ดังนั้น งานนี้จึงถือว่าเป็นการประกาศศึกท้าชนเจ้าตลาดคอนวีเนียนสโตร์แบบ ตรงๆ และ เต็มๆ
เมื่อเทียบศักยภาพและขุมกำลังของทั้งสองยักษ์ใหญ่ค้าปลีก ก็ต้องยอมรับว่า เทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรส ยังห่างชั้นกับเซเว่นอีเลฟเว่นอีกหลายขุมในหลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่จำนวนสาขา ที่ ณ สิ้นปี 2561 เซเว่นอีเลฟเว่นมีจำนวนสาขาถึง 10,988 สาขา และวางเป้าหมายขยายถึง 13,000 สาขาในปี 2564 โดยจะขยายสาขาใหม่ปีนี้อีก 700 สาขา ขณะที่ ณ เดือนพฤษภาคม 2562 เทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส มีสาขาอยู่ที่ 1,600 สาขา และวาดแผน 3 ปี จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 750 สาขา หรือเปิดเฉลี่ยปีละ 250สาขา เรียกว่าห่างกันเกือบ 10 เท่าตัวทีเดียว

ที่ตีตื้นขึ้นมา เป็นเรื่องของยอดขาย โดยในปี 2561 เซเว่นอีเลฟเว่นปิดยอดขายอยู่ที่ 308,843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากปี 2560 โดยเฉลี่ยรายได้ต่อสาขาต่อวัน 81,788 บาท ยอดซื้อต่อบิล 69 บาท ลูกค้าต่อสาขาต่อวัน 1,185 คน ส่วนกำไรสุทธิ 19,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% ส่วนเทสโก้โลตัสปิดยอดขายสำหรับสาขาทุกฟอร์แมตรวมกันอยู่ที่ประมาณ 22,000 ล้านบาทในปี 2561

แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เซเว่นอีเลฟเว่น ทิ้งห่างเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรสหลายขุม และเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นครองความเป็นแชมป์ได้ชนิดยืนหนึ่ง กลับอยู่ที่ห่วงโซ่ซัพพลายเชน ที่เซเว่นอีเลฟเว่น มีครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำที่เป็นภาคการผลิต อุตสาหกรรมกลางน้ำที่เป็นโรงงานแปรรูป และอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เป็นช่องทางจำหน่ายคือ เซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในเครือซีพีทั้งหมด ทำให้สามารถควบคุมการบริหารจัดการได้ในทุกกระบวนการ และเป็นคีย์หลักของปัจจัยความสำเร็จ

นอกจากการมีซัพพลายเชนครบวงจรแล้ว ด้วยความที่เซเว่นอีเลฟเว่นมีสาขากระจายทั่วไปลงลึกถึงระดับตำบล ทำให้กลายเป็นช่องทางจำหน่ายสำคัญที่ทำให้สินค้าที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าในระดับแมส ต้องพยายามหาทางเข้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แม้จะต้องเสียค่าแรกเข้าและส่วนแบ่งจากยอดขายก็ตาม ด้วยอำนาจต่อรองที่สูงลิบนี้เอง ทำให้เซเว่นอีเลฟเว่นสามารถจับมือซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้า ในการพัฒนาสินค้าที่มีความแตกต่าง สร้างจุดขาย และพัฒนาเพื่อขายเฉพาะในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการสร้างจุดขายที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว
นอกจากนี้ เซเว่นอีเลฟเว่น ยังมีอำนาจต่อรองมาจากธุรกิจค้าปลีกในเครือ อย่าง แม็คโคร ห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ที่เน้นกลุ่มอาหารเป็นหลักเช่นกัน ยิ่งเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

แต่สำหรับเทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรส กลับต่างออกไป และถือเป็นจุดอ่อนสำคัญเช่นกัน จากการที่ไม่มีอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำรองรับ มีเพียงช่องทางจำหน่าย ทำให้ไม่สามารถควบคุมเส้นทางสินค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ และอาจส่งผลถึงต้นทุนที่สูงกว่า
ดังนั้น สิ่งที่เทสโก้โลตัสต้องทำคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเหนียวแน่นกับซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารทั้งแปรรูปและพร้อมทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญจากการปรับโฉมใหม่ของเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส เพราะหากเกิดปัญหาระหว่างกันย่อมส่งผลให้สินค้าขาดชั้นวาง และส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ณ วันนี้ เทสโก้โลตัส ยังตามรอยเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่อีกมาก แต่เชื่อว่า เมื่อเทสโก้โลตัสกล้าประกาศกลางสนามรบครั้งนี้ ย่อมมีไม้เด็ดที่รองัดออกมาทำตลาดอีกมาก
ศึกนี้จึงต้องจับตากันอีกยาวๆ