2 เข็มเอาไม่อยู่!เทียบชัดๆ 8 สูตรวัคซีน แบบไหน สู้‘โอมิครอน’ไหว?
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการทดสอบภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนโควิด ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนในการป้องกันเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยเก็บตัวอย่างเลือดหรือซีรั่มของผู้ที่ได้รับวัคซีนแต่ละสูตร ผลการศึกษาของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแตกต่างจากศิริราช จึงขออย่านำมาเปรียบเทียบกัน โดยทำการศึกษา 8 สูตรที่ใช้ฉีดในไทย คือ
1. ซิโนแวค + แอสตร้าเซนเนก้า
2. แอสตร้าฯ + แอสตร้าฯ
3. ไฟเซอร์ 2 เข็ม
4. ซิโนแวค + ไฟเซอร์
5.แอสตร้าฯ + ไฟเซอร์ ไม่ได้ทดสอบสูตรซิโนแวค 2 เข็ม เพราะเราเปลี่ยนสูตรมาเป็นสูตรไขว้แล้ว
6. การฉีดเข็มกระตุ้น ซิโนแวค 2 เข็ม + แอสตร้าฯ
7. ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม + ไฟเซอร์
8. ฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม +ไฟเซอร์

ทั้งนี้ มีการเก็บตัวอย่างเลือดหลังรับวัคซีนแล้ว 2 สัปดาห์ ถือเป็นระดับที่มีภูมิคุ้มกันมากพอที่จะต่อสู้เชื้อโรคต่างๆได้ จากนั้นนำมาทดสอบด้วยวิธีที่เรียกว่า PRNT หรือ Plaque Reduction Neutralization Test โดยใช้ตัวอย่างเลือดจริงของผู้ป่วยจากนั้นมาทำการเจือจางให้ได้ระดับที่ปลอดภัย หรือที่เรียกว่า ค่า Plaque ที่ลดลง 50% ซึ่งถือเป็นระดับสุดท้ายที่จะป้องกันการติดเชื้อได้
จากผลการศึกษาพบว่าภูมิคุ้มกันในเลือดที่เคยต่อสู้กับเดลต้าได้ค่อนข้างดี แต่เมื่อเจอกับโอมิครอนแล้วลดลงทุกสูตร สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่าการกลายพันธุ์ของโอมิครอนน่าจะหลบวัคซีนได้ หลายๆ ประเทศทดสอบก็ได้ผลใกล้เคียงกัน

สำหรับผลจากคนที่ฉีดวัคซีน 2 เข็ม กับกลุ่มที่ฉีด 3 เข็ม เพื่อดูค่าไตเติลนั้น ในส่วนของเชื้อโควิดยังไม่ทราบว่าค่าไตเติลจะต้องมี 1 ต่อเท่าไร แต่ตามหลักเชื้อโรคทั่วไปจะต้องอยู่ที่ 1 ต่อ 10 ก็จะป้องกันโรคได้ ดังนั้นเมื่อผลออกมาพบว่าคนที่ฉีดวัคซีน 2 เข็มไม่ว่าจะเป็นสูตรใดก็ตามพบค่าไตเติลขึ้นมาปริ่มๆ ไม่ได้สูงมากนัก ป้องกันโอมิครอนได้ไม่มาก โดย…
ไฟเซอร์ 2 เข็ม ขึ้นมา 19.17
แอสตร้าฯ 2 เข็ม ขึ้นมา 23.81
สูตรซิโนแวค + แอสตร้าฯ ขึ้นมา 12
สูตรซิโนแวค + ไฟเซอร์ขึ้นมา 21
สูตร แอสตร้าฯ+ไฟเซอร์ ขึ้นมา 21

ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค 2 เข็ม ตามด้วยแอสตร้าฯ สูตรซิโนแวค 2 เข็ม ตามด้วยไฟเซอร์ หรือสูตรแอสตร้าฯ 2 เข็ม ตามด้วยไฟเซอร์ ภูมิฯ ขึ้นมาค่อนข้างดี ตั้งแต่ 71-200 เศษๆ
ปัจจุบันยังมีคนเรียกร้องไม่ฉีดวัคซีน แต่หลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า วัคซีนช่วยลดความรุนแรงได้จริง สถานการณ์โลกก็เช่นกัน โดยแน่ๆ ช่วยลดความป่วยหนัก เสียชีวิตได้ และเมื่อเป็นเข็ม 3 ก็ลดการติดเชื้อ ลดการแพร่เชื้อได้ด้วย จึงต้องถามสังคมว่า เราอยู่ด้วยกันในสังคม หากจะปล่อยให้คนฉีดหรือไม่ฉีดตามใจชอบก็จะเป็นปัญหากับคนอื่นได้ แต่หากท่านอยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร จะฉีดหรือไม่สุดแล้วแต่ แต่หากต้องทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ในหลักการควบคุมโรค การใช้กติกาว่า จะร่วมกิจกรรมมีโอกาสแพร่เชื้อเยอะๆ หากติดกันมาก รอรักษาอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะโอกาสการกลายพันธุ์ยิ่งติดมากเท่าไหร่ ก็จะกลายพันธุ์ง่ายขึ้น เราไม่ประสงค์เห็นพันธุ์อื่นๆอีก



