What Happen!!!Dean & DeLuca “เพซ” เตรียมชี้แจงด่วน 18 ก.ค.นี้
ท่ามกลางความปั่นป่วนของภาวะวิกฤตที่ลุกลามไปทั่วโลกในเวลานี้ ทำให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน เราได้เห็นข่าวการทยอยปิดกิจการหลายบริษัท การปรับลดพนักงานและอีกหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้น มาถึงรายล่าสุดตามรายงานของ New York Times เผยว่า Dean & DeLuca ร้านอาหารสุดหรูที่มีเจ้าของเป็นคนไทย และเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2019 Dean & DeLuca กำลังปิดสาขาในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งทำให้จำนวนสาขาลดลงถึงหกแห่ง
สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพซฯ ซึ่งเป็นบริษัทไทยที่เป็นเจ้าของแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ทั่วโลก เคยเล่าว่า ได้เซ็นสัญญากับ Lagardère Travel Retail ให้เอ็กซ์คลูซีฟแฟรนไชส์เพื่อเปิดร้าน ดีน แอนด์ เดลูก้า ในสนามบิน สถานีรถไฟ และจุดท่องเที่ยวหรือ Travel Hub แผนในปี 2019 จะเปิดอย่างน้อย 30 สาขา และคาดการณ์รายได้จากการให้สิทธิแฟรนไชส์กับพาร์ทเนอร์เจ้านี้ประมาณ 600 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าขยาย 150 สาขาภายใน 5 ปีด้วย
นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ Dean & DeLuca ส่งสัญญาณฐานะการเงินไม่คล่องตัวมาตลอด หลายครั้งตกเป็นข่าวเลิกสัญญาเช่า และยกเลิกการเป็นสปอนเซอร์ในหลายแคมเปญ ที่หนักข้อคือการค้างชำระเงินให้กับผู้ขายจำนวนหลายแสนเหรียญสหรัฐ จนล่าสุดปิดร้านหลายแห่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารแบรนด์โดย เพซ ดีเวลลอปเมนท์ ในปัจจุบัน Dean & DeLuca มีสาขาทั้งสิ้น 82 สาขา เป็นสาขาที่เพซฯ เป็นเจ้าของ 100% คือ 6 สาขาในสหรัฐอเมริกา และ 12 สาขาในประเทศไทย
ส่วนสาขาในประเทศอื่นๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา(ฮาวาย) 2 สาขา, ญี่ปุ่น 46 สาขา, เกาหลีใต้ 2 สาขา, สิงคโปร์ 3 สาขา, คูเวต 2 สาขา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 สาขา, ฟิลิปปินส์ 3 สาขา, มาเก๊า 1 สาขา, บาร์เรน 1 สาขา, ฮ่องกง 2 สาขา และ มาเลเซีย 1 สาขา เป็นสาขาที่เกิดจากการร่วมทุน หรือขายไลเซ่นส์ประกอบกิจการ (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2562)
ในการให้สัมภาษณ์กับ Times สรพจน์ยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นใน PACE เรื่องสภาพคล่องตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการ ปัญหานี้ต่อเนื่องมาจากการเปิดตัวอาคารที่สูงที่สุดของประเทศไทยในปี 2017 นั่นคืออาคารมหานครมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในปีเดียวกัน สรพจน์ก็ตัดใจขายบางส่วนของโครงการมหานครมูลค่า 14,000 ล้านบาท ให้กับ “คิง เพาเวอร์” ประกอบด้วยส่วนที่ดิน โรงแรม อาคาร จุดชมวิว ส่วนค้าปลีกรวมถึงสิทธิการตั้งชื่ออาคารด้วย
แม้จะยอมรับว่าขาดทุน แต่สรพจน์ย้ำว่า PACE จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Dean & DeLuca ซึ่งได้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกแล้วด้วยภาพลักษณ์คาเฟ่มากกว่า 60 สาขาทั่วเอเชีย รวมถึงตะวันออกกลางอีก 3 แห่ง เบื้องต้น สรพจน์บอกใบ้ถึงความเป็นไปได้ที่จะลดขนาดสาขา Dean & DeLuca ลง ซึ่ง PACE ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการพยายามฟื้นฟูแบรนด์ โดยบริษัทมีความตั้งใจที่จะอัดฉีดเงินเพิ่มเติมเพื่อ“แก้ไขธุรกิจและปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของเรา”
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ‘เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น’ ท่ามกลางวิกฤติได้เตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงของการดำเนินธุรกิจ Dean & Deluca อเมริกาและเอเชีย นำทีมผู้บริหารแถลงข่าวโดยนายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายสมศักดิ์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ในวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 นี้
ทั้งนี้ Dean & DeLuca ก่อตั้งในปี 1970 โดย Giorgio DeLuca และ Joel Dean ซึ่งเป็นร้านค้าที่รู้จักกันดีในเรื่องวัตถุดิบอาหารในระดับไฮเอนด์ และได้ขยายสาขาไปในหลายประเทศด้วยกัน ก่อนที่ในปี 2014 จะมีการขายกิจการให้กับ เพซ ดีเวลลอปเมนท์ฯ
Dean & DeLuca เป็นร้านขายของชำในเครืออเมริกัน คนแรกก่อตั้งขึ้นใน ย่านโซโห ของนคร นิวยอร์ก โดย โจเอลดี น จอร์โจเดอลูก้า และแจ็คเซเกลิก ในเดือนกันยายน 2520 เข้าร่วมในเดือนกันยายน 2522 โดย Eugenio Pozzolini ซึ่งกลายมาเป็นหุ้นส่วนในปี 2524 ในปี 2557 Dean & Deluca เป็นเจ้าของโดย Pace Development ซึ่งเป็น บริษัท พัฒนาสินค้าหรูหราของไทย
ตลอดระยะเวลาที่ Dean & Deluca แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์จากนิวยอร์ค ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE ก็ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมาหลากหลายรูปแบบโดยเน้นการขยายสาขาแบบให้สิทธิแฟรนไชส์ เพื่อให้สามารถขยายร้านได้อย่างรวดเร็ว
ติดตามและรอลุ้นไปด้วยกันว่า ข้อมูลที่เพซจะชี้แจงในวันพรุ่งนี้รายละเอียดจะเป็นเช่นไร จะช่วยคืนชีพให้กูร์เมต์ระดับตำนานกลับมายืนหยัดอย่างมั่นคงได้อีกหรือไม่..
กดติดตามเพจ BIZpromptINFO รอเลย



