ทำความรู้จักกับ 4C เทคนิคดี ๆ เลือกซื้อแหวนเพชรสำหรับมือใหม่

ใคร ๆ ก็คงจะอยากมีเครื่องประดับเพชรแท้สวย ๆ เอาไว้ออกงานสักหนึ่งชุด ยิ่งเป็นงานที่สำคัญ ยิ่งต้องเลือกเครื่องเพชรให้ดี ให้สวยเข้ากับชุด แมตช์ให้ลุคของคุณดูสง่า ให้เกียรติเจ้าของงาน แถมยังสวยเฉิดฉายไม่น้อยหน้าใครด้วย แต่รู้ไหมว่าเพชรที่นิยมใช้เป็นเครื่องประดับมันมีกี่ประเภท มีกี่แบบกัน วันนี้จะพาไปไขข้อสงสัยกันเลย
รู้ไหมว่าเพชรมีกี่ประเภท?

- เพชรธรรมชาติ – เกิดจากการทับถมกันตามธรรมชาติเป็นเวลานาน ขุดได้ที่เหมืองทั่วไป จะเรียกว่า เพชรดิบ เพราะยังไม่ได้ผ่านการเจียระไน ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นเพชรที่สะอาดบริสุทธิ์กว่าแบบอื่น ๆ
- เพชรสังเคราะห์ – แน่นอนว่าเป็นเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้น ส่วนใหญ่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งคุณสมบัติทางเคมีที่ใกล้เคียงกับเพชรธรรมชาติมาก ๆ แต่ก็จะไม่แข็งแรงเท่า และหากมองด้วยตาเปล่าอาจจะแยกไม่ออกเลยก็ได้
- เพชรเทียม – เป็นเพชรประเภทที่มีมนุษย์สร้างขึ้น โดยที่ไม่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบเลย แม้จะสวยงามเหมือนกัน แต่การกระจายแสงที่แวววาว และความแข็งแรงทนทานของเพชรก็คงสู้เพชรธรรมชาติไม่ได้ ถือเป็นอีกชนิดที่เป็นที่นิยมเพราะราคาไม่สูงมาก
เทคนิค 4C สำหรับการเลือกซื้อเพชร
เทคนิสำคัญสำหรับการเลือกซื้อแหวนเพชรและเครื่องประดับเพชรให้ตรงใจ นอกจากจะต้องดูใบเซอร์ฯ ของเพชร เพื่อให้มั่นใจว่าเพชรที่ได้มาเป็นเพชรแท้ธรรมชาติ คุณสมบัติตรงตามต้องการแล้ว ก็ยังมีหลักการง่าย ๆ อยู่เพียงไม่กี่ข้อที่เรียกว่า 4C เพื่อใช้เลือกให้เพชรให้สวยถูกใจอย่างแน่นอน
1.Color

Color หรือสีของเพชร คนไทยเราจะรู้จักกันดีในคำว่า ‘น้ำ’ เช่น เพชรน้ำ 100 ก็เป็นเพชรที่ใสไม่มีสี ซึ่งเป็นว่าเป็นสีเพชรเกรดที่ดีที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็จะลดหลั่นกันลงไปจากที่มีความใส ไม่มีสี ก็จะเริ่มติดสีเหลืองอ่อนมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ โดยถ้าเป็นเพชรที่เริ่มเป็นเหลืองเข้มแล้ว จะเรียกว่าเพชรแฟนซี ซึ่งมีตั้งแต่เหลืองเข้ม ชมพู แดง ฟ้า เขียว ส้ม และอีกมากมาย ซึ่งก็จะแล้วแต่ความชอบหรือความต้องการว่าจะเอาเพชรไปทำเป็นแหวน ต่างหู สร้อยหรือเครื่องประดับอื่น ๆ
2.Clarity

Clarity หรือความบริสุทธิ์ของเพชร ซึ่งแน่นอนว่าเพชรที่สะอาดบริสุทธิ์ไร้ตำหนิใด ๆ ก็มักจะสวยงามและมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่เพชรที่มีตำหนิก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สวย เพราะส่วนใหญ่ตำหนิเหล่านี้เราจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยระดับความสะอาดของเพชรจะมี 11 ระดับไล่จากสะอาดบริสุทธิ์ที่สุด ไปจนน้อยสุด ดังนี้
- Flawless
- Internally Flawless
- Very Very Slightly Included 1 และ 2
- Very Slightly Included 1 และ 2
- Slightly Included 1 และ 2
- Imperfect 1, 2 และ 3
3.Cut

Cut หรือการตัดเพชร ที่เราคุ้นหูและรู้จักกันดีในคำว่า เจียระไน ยิ่งเจียระไนได้ดีก็จะยิ่งทำให้เพชรดูสวยยิ่งขึ้น ซึ่งการเจียระไนเพชรจะส่งผลกับ 3 อย่าง คือประกายไฟ ความสว่างไสว และความระยิบระยับ โดยถ้าสามารถเจียระไนให้มีเหลี่ยมเพชรที่ครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ก็จะทำเพิ่มมูลค่าและราคาของเพชรให้สูงยิ่งขึ้นนั่นเอง
4.Carat

Carat หรือกะรัต เป็นหน่วยการวัดน้ำหนักเพชร ถือเป็นอีกหลักการเลือกเพชรที่สำคัญ เพราะยิ่งเพชรมีน้ำหนักกะรัตที่มาก ก็มีโอกาสที่ราคาจะสูงขึ้นนั่นเอง โดย 1 กะรัตจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 0.2 กรัม ซึ่งเรียกเพชร 1 กะรัตกันอีกอย่างได้ว่า 100 ตัง แต่แม้น้ำหนักจะมาก แต่เวลาเลือกซื้อแหวนเพชร สร้อยเพชร หรือเครื่องประดับอื่น ๆ ก็ควรดูควบคู่กับขนาดหน้ากว้างด้วย เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
จากหลักการ 4C ในการเลือกซื้อแหวนเพชร สร้อยเพชร ต่างหูเพชร หรือเครื่องประดับเพชรชิ้นอื่น ๆ บอกได้เลยว่ามันไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องเป็นเพชรที่ดีที่สุดจะต้องเป็นเพชรที่มี 4C เพอร์เฟกต์ทั้งหมด มันจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สวมใส่มากกว่า และหากคุณต้องการคำแนะนำการในเลือกเพชร หรืออยากจะหาแหวนเพชรสักวง ต่างหูเพชรสักคู่ ก็สามารถไปได้ที่ ร้านขายเครื่องประดับเพชร NGG Jewely




