Biznews

ฤดูฝนแต่อากาศร้อนจัด ‘อุตุฯ’ เฉลยแล้วสาเหตุเพราะอะไร?

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนมากว่า 2 เดือน แต่ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของไทยกลับมีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสภาพอากาศในประเทศไทย โดยปกติแล้วสภาพอากาศในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกและตกต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากศไม่ร้อนมาก เนื่องจากมีเมฆและฝนเข้ามาช่วยคลายร้อน แต่สำหรับปีนี้แตกต่างออกไปจากเดิม
.
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงถึงสภาพอากาศที่ร้อนผิดปกติที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ก.ค.-4 ส.ค.68 เป็นช่วงที่มรสุมมีกำลังอ่อน ทำให้พัดพาฝนเข้ามาได้น้อยลง ประกอบกับลิ่มความกดอากาศสูงจากซีกโลกใต้แผ่นขึ้นมาปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ของไทย ทำให้มีฝนตกน้อยลง และท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนมาก รวมถึงมีเมฆฝนน้อย แสงแดดจึงส่องตรงกับประเทศไทยได้ดี เนื่องจากเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ใกล้โคจรมาตั้งฉากกับประเทศไทยครั้งที่ 2 ของปี ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ส.ค.68 ทำให้ช่วงนี้เกิดการสะสมความร้อนมากขึ้น อุณหภูมิทั่วประเทศไทยสูงขึ้นมากกว่าปกติ โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 36-38 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม ภัยจากอากาศร้อนมีตั้งแต่อาการน้อยจนถึงอาการมาก ผู้ป่วยที่มีอาการน้อยได้แก่ คนไข้ที่มีอาการตั้งแต่การบวมเฉพาะปลายมือ ปลายเท้า คนไข้ที่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เวียนหัว
ผู้ป่วยที่มีอาการมาก ได้แก่ กลุ่มคนไข้ที่มีอาการขาดน้ำจากการสูญเสียความร้อนเยอะ และอีกกลุ่มคือกลุ่มฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด เป็นกลุ่มที่รุนแรงที่สุด

ฮีทสโตรกสามารถทำให้เสียชีวิตได้ ความร้ายแรงของฮีทสโตรก คือ ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจะทำให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติไป โดยความผิดปกติเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ มึนศีรษะ ปวดศีรษะ อันนี้เป็นอาการเริ่มต้น หลังจากนั้น ถ้าเราไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ก็จะทำให้เกิดอาการฮีทสโตรก ก็จะมีอาการที่มีความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป อาจจะมีภาวะชัก หรือว่าการหมดสติจากการที่หัวใจเราเต้นผิดจังหวะได้ และสุดท้ายคือเสียชีวิตได้

Related Articles

Back to top button