Biznews

“นกแอร์” โคม่า หวั่นธุรกิจล้ม

อยู่ในอาการร่อแร่อย่างมากสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำอย่างนกแอร์ที่ยังคงต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนล่าสุด กพท. ต้องสั่งจับตาเป็นพิเศษ หลังทยอยยกเลิกเที่ยวบิน  ซึ่งก่อนหน้านี้สายการบินนกแอร์ ได้ประกาศการหยุดการทำการบินชั่วคราว สำหรับ 2 เส้นทางบินในประเทศ คือ เส้นทาง ดอนเมือง – ร้อยเอ็ด และดอนเมือง-นครพนม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 26 ต.ค. 2562 เนื่องจากได้ปลดระวางเครื่องบินแบบ ATR 72-500 จำนวน 2 ลำ และล่าสุดเตรียมประกาศหยุดทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ – น่าน ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.นี้ เป็น ต้นไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กทพ.)ได้มีการจับตาการดำเนินธุรกิจของบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินนกแอร์เนื่องจากมองว่าสายการบินนกแอร์ยังมีปัญหาเรื่องสถานะทางการเงินและกระแสเงินสดซึ่งหากปัญหาเหล่านี้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจก็จะ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร

ขณะนี้ กพท. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจับตาพฤติกรรม การดำเนินธุรกิจของสายการบินทุกสายการบินที่ประจำการอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยขณะนี้สั่งจับตาสายการบินนกแอร์ เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง20% เป็นอันดับ 2 ของตลาดรองจากสายการบินไทย แอร์เอเชียที่ มีส่วนแบ่งอยู่กว่า 30% ซึ่งปัจจุบันพบว่ากำลังประสบปัญหาทางการเงิน และล่าสุดยังตรวจสอบพบว่าเริ่มมีการยื่นขอยกเลิกเที่ยวบินเข้ามา อย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าสายการบินนกแอร์มีการเริ่มทยอยปลดนักบินบางส่วนจากการจะปลดระวางเครื่องบินบางรุ่นออกจากฝูงบินแล้ว แต่ ยังไม่มีรายงานการปลดพนักงานส่วนอื่นๆ ทั้งนี้จากการติดตามดูงบการเงินของนกแอร์ปัจจุบันพบว่ายังมีการจ่ายค่าใช้จ่าย และหนี้สินใน การดำเนินธุรกิจการบินได้ตามปกติ ยังไม่มีภาระหนี้สินคงค้างแบบผิดปกติ

ทั้งนี้ หากดูผลประกอบการของสายการบินนกแอร์ในช่วง 3 ปีหลัง (2558-2560) พบว่ามีรายได้สุทธิขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ต้องมีการปรับลดเส้นทางบินลง เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย  โดยในปี 2558 นกแอร์มีรายได้รวม 13,386,723,454 บาท ขาดทุน 423,941,058 บาท ปี 2559 มีรายได้รวม 13,119,677,310 บาท ขาดทุน 2,626,826,192 บาท ปี 2560 มีรายได้ 14,786,663,686 บาท ขาดทุน 1,825,675,378 บาท

นกแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัดของประเทศไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ภายใต้ชื่อบริษัท สกายเอเชีย จำกัด (Sky Asia Ltd.) เริ่มทำการบินครั้งแรกวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 และเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2549 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (Nok Airlines Co., Ltd.) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) (Nok Airlines Public Company Limited) เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2556 เพื่อเตรียมนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ได้ในวันที่ 20 มิถุนายนปีเดียวกัน

สายการบินนกแอร์ ก่อตั้งขึ้นโดยมีบริษัทร่วมทุนดังนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (ถือหุ้น 49%) บริษัท นกแอร์แมนเนจเม้นท์ฮ่องกง จำกัด (25%) บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) (6%) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (5%) บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (5%) ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ (10%) โดยมีนายพาที สารสิน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งแต่ก่อตั้งสายการบิน จนกระทั่งนายพาทีลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้แต่งตั้งนายปิยะ ยอดมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน[1] ในปีต่อมานายปิยะได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าขอลาออกจากตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2561 พร้อมกันนี้ ได้เแต่งตั้งนายประเวช องอาจสิทธิกุล กรรมการบริษัท ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายปิยะ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

Related Articles

Back to top button