‘Gen R’ เจนเนอเรชั่นใหม่คนทำงานหลังจบ’โควิด’
ขณะที่คนทั่วโลกต่างรอคอยว่าเมื่อไหร่สถานการณ์โควิดจะสามารถคลี่คลายได้เสียที เพื่อที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้แบบเดิม หรืออาจจะแบบใหม่ตามวิถีใหม่ หรือ New normal ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้มีการปรับแนวคิดและวิธีการทำงานไปสู่รูปแบบ ที่แม้จะเป็นคนละเจนเนอเรชั่นกันแต่สามารถปรับพฤติกรรมไปในทำนองเดียวกันได้ ซึ่ง Shaakun Khanna หัวหน้าฝ่าย HCM CLOUD APPLICATIONS ของ JAPAC เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation R
Generation R คือ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และได้ปรับแนวคิดและมุมมองต่อโลกเป็นแบบใหม่อย่างสิ้นเชิง มีภูมิคุ้มกันต่อความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่แน่นอนนั้นได้อย่างปกติสุข ไม่รู้สึกว่าความไม่แน่นอนนั้นอยู่นอกเหนือความควบคุม ทั้งมีลักษณะร่วมกันใน 4 ประการ คือ
- เตรียมพร้อมสกิลใหม่สำหรับNew normal โดยคน Gen-R เชื่อว่าโลกของการทำงานจะเปลี่ยนไปจากเดิม และเมื่อสถานการณ์ได้รับการแก้ไขแล้ว และพวกเขาก็จะมีความพร้อมสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น และรู้ว่างานที่ทำในอนาคตจะเกิดการแข่งขันสูง ดังนั้นจึงเตรียมความพร้อมตัวเองสำหรับทักษะใหม่ในช่วงล็อกดาวน์
- กำลังพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานแบบRemote Workingสามารถเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรับ-ส่งงาน สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ไม่ต้องมาเจอหน้ากันเหมือนการทำงานแบบเดิม พวกเขาเชื่อว่าตารางเวลาที่ยืดหยุ่นและเทคโนโลยีที่มีให้ทำให้พวกเขามีประสิทธิผลมากขึ้นเมื่อทำงานจากที่บ้านได้
- พยายามสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานคนGen R เชื่อว่าเขาสามารถเรียนรู้ที่จะบริหารเวลาให้สมดุลสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น
- จิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผลจากการระบาดของไวรัสโควิดที่ผ่านมาทให้คนGen-R ตระหนักถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ภายหลังล็อกดาวน์ จะเห็นภาพในสิ่งที่คน Gen R ปฏิบัติติการทำงานที่ชัดเจนขึ้น และมีความต้องการให้องค์กรเปลี่ยนแปลง อาทิเช่น
– ต้องการปรับตำแหน่งใหม่ ผู้คนจำนวนมากจะกลับมาพร้อมกับทักษะใหม่ และพวกเขาอยากจะเจอกับความท้าทายใหม่ๆ องค์กรจึงต้องเตรียมพื้นที่สำหรับการเติบโตตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบโปรเจกต์ การสร้างทีมใหม่ หรือการเปิดให้ทดลองหน้าที่ใหม่ๆ
– เปลี่ยนการทำงานให้ยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง Productivity ในการทำงานแบบรีโมท องค์กรควรสนับสนุนการทำงานแบบดังกล่าว ด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีและขั้นตอนที่เหมาะสมที่จะทำให้พวกเขาสามารถทำงานแบบรีโมตได้
– เสริมสร้างวัฒนธรรมสถานที่ทำงาน ความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อการเอาใจใส่และความเข้าใจขององค์กร พิจารณาความคล่องตัวของตำแหน่งภายในองค์กรใหม่ พนักงานจะคาดหวังให้องค์กรมีความเห็นใจและเข้าใจ (Empathy and understanding) มากขึ้น รวมถึงความยืดหยุ่นต่อเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้องค์กรยังต้องเตรียมสนับสนุนพนักงานไม่ว่า New normal ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร
– ให้โอกาสในการทำงานที่มีความท้าทายมากขึ้น สถานการณ์ปัจจุบันกำลังสร้างความรู้สึกใหม่ของพนักงาน ที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ พวกเขาต้องการโอกาสสำหรับสิ่งใหม่ที่เพิ่มเรียนรู้ ดังนั้นองค์กรที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอาจไม่ดึงดูดคน Gen R ได้มากพอ
ที่มา BANGKOKBANK SME




