“สิงห์” ย้ำแชมป์น้ำดื่มควง “ณเดชน์” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ลุยศึก
หลังจากปล่อยให้ค่ายคู่แข่งคนสำคัญอย่างน้ำดื่มคริสตัล ภายใต้การบริหารของเสริมสุขเปิดตัวแคมเปญใหม่โดยคงคอนเซ็ปต์พรีเซนเตอร์คนเดิมนั่นคือ ‘นาย ณภัทร’ มาตอดแชร์อยู่เรื่อยๆ จนบางครั้งสามารถพลิกขึ้นมาแซงบัลลังก์แชมป์อย่างน้ำดื่มสิงห์
ไม่ปล่อยให้รอนาน ล่าสุด “น้ำดื่มสิงห์” ลุกมาตอกย้ำความเป็นน้ำดื่มอันดับ 1 ของคนไทยโดยครั้งนี้มาแนวใหม่โฟกัสไปที่ยังต้นทางคือ กระบวนการผลิตน้ำดื่ม ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ที่เรียกว่า “Smart Micro Filter” ที่สิงห์เคลมว่า เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำดื่มสิงห์เท่านั้น พร้อมใจปล้ำทุ่มเม็ดเงินสูงถึง 200 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปีเพื่ออัดบิ๊กแคมเปญในชื่อ “ดื่ม..สิ่งที่ใช่ให้ตัวเอง” ไฮไลท์คือการดึงพระเอกเนื้อหอมอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์
ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สิงห์ให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างมาก เพราะถือเป็นหัวใจหลักของการผลิตสินค้าให้กับผู้บริโภค ด้วยการระดมทีมฝ่ายสำนักงานมาตรฐานและประกันคุณภาพ สายเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์และทีมวิศวกรรมจำนวนมาก สำหรับวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตน้ำดื่มที่ดีและเหมาะกับร่างกาย โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “Smart Micro Filter” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำดื่มสิงห์เท่านั้น มาใช้ในกระบวนการผลิตนี้กับสินค้าในโรงงานทุกแห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกายมนุษย์มากถึง 70% ดังนั้น น้ำดื่มสิงห์จึงต้องการมอบผลิตภัณฑ์ที่ใช่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมีเทคโนโลยี Smart Micro Filter ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ ที่มีประสิทธิภาพและความละเอียดสูง สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย สิ่งสกปรก ที่ปะปนมากับน้ำออกไป แต่คงไว้ซึ่งแร่ธาตุตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ด้วยเหตุนี้เอง กระบวนการผลิตน้ำดื่มจึงมีความสำคัญ จึงเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตน้ำดื่ม Smart Micro Filter และต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับผู้บริโภคคนไทย
นอกจากนี้ น้ำดื่มสิงห์ยังมีมาตรฐานระดับโลกด้านอื่นๆ ที่การันตีคุณภาพ ความสะอาด ได้แก่ จีเอ็มพี (GMP), เอชเอซีซีพี (HACCP), ไอเอสโอ 22000:2005 Food Safety (ISO22000:2005), ไอเอสโอ 9001 (ISO9001), ไอเอสโอ14001 (ISO14001), เอ็นเอสเอฟ (NSF International จากสหรัฐอเมริกา), อย. และฮาลาล (HALAL) ซึ่งได้รับมานานแล้ว จากมาตรฐานดังกล่าวทำให้ได้รับการยอมรับและไว้วางใจเลือกใช้น้ำดื่มสิงห์จากแบรนด์รวมถึงหน่วยงานชั้นนำระดับโลก
โดยทั้งหมดนี้ น้ำดื่มสิงห์จะสื่อสารผ่านแคมเปญ “ดื่ม..สิ่งที่ใช่ให้ตัวเอง” และดึงซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทยที่อยู่ในใจของผู้บริโภคเป็นอันดับต้นๆ(Top of Mind) “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อจับตลาดในวงกว้าง(Mass) ทั้งเด็ก คนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่ และครอบครัว

เหตุผลของการเลือก ณเดชน์ เพราะเป็นนักแสดงที่ดูแลตัวเองอย่างดี มีการออกกำลังกาย ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งถือเป็นคาแร็กเตอร์ที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ นั่นคือการเลือกสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง และการที่ ณเดชน์เป็นนักแสดงในดวงใจของผู้บริโภค ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการรับรู้และช่วยให้ข้อมูลความรู้(Educated) มาตรฐานใหม่ของน้ำดื่มให้เกิดกับผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา น้ำดื่มสิงห์มีรูปแบบการทำตลาดที่แปลกใหม่แบบคาดไม่ถึง อาทิ รายการสิงห์รีวอร์ดซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน อีกทั้งรูปแบบการทำตลาดก็ฉีกแนวไปจากเดิม กล้าที่จะออกจากกรอบเพื่อให้เหมาะกับยุคสมัย หลังจากที่เน้นการสื่อสารไปยังผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งอยู่ตัวแล้ว สเต็ปต่อไปคือการเน้นไปยังต้นน้ำนั่นคือกระบวนการผลิต
“เราต้องการสื่อสารถึงคุณภาพที่ดีของน้ำดื่มสิงห์ที่สะอาด เหมาะกับร่างกาย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นตัวแทนแบรนด์ในการสื่อสารเรื่องนี้ ต้องมีความน่าเชื่อถือ จริงใจ และเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัยอย่างที่สุด ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนักแสดงอันดับ 1 ตลอดกาล ณเดชน์ คูกิมิยะ และยังเป็นการตอกย้ำความเป็นน้ำดื่มอันดับ 1 ของคนไทยอีกด้วย”
ทั้งนี้ บริษัททุ่มงบประมาณการตลาดกว่า 200 ล้านบาท เพื่อจัดแคมเปญการตลาด “ดื่ม..สิ่งที่ใช้ให้ตัวเอง” ผ่านสื่อแบบ 360 องศา ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และยังสานต่อกิจกรรมการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งยังคงทำตลาดน้ำดื่มขนาด 330 มิลลิลิตร ลายการ์ตูนมายลิตเติ้ลโพนี่ รวมถึงการเป็นสปอนเซอร์กิจกรรม Disney On Ice จับกลุ่มเป้าหมายเด็กอย่างต่อเนื่องเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
สำหรับภาพรวมตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด (PET+GLASS) ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 (ย้อนหลัง 1 ปี) ในเชิงมีมูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 3,300 ล้านลิตร เติบโต 9.3%แบ่งตามบรรจุภัณฑ์แบบขวดพีอีที(PET) มูลค่า 34,200 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 3,130 ล้านลิตร หรือคิดเป็นสัดส่วน 95% เติบโต 10% แบบขวดแก้ว(GLASS) มูลค่า 1,800 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 170 ล้านลิตร คิดเป็นสัดส่วน 5%

ทั้งนี้ น้ำดื่มสิงห์ยังครองความเป็นเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 21% เพิ่มขึ้น 10% ตามด้วยคริสตัล 20.6% เนสท์เล่ 15.2% น้ำทิพย์ 8.3% ช้าง 2.4% และอควาฟิน่า 1.5% สำหรับการรุกตลาดน้ำดื่มในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเพื่อความเป็นผู้นำตลาดที่ 23%

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในการเลือกซื้อน้ำดื่มของคนไทย จากการเก็บข้อมูลพบว่า มี 4 ประเด็นคือ 1.คุณภาพสินค้า 2.ช่องทางการกระจายสินค้า ต้องหาง่าย 3.ราคา และสุดท้าย ยี่ห้อ
จากการสำรวจดังกล่าวจึงนำมาซึ่งแคมเปญใหม่ ของน้ำดื่มสิงห์ เพื่อตอกย้ำว่า “ดื่มสิ่งที่ใช่ ให้ตัวเอง”




