สมองเสื่อมต้องสู้ต่อมีทางแล้ว’หมอธีระวัฒน์’ เผยแนวทางรักษา ‘อัลไซเมอร์’
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า สมองเสื่อม ต้องสู้ต่อมีทางแล้ว ในปี 2022 นี้ ยังเป็นปีที่หนักหนาสาหัส ทั้งนี้ เจาะจงแต่เรื่องสมองเสื่อมอย่างเดียวนะครับ เรื่องอื่นก็ดูจะสะบักสะบอมพอกัน
ทำไม ว่าหนักสาหัส เพราะประชากรไทยเข้าสู่ยุคสูงวัย มีสัดส่วนที่น่ากังวล และคำว่าสูงวัยในปัจจุบันอาจจะใช้อายุ ตาม วัน เดือน ปี เกิดไม่ได้ เพราะสมองของแต่ละคนมีต้นทุนต่างกัน นั่นคือ ถูกกำหนดจากชะตาชีวิตหรือยีนส่วนหนึ่ง แต่มีตัวที่ทำให้ต้นทุนหายกำไรหด จากโรคนานาชนิด อ้วนลงพุง ขาดการออกกำลัง เบาหวานความดัน ไขมัน ส่งผลไปถึงความบกพร่องไม่สมบูรณ์ของระบบเส้นเลือดและหัวใจ และเคราะห์กรรมยังมาจากมลภาวะรอบตัว ฝุ่นควันพิษ จิ๋ว ใหญ่ กลาง ตั้งแต่พีเอ็ม 2.5 หรือเล็กกว่านั้น ซึมทะลุทะลวงผ่านผนังเนื้อเยื่อและหลอดเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆ ได้ และสารเคมีต่างๆ ในน้ำ อาหาร และที่รุนแรง ในช่วงโรคระบาดนี้ คือ ไวรัสโควิด เร่งทำให้ใครที่พร้อมจะเป็นสมองเสื่อม ออกอาการเร็วขึ้น ใครที่เป็นนิดๆ หน่อยๆ อยู่แล้ว แสดงตัวออกมาเห็นชัด
ทั้งหมดจะทำให้ความมั่นคงแข็งแรงของประเทศไทยสั่นคลอนได้ จากคุณภาพของมนุษย์ที่ลดลง อีกทั้งคนรอบข้างยังต้องมาคอยดูแลอีก
แต่ช้าก่อนครับ อ่านมาถึงบรรทัดนี้ห่อเหี่ยวไปตามกัน ปัจจุบันนี้ เราสามารถพัฒนาการตรวจเลือดและสามารถที่จะบอกได้ว่ามีสมองเสื่อมแล้วหรือยัง อยู่ในขั้นไหนหรือเป็นเพียงแต่แอบแฝงอยู่ และโอกาสหรือความเสี่ยงที่จะปรากฏตัวขึ้น มีมากน้อยเพียงใด
และเมื่อทราบแล้ว เรายังสามารถปรับกระบวนท่า โดยถ้ายังเป็นน้อยดึงกลับได้ และแม้จะเป็นมากก็ตาม ชะลอตัว ไม่ให้เลวลงไปอีก ดังนั้น การรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด ควบคุมโรคประจำตัวให้ดีเยี่ยมที่สุด ไม่นานเกินรอ จะมีการรักษาต่างๆ ทยอยกันเข้ามาที่จับต้องได้และพิสูจน์แล้ว
ตัวอย่างที่จะเล่าคือ การใช้อินซูลินให้ทางจมูก (intranasal insulin delivery) เหตุผลที่มีการสนใจในเรื่องของอินซูลิน ทั้งนี้เพราะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ เปรียบเสมือนเป็นสมองเบาหวาน ทั้งๆ ที่คนนั้นไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน โดยในสมองมีสภาวะดื้ออินซูลินอยู่ ทั้งนี้อินซูลินมีบทบาทสำคัญ ในการปรับแต่งเซลล์แอสโตรไซท์ โดยที่หน้าที่ อย่างหนึ่งก็คือ เคลื่อนย้ายหรือทำลายขยะของเสียในสมอง และเมื่อมีสัญญาณอันตรายจะปล่อยสารอักเสบเฉพาะ ที่พอเหมาะพอดี ที่ไม่ได้ไปเผลอทำลายสมองเข้าไปอีก อินซูลินยังยับยั้งไม่ให้สมองตายเร็วกว่าที่ควร และคอยปกป้องเส้นใยประสาทที่อยู่ในเนื้อสมองส่วนสีขาว โดยผ่านทางเซลล์ที่สร้างปลอกหุ้มเส้นใยให้มีความแข็งแรง ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง
นอกจากนั้นพยาธิสภาพในสมองเสื่อมยังประกอบไปด้วยความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่ทำงานบกพร่อง
ความพยายามในการใช้อินซูลิน มีมาเป็นหลายสิบปี แต่มีอุปสรรคอยู่ที่การจะทำให้ผ่านผนังกั้นหลอดเลือด BBB (blood brain barrier) เพื่อที่จะให้เข้าถึงเนื้อสมอง ผนังกั้นหลอดเลือดจะยอมให้โมเลกุลที่มีขนาดเล็กกว่า 400 ดาลตันและมีพันธะไฮโดรเจนน้อยกว่าแปดถึงสิบ ซึมผ่านไปได้ แต่อินซูลินตัวใหญ่ ถึง 5808 ดาลตัน อีกทั้งการจะฉีดผ่านเข้าสมองในบริเวณที่ไม่มีผนังกั้น ก็เป็นไปได้ยาก และการฉีดโดยตรงเข้าเส้นเลือดก็ไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงไปอีก จนเกิดเป็นผลเสียตามมา
จนกระทั่งในปี 1989 ที่มีการประดิษฐ์คิดค้นการส่งผ่านอินซูลินเข้าทางจมูกและจดสิทธิบัตรในปี 1991 และในปี 2001 มีการจดสิทธิบัตรอีกฉบับหนึ่ง และทำให้มีการศึกษามากขึ้นในสัตว์ทดลองจนกระทั่งถึงมนุษย์




