Biznews

เกินต้าน!’หาดทิพย์’ แจ้งเลิกกิจการ 3 บริษัทย่อย หลังขาดทุนต่อเนื่อง

บมจ.หาดทิพย์ (HTC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ได้มีมติอนุมัติให้เลิกกิจการ 3 บริษัทย่อย ได้แก่

1.บริษัท หาดทิพย์ จำกัด คอมเมอร์เชียล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สัดส่วนการถือหุ้น 99.99% (โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 16 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญ 160,000 หุ้น ตราไว้หุ้นละ 100 บาท)

2.บริษัท หาดทิพย์ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจเจส จำกัด ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม สัดส่วนการถือหุ้น 99.99% (โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 30 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญ 300,000 หุ้น ตราไว้หุ้นละ 100 บาท)

3.บริษัท กินดีอยู่ดี 2020 จำกัด ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท หาดทิพย์ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจเจส จำกัด ถือหุ้น 71% (โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 30 ล้านบาท เป็นหุ้นสามัญ 300,000 หุ้น ตราไว้หุ้นละ 100 บาท)

ทั้งนี้เหตุผลที่ต้องเลิกกิจการทั้ง 3 บริษัท บริษัทฯระบุว่า สืบเนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและภาวะการดำเนินงานไม่เอื้ออำนวย และจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนเลิกบริษัทย่อยดังกล่าว และชำระบัญชีให้เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป

 

สำหรับบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Haad Thip Public Company Limited) (ชื่อย่อ : HTC)[2] เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลม ในชื่อของ โคคา-โคล่า โดยได้รับลิขสิทธิ์มาจาก โคคา-โคลา คัมปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ของไทย

พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล ได้รับลิขสิทธิ์ การผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลม ในชื่อของ โคคา-โคล่า เมื่อปี 2512 ในนาม บริษัท นครทิพย์ จำกัด โดยในระยะแรกได้เริ่มต้นจัดจำหน่ายใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และ จังหวัดยะลา ซึ่งโรงงานแห่งแรกของตั้งอยู่ใน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่กิจการในระยะแรก ต้องประสบกับภาวะต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การดำเนินกิจการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ต่อมาในปี 2517 บริษัท ไทยธนา จำกัด ของ ร้อยตรี ไพโรจน์ รัตตกุล ได้เข้ามาบริหาร และมีการเพิ่มทุน พร้อมทั้งทูลเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา เป็นองค์ประธานกรรมการ[4] ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งนี้ ตราบจนสิ้นพระชนม์ และได้มีการเปลี่ยนแปลงประธานกรรมการบริหารของบริษัทเป็น พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธานบริษัทตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในปี 2521 บจก.นครทิพย์ และ บจก.ไทยธนา ได้ตกลงร่วมกันจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เป็น บริษัท หาดทิพย์ จำกัด พร้อมกับได้สิทธิ์เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำอัดลม ในชื่อของ โคคา-โคล่า เพิ่มเติมอีก 11 จังหวัด (ทำให้ บริษัทฯ ได้เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคคา-โคล่า ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดของประเทศไทย) และได้แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2531

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2562 (10 อันดับแรก)
ลำดับที่            รายชื่อผู้ถือหุ้น               จำนวนหุ้นสามัญ            สัดส่วนการถือหุ้น
1 GUTSCHE FAMILY INVESTMENTS (PROPRIETARY) LIMITED 49,040,726 24.62%
2 ร้อยตรี ไพโรจน์ รัตตกุล 24,439,839 12.27%
3 นาง ประพันธ์ศรี รัตตกุล 20,136,281 10.11%
4 นางสาว พัณณภา รัตตกุล 14,986,347 7.52%
5 พลตรี พัชร รัตตกุล 10,381,044 5.21%
6 กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด สมอล แค็พ 8,814,723 4.42%
7 นาง ปริยา จีระพันธุ์ 8,661,275 4.35%
8 น.ส. สิริญชา สิทธิชัยวิเศษ 4,139,526 2.08%
9 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 3,238,657 1.63%
10 นาง จิรา ศรีธวัช ณ อยุธยา 3,183,807 1.60%

การประกอบธุรกิจ
บริษัทฯ ผลิต ผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายและบางส่วนซื้อจากบริษัทคู่ค้ารายหนึ่งในกรุงเทพฯ มาจำหน่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ประกอบด้วย

ผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม (Sparkling Beverages)
โค้ก
แฟนต้า
สไปรท์
ผลิตภัณฑ์ non-carbonated (Still Beverages)
มินิทเมด
อควาเรียส
น้ำดื่มน้ำทิพย์

นอกเหนือจากนี้บริษัทฯ ยังถือหุ้นหลัก ใน บจก.เซ้าเทิร์น ร็อคส์ จำกัด ซึ่งผลิตและจำหน่าย ขวดพลาสติกกึ่งสำเร็จรูป และ ขวดพลาสติก อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ทั้ง ไทยน้ำทิพย์ และ หาดทิพย์ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในชื่อของ โคคา-โคล่า เท่านั้น ในส่วนกิจกรรมการตลาด จะเป็น บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบ โดยได้มีการรวมตัวกันเป็น กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย

 

 

 

Related Articles

Back to top button