MINT รายงานกำไรครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโต 13%

MINT รายงานกำไรครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโต 13% ตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอระดับโลก ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“MINT”) ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่มีความหลากหลายและสมดุลในระดับโลก ด้วยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ผลประกอบการในไตรมาส 2 จะเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในบางภูมิภาค แต่ด้วยเครือข่ายธุรกิจที่กระจายตัวในหลายภูมิภาคทั่วโลก ควบคู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นอีกช่วงเวลาของการเติบโต และสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 3,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การเดินทางท่องเที่ยวที่ยังแข็งแกร่งในยุโรป และการบริหารจัดการรายได้ในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ตลอดจนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของผลการดำเนินงานธุรกิจร้านอาหารในตลาดสำคัญ
ไมเนอร์ โฮเทลส์: สะท้อนศักยภาพด้านการกำหนดราคา
ธุรกิจโรงแรมของไมเนอร์ โฮเทลส์ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิตามที่รายงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 2,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรหลักจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,381 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนในทิศทางบวก ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในยุโรปและประเทศไทย
- ยุโรปและอเมริกา: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่ยังแข็งแกร่ง ปฏิทินการจัดงานสำคัญในหลายประเทศ และการปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อิตาลี ละตินอเมริกา สเปน และยุโรปกลางเป็นตลาดที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น
- ประเทศไทย: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการกำหนดราคา การบริหารรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ
- มัลดีฟส์: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่ยังคงแข็งแกร่ง ควบคู่กับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ในด้านการขยายธุรกิจตามกลยุทธ์การเติบโตแบบลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Asset-light) บริษัทได้เปิดโรงแรมภายใต้สัญญาบริหารและแฟรนไชส์ใหม่จำนวน 7 แห่ง ครอบคลุมประเทศไทย อิตาลี แซมเบีย ลาว และออสเตรเลีย พร้อมขยายการดำเนินธุรกิจสู่ประเทศตุรกีเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ บริษัทยังลงนามสัญญาโรงแรมใหม่มากกว่า 20 แห่งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป สะท้อนความคืบหน้าตามแผนสู่เป้าหมายการลงนามสัญญาโรงแรมใหม่มากกว่า 50 แห่งภายในปี 2569 นอกจากนี้ Colbert Collection ซึ่งเป็น Soft Brand ระดับลักชัวรีที่เพิ่งเปิดตัว ยังได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าของโรงแรมที่ต้องการเข้าถึงเครือข่ายและการสนับสนุนจากแบรนด์ระดับโลก พร้อมทั้งยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละโรงแรมไว้ได้ ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายของ MINT ภายใต้กลยุทธ์ Asset-light โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อฐานะการเงินของบริษัท
ไมเนอร์ ฟู้ด: เดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ใหม่
กำไรหลักจากการดำเนินงานของธุรกิจอาหารในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,277 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในบางตลาด ทั้งนี้ ประเทศไทยกลับมามียอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) เติบโตเป็นบวก ขณะที่ประเทศจีนสร้างการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน สะท้อนการฟื้นตัวที่มีความต่อเนื่องและมีคุณภาพ โดยในประเทศไทย แบรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ Bonchon, Dairy Queen, และ Swensen’s ขณะที่ Sizzler ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวรูปแบบร้านใหม่
อีกหนึ่งความสำเร็จเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในไตรมาสนี้ คือ การจัดตั้งความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (PTTOR) เพื่อขยายสาขาแบรนด์ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ Chiho Ramen ภายในเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันปตท.ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่มากกว่า 150 แห่งภายในปี 2573 ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจของไมเนอร์ ฟู้ด ภายใต้กลยุทธ์แบบ Asset-light
เดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย
อัตราส่วนหนี้สินของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ จากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Securities) ด้วยวงเงินสินเชื่อร่วม (Syndicated Loan) ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกตามแผนการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัท ไม่ได้สะท้อนถึงความตึงตัวของฐานะการเงิน ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์ลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาสในการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) เพื่อทยอยลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT ให้ความเห็นว่า:
“บริษัทมีความยินดีที่สามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ แม้ต้องดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังมีความผันผวน ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มการดำเนินธุรกิจของบริษัท สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรม รวมถึงยอดการจองล่วงหน้าในตลาดสำคัญที่ยังคงแข็งแกร่งและสูงกว่าปีก่อน ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะข้างหน้า แม้เราจะยังคงติดตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในบางตลาดอย่างใกล้ชิด แต่บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของกลุ่มบริษัทในระยะยาว”



