเสือ อนุกาชาด และยังผลิตธงชาติ ธงต่างๆ ซึ่งโรงเรียนและหน่วยราชการต้องการ งานด้านนี้ได้ขยายกิจการจนสามารถผลิตกระเป๋านักเรียนได้ ในเวลาต่อมาก็ขยายงานไปเป็นโรงงานที่ถนนราชบพิธแทนกิจการโรงพิมพ์ซึ่งย้ายไปรวมที่ลาดพร้าวแล้ว


