“ชื่อไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด”บทเรียนราคาแพง “ไมเนอร์”
กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตของกลุ่มไมเนอร์ เจ้าของแบรนด์สินค้าชื่อดังอย่างทั้งธุรกิจอาหาร ค้าปลีกและการโรงแรมชั้นนำระดับโลกหรือไม่ต่อกรณีที่ “ไมเนอร์” น่าจะอยู่ในข่าย ตกม้าตายในการชวดพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่เมื่อหลังยื่นข้อเสนอผิดทีโออาร์ แม้จะมีการส่งหนังสือเพื่อเรียกร้องให้การท่าอากาศยานหรือทอท.ทบทวนใหม่อีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดให้ภาคเอกชนยื่นซองประมูลงานให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเปิดให้ยื่นซองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเอกชนซื้อซองจำนวน 4 ราย แต่มายื่นข้อเสนอจำนวน 3 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ส่วนบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้เข้ายื่นซองข้อเสนอ
ทั้งนี้ ผลการพิจารณาเอกสารซอง 1 คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ พบว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากนำประสบการณ์ของบริษัทลูก คือ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป มายื่นข้อเสนอ ซึ่งผิดกับข้อกำหนดในเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ในข้อ 3.5 ที่ระบุว่า เอกชนผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นเอกชนรายเดียวกับที่ซื้อซองเอกสารโครงการ และต้องเป็นนิติบุคคลรายเดียวกัน

สำหรับขั้นตอนดำเนินงานหลังจากนี้ ทอท.กำหนดให้เอกชนผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ นำเสนอผลงานด้านเทคนิคในวันที่ 29 พ.ค.นี้ เพื่อดำเนินการเปิดซองข้อเสนอด้านผลตอบแทนในช่วงบ่ายของวันที่ 31 พ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับการเปิดซองผลตอบแทนโครงการดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ ขณะที่การเปิดประมูลดิวตี้ฟรีใน 3 สนามบินภูมิภาค ทอท.มีกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอวันที่ 4 มิ.ย. 2562 และจะเปิดข้อเสนอด้านผลตอบแทนในวันที่ 10 มิ.ย. 2562 เนื่องจากต้องการสรุปผลการประมูลทุกโครงการให้แล้วเสร็จ เสนอเข้าบอร์ดเห็นชอบในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ และลงนามสัญญาพร้อมกัน เพื่อเร่งพัฒนาโครงการ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงถึงการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังยืนซองประมูลแล้วถูกปรับสอบตกและยืนยันว่าคุณสมบัติไม่บกพร่อง เนื่องจากมีธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง ธุรกิจอาหาร ค้าปลีก และโรงแรมก็ตาม
ทางไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นนอลให้เหตุผลว่า เป็นถือหุ้นใหญ่ในบริษัทในเครือ 80-90% มีอำนาจในการบริหาร และกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ แต่ทางทอท.ปรับให้ไมเนอร์ฯ สอบตก พร้อมกับบอกว่าขาดคุณสมบัติ ขาดประสบการณ์
และนี่คือ จดหมายที่ไมเนอร์ส่งตรงถึงทอท..ใจความว่า
27 พฤษภาคม 2562
ถึงผู้เกี่ยวข้อง
เรื่อง ข้อเสนองานให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อ้างถึง ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เรื่อง งานให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ลงวันที่ 29 มีนาคม 2562 (ประกาศ ทอท.) และเอกสารการยื่นข้อเสนอการดำเนินงานเลขที่ 4/2562 งานให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (เอกสารการยื่นข้อเสนอ)
ตามที่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้เป็นผู้ซื้อเอกสารการยื่นข้อเสนอการดำเนินงานให้สิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ข้อเสนอ) และได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อ ทอท. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 นั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทอท. ได้ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของบริษัทฯ (โดยไม่ได้ยืนยันเป็นหนังสือให้แก่บริษัทฯ) เนื่องจากบริษัทฯ ขาดประสบการณ์ในการดำเนินงาน ตามที่ระบุในข้อ 3 และข้อ 5 ของประกาศ ทอท. และข้อ 3 ของเอกสารการยื่นข้อเสนอ
บริษัทฯ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่ ทอท. ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของบริษัทฯ บริษัทฯ มีประสบการณ์อย่างมากในการบริหารธุรกิจด้านอาหาร เครื่องดื่มและการค้าปลีกในประเทศไทยตามข้อกำหนดของเอกสารการยื่นข้อเสนอ บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจด้านอาหาร และการค้าปลีกในประเทศไทย และบริหารดำเนินการธุรกิจดังกล่าวด้วยตนเองและโดยผ่านบริษัทย่อยที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของและที่ถือหุ้นส่วนใหญ่ ดังนี้
- บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ผู้ดำเนินธุรกิจประเภทร้านอาหาร
- บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ผู้ดำเนินธุรกิจประเภทจัดจำหน่ายสินค้าด้านแฟชั่น และไลฟ์สไตล์
- บริษัท รอยัล การ์เด้น พลาซ่า จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา และ ศูนย์การค้า เทอร์เทิล วิลเลจ พลาซ่า และ
- บริษัท เจ้าพระยา รีซอร์ท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ ศูนย์การค้า ริเวอร์ไซด์ พลาซ่า
รายละเอียดในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ปรากฏชัดแจ้งในหนังสือรับรองประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารการประมูลของบริษัทฯ ที่ได้มอบให้ไว้แก่ ทอท. แล้ว ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันอย่างทั่วไปว่า บริษัทฯ ดำเนินการบริหารธุรกิจดังกล่าวอย่างยิ่งยวดทั่วทั้งประเทศไทยและในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงเชื่อว่าการที่ทอท. ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ ขาดคุณสมบัตินั้นไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของเอกสารการยื่นข้อเสนอ บริษัทฯ เชื่อว่าขั้นตอนการประมูลของทอท. ที่ดีที่สุดควรที่จะรวมผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ผ่านเรื่องคุณสมบัติ แต่การที่ทอท. ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ ขาดคุณสมบัติ นั้น ขัดแย้งกับขั้นตอนการประมูลดังกล่าว
บริษัทฯ ได้ขอให้ ทอท. พิจารณาการตัดสินของ ทอท. อย่างเร่งด่วนอีกครั้ง เพื่อประโยชน์แห่งความป็นธรรม
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ในนาม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
(นาย สตีเฟ่น แอนดรูว์ ฮอยนาสกี้)
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์
ไมเนอร์ฯ อ้างว่า มีการบริหารธุรกิจมายาวนาน ปัจจุบัน มีร้านอาหารในเครือรวมกว่า 1,000 สาขาในประเทศไทย แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ และยังมีธุรกิจโรงแรมอีกกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไมเนอร์ย้ำว่า ขาดประสบการณ์คงไม่ใช่ และยืนยันว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม เป็นทีน่าสังเกตว่า การประมูลดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากลหรือจะมีการหมกเม็ดหรือไม่ เมื่อ ผู้บริหารระดับสูงอย่าง ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เลือกที่จะชี้แจงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงประเด็นดังกล่าว ใจความว่า
“ข้อเท็จจริง….ประเด็นชี้แจง…และปริศนา …กรณี บ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ตกคุณสมบัติการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)
(1) ข้อเท็จจริง
(1.1) คนมาซื้อซองเข้าประมูลคือ MINT (Minor International) ซึ่งเป็น Holding Company ที่ไม่มีประสบการณ์ในการบริหารงาน โดยบริษัทลูกที่มีประสบการณ์ในการบริหารงานคือ Minor Food โดยในการประมูลที่ผ่านมาทั้งท่าฯดอนเมือง (ทดม.) และ ท่าฯ ภูเก็ต (ทภก.) Minor Food เป็นผู้เข้าประมูลมาโดยตลอด
(1.2) ทอท. เปิดให้ยื่นรายชื่อ ผู้ร่วมค้า (Joint Venture: JV) หรือ ผู้ร่วมทุน (Consortium) ได้ภายในวันที่ 22 พ.ค. 2562 ซึ่งเมื่อเลยกำหนดระยะเวลาแล้ว MINT มิได้มีการยื่นรายชื่อใด
(2) ประเด็นชี้แจง
(2.1) การที่ MINT ได้ออกแถลงข่าว โดยกล่าวว่า Minor Food อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ MINT นั้น ทอท. มิได้ปฏิเสธประเด็นดังกล่าว แต่หาก Minor Food และ MINT เป็นคนละนิติบุคคลกัน โดย TOR ระบุไว้ชัดเจนว่าผู้ซื้อซองเท่านั้นจะต้องเป็นผู้ยื่นประมูล ดังน้นหาก ต้องการใช้ประสบการณ์ของ Minor Food ในการยื่นประมูล ก็สามารถดำเนินการได้โดยให้ Minor Food เป็นผู้ซื้อซองและยื่นประมูลดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาในกรณี ทดม. และ ทภก.
(2.2) หากซื้อซองในนาม MINT ดังเช่นในครั้งนี้ และต้องการใช้ประสบการณ์ของ Minor Food นั้น ทอท. ก็เปิดโอกาสให้สามารถทำได้โดยการยื่นชื่อ Minor Food เป็น JV ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 62 แต่เมื่อเลยเวลาดังกล่าว MINT มิได้ยิ่นรายชื่อ JV ใด
(2.3) ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า หาก MINT ปฏิบัติตามข้อ (2.1) ดังเช่นที่ตนเคยปฏิบัติมาในอดีต หรือ ปฏิบัติตามข้อ (2.2) ดังเช่นที่ ทอท. เปิดโอกาสให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะผ่านคุณสมบัติฯ แต่หากการใช้นิติบุคคลหนึ่ง ยื่นเข้าแข่งขัน โดยใช้ประสบการณ์ความสามารถของอีกนิติบุคคลหนึ่งนั้น ไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ใน TOR
(3) ปริศนา …
(3.1) ทำไมครั้งนี้เครือ Minor ไม่ใช้บริษัทลูก Minor Food ยื่นประมูลอย่างที่เคยทำมาในอดีต?
(3.2) ถ้าคิดว่าบริษัทแม่คุมบริษัทลูก และยื่นคุณสมบัติบริษัทลูกได้… คำถามคือ ถ้าประมูลชนะวันนี้ และขายหุ้นบริษัทลูกพรุ่งนี้ ทอท. ก็จะได้ผู้ไม่มี่ประสบการณ์เข้ามาดำเนินการ เหมาะแล้วหรือ
ปล. โพสต์นี้ มีว้ตถุประสงค์จะทำความเข้าใจต่อสาธารณะชน …หนังสืออย่างเป็นทางการของ ทอท. จะส่งตอบกลับทาง MINT ต่อไป

เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้ นอกจาก ไมเนอร์น่าจะจำไปนาน ว่า “ชื่อไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด”
ลุ้นผลวันนี้ว่าใครจะคว้าชัยในการประมูลดิวตี้ฟรี พื้นที่เชิงพาณิชย์สุวรรณภูมิ




