BiznewsUncategorized

แกะรอย 5 คนดัง ทำยังงัยเมื่อ ‘หมดไฟในการทำงาน’

ช่วงนี้หลายคนให้ความสนใจหันมาตรวจสอบภาวะจิตใจของตัวเอง และอาจจะค้นพบว่าอาการความทุกข์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตจนทำให้เกิดความกังวลว่าตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า แต่แท้จริงแล้ว อาการต่างๆ อาจจะไม่ใช่ภาวะซึมเศร้า แต่เป็นตัวชี้วัดว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout) ในการทำงานเท่านั้น

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยผลวิจัยด้านการตลาดในหัวข้อเรื่อง “BURNOUT IN THE CITY” พบว่า 7 ใน 10 ของคนกรุงเทพ อยู่ในสภาวะ “หมดไฟในการทำงาน”

จากผลวิจัยดังกล่าว พบว่า

  • คนกรุงเทพ 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน
  • คนกรุงเทพ 57% อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟในการทำงาน
  • คนกรุงเทพ 31% ไม่อยู่ในภาวะหมดไฟ

ผลการวิจัยสรุปรวมคนกรุงเทพที่มีภาวะหมดไฟจำนวน 12% และคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟในการทำงานอีก 57% จึงกล่าวได้ว่า คนกรุงเทพกว่า 69% หรือคิดเป็น 7 ใน 10 มีอาการหมดไฟ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะหากคิดเป็นสัดส่วนคนทำงานในกรุงเทพที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 8.8 ล้านคน

จากผลการวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่า คนทำงานกรุงเทพอยู่ในภาวะหมดไฟกว่า 5.7 ล้านคน

เมื่อรู้ว่าตัวเองหมดไฟในการทำงาน เราจะมีวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร?  วันนี้แอดจะพาไปดูวิธีที่เหล่าคนดังจุดไฟในตัวเองให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง

‘Bill Gates’ ลางาน 1 สัปดาห์นั่งอ่านหนังสือคนเดียว

เริ่มกันที่ เคล็ดลับของ Bill Gates เจ้าพ่อและซีอีโอของไมโครซอฟท์ที่ใช้มายาวนานนั่นคือ ลางาน 1 สัปดาห์ไปนั่งอ่าน-นั่งคิดงานโดยไม่ให้ใครรบกวน

ในปี 1980 สมัยที่ Gates เป็นซีอีโอของไมโครซอฟท์ เขามีเรื่องให้คิด ทำ และตัดสินใจเยอะมาก หนึ่งในเคล็ดลับที่เขาทดลองแล้วได้ผลคือการลางาน 1 สัปดาห์ในนั่งอ่านเปเปอร์ของพนักงานในบริษัทที่เสนอนวัตกรรมหรือโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ในกระท่อมลับของเขาที่ตั้งอยู่แถบภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา

Gates จะใช้เวลาประมาณ 18 ชั่วโมงต่อวันในการนั่งอ่านงานวิจัย รวมถึงใช้เวลานี้ในการคิดอย่างลึกซึ้ง โดยไม่มีใครมารบกวน

หนึ่งในผลงานเด่นของ Gates ที่มาจากการทำ Think Weeks คือการที่ไมโครซอฟท์สามารถปล่อยเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer ลงสู่ตลาดในปี 1995

“ I never thought that I would make much money out of the thing. I just loved writing software.”
“ผมไม่เคยคิดว่าผมจะสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากการทำงานนี้ (บริษัทคอมพิวเตอร์) เพราะผมแค่รักในการเขียนซอฟต์แวร์เพียงเท่านั้น” โดย บิล เกตส์ (Bill Gates) นักธุรกิจชื่อดังของโลก หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ ‘ไมโครซอฟท์’ 
ทบทวนกาย-ใจ สไตล์ ‘ รวิศ หาญอุตสาหะ’ Managing Director : ศรีจันทร์สหโอสถ

ต่อกันที่ผู้บริหารหนุ่มเจ้าของสินค้ายอดฮิตอย่าง ‘ศรีจันทร์’ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 และ CEO ของบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด

ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักหลังจากพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แบรนด์เครื่องสำอางอายุกว่า 70 ปี จากแป้งราคาหลักสิบสู่ราคาหลักร้อย จากการวางขายในร้านเล็กๆ ต่างจังหวัดสู่ห้างร้านหรูในเมือง สร้างผลประกอบการหลักร้อยล้าน ถูกยกเป็นตัวอย่างของการสานต่อธุรกิจครอบครัว และมีคนทั้งในและนอกวงการธุรกิจพูดถึงอยู่เสมอ

เมื่อเจอภาวะหมดไฟ( Burnout ) เขาจะกลับมาดูก่อนว่าตอนนั้นเราดูแลร่างกายดีหรือเปล่า นอนพอไหม ออกกำลังกายไหม กินอะไรผิดไปจากเดิมไหม นั่นหมายความว่าในวิถีชีวิตประจำวันของเราเป็นสิ่งที่ให้ Burnout หรือเปล่า

ส่วนเรื่องของ “สภาพจิตใจ” เป็นมุมมองของชีวิต ซึ่งถ้าเราอาจต้องลองเปลี่ยนมุมมองกับมัน เช่น เรื่อง “คน” ที่มักเหนื่อยและปวดหัว เราก็ต้องกลับมาดูว่าทำไมเราถึงมีปัญหาแบบนี้ ถามตัวเองว่าเราได้ศึกษาวิธีการเข้าใจคนแล้วหรือยัง และได้พยายามมองจากมุมเขาไหม เป็นต้น

ทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ต้นตอมันเกิดจากอะไร แล้วหาทางแก้ปัญหา เช่น เราไม่ชอบคนหนึ่งในที่ทำงานแต่ต้องทำงานกับเขาตลอด สิ่งที่เราต้องถามคือ “เราไม่ชอบเขาเพราะอะไร” ถ้าเราตอบได้ก็จะเป็นสาเหตุ บางทีอาจเป็นการที่เขาทำให้เรานึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่เราไม่ชอบก็ได้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจมุมมองที่มองคนนั้นจะเปลี่ยนไป เพียงแค่เราต้องเปลี่ยนมุมมองเท่านั้นเอง

คนที่มี “Self Awareness” หรือรู้จักตัวเองเยอะๆ ก็จะไม่ Burnout หรือเป็นไม่นาน

‘เปลี่ยนมาให้กำลังใจตัวเอง’ สไตล์ ‘ภาวุธ​ พงษ์วิทยภานุ’ CEO : TARAD.com 

ซื้อง่ายขายคล่อง เข้าใจตลาดมากกว่าที่เคย ผ่านแนวคิดที่กลั่นกรองมาอย่างดีของ “ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บ tarad.com แม่ทัพใหญ่แห่งวงการ e-commerce เมืองไทย

เป็นธรรมดาของคนทำงานที่ต้องเจอภาวะหมดไฟ พอจับตัวเองได้ว่าเรา “หมดไฟ” ก็ให้มองตัวเองในมุมกลับที่ว่าเราเดินมาไกลกว่าเดิมเยอะเลยนะ  นั่นคือวิธีการ “ให้กำลังใจ” ตัวเองรูปแบบหนึ่ง

หลังจากนั้น เมื่อเริ่มมีกำลังใจแล้วอยากมีไฟก็ต้องมอง “คนที่อยู่เหนือเรา” ว่าเขาเดินไปไกลกว่าเราแล้ว เราจะสามารถแซงเขาไปได้อย่างไร แต่ต้องขอเน้นย้ำไว้เลยว่า “ห้ามทำสลับกันเด็ดขาด” เพราะถ้าพลาดจะทำให้ท้อหนักกว่าเดิม

แต่ในกรณีที่อาการหนักมากๆ แนะนำให้ “หยุดพัก”  ด้วยการนั่งนิ่งๆ   พักหัวสมอง ไม่ต้องคิดเรื่องงาน แต่ไปโฟกัสจุดอื่น เมื่อเรามองกลับมาอีกครั้งอาจจะเจอวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ก็เป็นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ Attitude ของแต่ละคนว่าจะมองปัญหาอย่างไร

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีสุดไม่ว่าจะหมดไฟหรือมีไฟคือต้องมี “สติ” กับปัญหาที่เข้ามาทุกเรื่อง อย่าตื่นตระหนกับปัญหา และบางครั้งวิธีการที่ดีที่สุดคือ พยายามมองและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง หรือหาคนพูดคุยปรึกษาปัญหาที่เราไว้ใจและมีมุมมองที่ดี

 

 หาเสน่ห์ในงานทำอยู่ แล้วเราจะมีความสุข” สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์  CEO พฤกษา

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งผู้หญิงแถวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมืองไทย สำหรับสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์  CEO พฤกษา ผู้มีแนวคิดการทำงานโดยมุ่งจะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ที่เธอใช้มาตั้งแต่บ้านยูนิลิเวอร์

ด้วยลักษณะของการเป็นผู้นำที่มีเป้าหมายชัดเจนในการทำงานและต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ถึงแม้เธอจะเป็นผู้หญิงแต่เธอก็พร้อมที่จะรับบทบาทการเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด และพร้อมที่จะเป็นแม่ที่ดูแลครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้เธอได้รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มาครอง

คุณสุพัตรากล่าวไว้ว่า “เราควรมองหาเสน่ห์ให้แก่งานที่เรากำลังทำอยู่ แล้วเราจะมีความสุข” เมื่อเรารู้ว่าเสน่ห์ของงานที่เราทำนั้นอยู่ตรงไหน เราก็จะมองเห็นคุณค่าของงานมากขึ้น ซึ่งคุณค่าที่มาจากการมองเห็นจะเป็นตัวแปรผันตรงกับความสุขที่จะเกิดขึ้นขณะที่เราทำงาน และอีกด้านหนึ่งของการเป็นผู้นำที่ดีนั้นจะต้องมีความสามารถในการสร้างผู้นำรุ่นหลังในบริหารงานเก่งกว่าตนเอง ควบคู่ไปกับการสร้างพลังให้แก่ทีมเพื่อผลักดันให้องค์ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ปิดท้ายที่คำคมของ สตีบ จอบส์ (Steve Jobs) ผู้นำธุรกิจและอดีตประธานบริษัท Apple ผู้ล่วงลับ 
“Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do.”
“งานของคุณจะมีส่วนช่วยเติมเต็มชีวิตของคุณเอง และหนทางเดียวที่จะทำให้คุณพึงพอใจอย่างแท้จริงก็คือการทำในสิ่งที่เชื่อว่ามันเป็นงานที่ดี และทางเดียวที่จะนำไปสู่งานนั้นได้ คือ การรักในสิ่งที่ทำ”

Related Articles

Back to top button