เช็กเลย! วิธีต่อใบขับขี่ 2569 ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับรถ เอกสารสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ตั้งแต่รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงผู้ขับขี่รถสาธารณะ ต้องมีก่อนจะขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน ซึ่งใบขับขี่นั้นมีวันสิ้นอายุ (ยกเว้นผู้ที่ถือใบขับขี่ตลอดชีพ) และจะต้องต่อใบขับขี่เมื่อสิ้นอายุ โดยใบขับขี่แต่ละประเภทก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน
ปัจจุบันใบขับขี่มีการกำหนดอายุใช้งาน และเมื่อหมดอายุจะต้องไปต่อใบขับขี่ (เว้นเสียแต่ว่าไม่ขับขี่รถอีก) ซึ่งการต่อใบขับขี่นั้นก็จะมีขั้นตอนที่เหมือนหรือแตกต่างกันในแต่ละชนิดของใบขับขี่ โดยแบ่งรายละเอียดตามกรณีต่อไปนี้
การต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี (เปลี่ยนจากชนิดชั่วคราว เป็นชนิด 5 ปี)
การต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี (ต่อชนิด 5 ปี เป็นชนิด 5 ปี)
การจองคิวต่อใบขับขี่
เอกสารต่อใบขับขี่ ใช้อะไรบ้าง
บัตรประชาชน
ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ
ใบรับรองแพทย์สำหรับทำใบขับขี่
ต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี
การขอต่อใบขับขี่รถส่วนบุคคลจากชนิดชั่วคราว (2 ปี) เป็นชนิด 5 ปี มีหลักเกณฑ์ดังนี้
คุณสมบัติของผู้ขอต่อใบขับขี่ชนิด 5 ปี
1. มีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปี มาแล้ว
2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว หรือไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่
3. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกลงโทษปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปในความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่า 6 เดือนแล้ว
• ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย
• ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
• ในลักษณะกีดขวางการจราจร
• ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
• โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
• โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
4. ใบขับขี่ชั่วคราวต้องไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หากเกิน 1 ปี ต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม
ต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี ใช้เอกสารอะไรบ้าง
1. ใบขับขี่ฉบับเดิม (ชั่วคราว 2 ปี)
2. บัตรประชาชนตัวจริง
3. ใบรับรองแพทย์ ออกก่อนวันยื่นคำขอต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 เดือน
ขั้นตอนต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี ต้องสอบอะไรบ้าง
1. ตรวจสอบเอกสารและออกคำขอ
2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
• ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ
• ทดสอบสายตาทางลึก
• ทดสอบสายตาทางกว้าง
• ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)
3. ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูปติดใบขับขี่ และรับใบขับขี่ โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น ค่าคำร้อง 5 บาท และค่าธรรมเนียมใบขับขี่ตามแต่ละประเภท หากเป็นใบขับขี่รถยนต์ 500 บาท (รวม 505 บาท) ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 250 บาท (รวม 255 บาท)
หมายเหตุ หากใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และหากหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องเข้าอบรม ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด
ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี
สำหรับใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคล ทั้งใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อ และใบขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบ 5 ปี หมดอายุและต่อใบขับขี่ใบใหม่ มีหลักเกณฑ์ดังนี้
คุณสมบัติของผู้ขอต่อใบขับขี่
1. เป็นผู้ที่ได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล, ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล, ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล, ใบขับขี่รถบดถนน, ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ หรือใบขับขี่รถชนิดอื่น อยู่เดิมแล้ว
2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบขับขี่ชนิดนั้น ๆ
3. ใบขับขี่ฉบับเดิมต้องไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกินกว่า 1 ปี หากเกิน 1 ปี ต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม
ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ใช้เอกสารอะไรบ้าง
1. ใบขับขี่เดิม หรือใบแทน
2. บัตรประชาชนฉบับจริง
3. ใบรับรองแพทย์ ออกก่อนวันยื่นคำขอต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 เดือน
ขั้นตอนต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ต้องสอบอะไรบ้าง
1. ตรวจสอบเอกสารและออกคำขอ
2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ
ทดสอบสายตาทางลึก
ทดสอบสายตาทางกว้าง
ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)
3. ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูปติดใบขับขี่ และรับใบขับขี่ โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น ค่าคำร้อง 5 บาท และค่าธรรมเนียมใบขับขี่ตามแต่ละประเภท หากเป็นใบขับขี่รถยนต์ 500 บาท (รวม 505 บาท) ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 250 บาท (รวม 255 บาท)
จองคิวต่อใบขับขี่
การจองคิวทำใบขับขี่ล่วงหน้าสามารถทำการจองผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1. จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ สามารถทำการจองผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
2. จองคิวต่อใบขับขี่ทางโทรศัพท์ โดยติดต่อไปยังหมายเลขของสำนักงานขนส่งพื้นที่ต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้บริการต่อใบขับขี่ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า หรือสามารถ Walk in เข้ามาที่สำนักงานได้แล้ว หรือใครประสงค์จะจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้ายังสามารถทำได้เหมือนเดิม โดยขนส่งจะจัดลำดับให้บริการก่อน
ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน
กรณีที่ ใบขับขี่หมดอายุ ในส่วนของใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคล ซึ่งได้แก่ ใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อ และใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สามารถยื่นคำขอใบอนุญาตใหม่ หรือทำการต่อใบขับขี่ โดยมีเงื่อนไขคือ
หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วไม่เกิน 1 ปี สามารถยื่นคำขอต่อใบขับขี่ได้เลย
หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่
หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม สอบข้อเขียนใหม่ และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมด้วย
ทําใบขับขี่ต้องอายุเท่าไหร่
กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอทำใบขับขี่ประเภทต่าง ๆ ต้องมีอายุตามเกณฑ์ ดังนี้
ใบขับขี่ส่วนบุคคล ได้แก่ ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ และใบขับขี่รถยนต์ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
แต่หากเป็นการขอใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ชั่วคราว สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ และใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
ใบขับขี่รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถประเภทอื่น ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
เอกสารต่อใบขับขี่ ใช้อะไรบ้าง
บัตรประชาชน
ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ
ใบรับรองแพทย์ใบขับขี่
ผลการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ หรือสามารถเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่งฯ ได้แล้ว
หมายเหตุ – กรมการขนส่งทางบกได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการต่อใบขับขี่และทำใบขับขี่ทุกประเภท ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เป็นเอกสารประกอบด้วย รวมถึงการต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564
การต่อใบขับขี่กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี หรือเกิน 3 ปี
สำหรับการต่อใบขับขี่ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ แต่หากหมดอายุมาแล้วเกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม สอบข้อเขียนใหม่ และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด ซึ่งตามหลักเกณฑ์ใหม่ ทั้ง 2 กรณีต้องยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบด้วย สามารถจองคิวอบรมล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อระบุวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการ
หลักฐานสำหรับการต่อใบขับขี่กรณีขาดต่อเกิน 1-3 ปี
บัตรประชาชนฉบับจริง
ใบขับขี่เก่า (ถ้ามี)
ใบรับรองแพทย์ ที่ออกในช่วงเวลาไม่เกิน 1 เดือน
กรมการขนส่งทางบกได้เปิดระบบการอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่ ทางเว็บไซต์ออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ซึ่งสามารถดำเนินการเข้ารับการอบรมได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ จากที่บ้าน เพื่อลดขั้นตอนในการดำเนินการที่สำนักงาน สำหรับผู้ที่สามารถเข้ารับการอบรมได้ต้องเป็นผู้ที่ต่อใบขับขี่ หรือใบอนุญาตขับรถหมดอายุเท่านั้น โดยสามารถดูขั้นตอนและวิธีการเพิ่มเติมได้ที่ : อบรมใบขับขี่ออนไลน์ มีขั้นตอนและวิธีการอบรมอย่างไร ใครต้องอบรมบ้าง
แต่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้กลับมาเปิดให้บริการอบรมใบขับขี่ที่สำนักงานอีกครั้ง โดยสามารถ Walk in เข้ารับบริการได้ที่สำนักงานทุกแห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ประกาศพร้อมให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถที่สำนักงาน โดยไม่ต้องจองคิวต่อใบขับขี่ล่วงหน้าผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue รวมถึงการให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถที่สำนักงานขนส่งที่กลับมาเปิดให้บริการตามปกติเช่นกัน
หมายเหตุ – ใบขับขี่ จะหมดอายุตามวันที่ระบุ ซึ่งจะตรงกับวันที่ทำ โดยสามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ 6 เดือน ก่อนถึงวันหมดอายุ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กรมการขนส่งทางบก




