BiznewsUncategorized

ไปอุดหนุนกัน! ‘คาเฟ่ อเมซอน’ เปิดโอกาส’วัยเก๋า’ เป็นบาริสต้า

ในปี 2564 ผู้สูงอายุในประเทศไทยจะมีตัวเลขถึง 13 ล้านคน หรือ 20% ของประชากรทั้งประเทศ เมื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย มีคำถามตามมาว่า สังคมไทยควรจะมีการ เตรียมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างไรในอนาคต

ล่าสุด โออาร์ ในเครือปตท .ผู้บริหารร้านคาเฟ่ อเมซอน ประกาศจับมือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( พม.) ถือโอกาสส่งเสริมผู้สูงวัยเป็นบาริสตา โดยใช้ชื่อร้านว่า ‘คาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์’ สาขาแรกรองรับสังคมผู้สูงวัย

นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) เปิดเผยว่า  สังคมไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด จะส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคตอันใกล้

สำหรับคาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ สาขาแรกได้ขยายโอกาสในการทำงานให้กับกลุ่มผู้สูงวัย โดยออกแบบอุปกรณ์ภายในร้านให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้สูงวัย เช่น การออกแบบความสูงของชั้นวางวัตถุดิบให้เหมาะสมและปลอดภัยในการทำงาน การใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวกและรักษารสชาติให้คงมาตรฐาน การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น

 

ทั้งนี้ โออาร์มีแผนจะขยายร้านคาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ เพิ่มเติมรวมเป็น 11 สาขาในปีนี้จากปัจจุบันเปิดแล้ว 7 สาขา ซึ่งที่จะครอบคลุมผู้พิการทางหู ทหารผ่านศึก ผู้สูงวัย และผู้เป็นโรคออทิสติก ส่วนจะขยายสาขาด้านนี้อย่างไรจะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่จะให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน พร้อมร้านค้าต่างๆ บริเวณสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่จำหน่ายสินค้าจะมาจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งนับเป็นการฝึกการทำงาน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตด้านนอกในอนาคต

ร้านคาเฟ่ อเมซอน ฟอร์ แช้นส์ สาขาที่ 7 เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสร้างความเท่าเทียมในการดำรงชีวิตให้แก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และยังเป็นการรองรับการก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ที่มีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยร้านนี้ออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้สูงวัย เช่น การออกแบบความสูงของชั้นวางวัตถุดิบให้เหมาะสมและปลอดภัยในการทำงาน การใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวก และรักษารสชาติให้คงมาตรฐาน การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น

 

ปัจจุบัน คาเฟ่อเมซอนมีจำนวนกว่า 3,150 สาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2563 บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมไม่ต่ำกว่าปีที่แล้วคือ 400 สาขา รวมทั้งขยายธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (NON OIL) เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงของสถานีบริการน้ำมันในอนาคตที่จะได้รับผลกระทบจากยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทำให้คู่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับธุรกิจกาแฟในเมืองไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นจะพบว่า คนไทยบริโภคกาแฟ 300 แก้วต่อคนต่อปี ขณะที่ญี่ปุ่นบริโภค 400 แก้วต่อคนต่อปี และเมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคพบว่า คนไทยบริโภคกาแฟ 1.4 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนญี่ปุ่นบริโภค 3 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

 

 

Related Articles

Back to top button