ลบภาพจำโรงตึ๊งเชยๆ! ‘อีซี่มันนี่’ โรงรับจำนำใส่สูท เงินง่ายได้ชัวร์ ที่พึ่งคนยาก
‘โรงรับจำนำ ‘เชื่อว่า คำๆ นี้ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นที่พึ่งพิงของคนยากในยามขัดสนหนทาง โดยเฉพาะงช่วงใกล้เปิดเทอม แต่การให้บริการสมัยก่อนอาจจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดูถูกดูแคลนจากผู้ให้บริการ แต่หลังจากวันเวลาเปลี่ยนไปการแข่งขันในการให้บริการมีเพิ่มขึ้น ธุรกิจการรับจำนำมีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม
‘อีซี่มันนี่’ดูจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนหากพูดถึงโรงรับจำนำรูปแบบใหม่ที่สลัดภาพเดิมๆ ของโรงรับจำนำทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่ง รูปแบบการให้บริการที่เทียบเคียงกับสถาบันการเงินเลยทีเดียว

“สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ โรงรับจำนำเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทยด้วยจำนวนสาขา 50 สาขา และร้าน Easy Money Shop ร้านขายสินค้ามือสองจำนวน 2 ร้าน ใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดเผยว่า โรงรับจำนำ อีซี่มันนี่พร้อมแล้วสำหรับการเป็นสถาบันสินเชื่อ ทางเลือกของคนไทย โดยเป็นสถาบันการเงินที่เชี่ยวชาญด้านการรับจำนำมืออาชีพ ด้วยความมั่นคง เชื่อถือได้ มีการประเมินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานและแม่นยำ อีกทั้งสามารถรับจำนำได้หลากหลายประเภท ทั้งทองคำ เครื่องเพชร นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนม และสินค้า IT โดยให้ราคาสูงสุดเท่าที่สภาพทรัพย์จะอำนวยให้ได้ และที่สำคัญคือเรามีการเก็บทรัพย์ของลูกค้าทุกชิ้นด้วยความระมัดระวัง ประณีต ด้วยความปลอดภัยสูงสุด
“เราพร้อมแล้วกับการเป็นสถาบันสินเชื่อ ทางเลือกของคนไทย เพราะเรามองว่าความต้องการสินเชื่อของคนไทยมีตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และ Start up ซึ่งอันนี้คือกลุ่มเป้าหมายที่เรามอง เนื่องจากกลุ่มนี้มีไอเดียดีๆ มองเห็นศักยภาพโอกาสทองของการลงทุน ซึ่งคนเหล่านี้บางทีไม่มีเครดิตกับสถาบันการเงิน การไปขอสินเชื่อต้องใช้เวลา แต่ถ้ามาที่อีซี่มันนี่แค่เอาสินทรัพย์มีค่าที่สะสมไว้ มีราคา มาที่อีซี่มันนี่ คุณได้เงินไปต่อยอดธุรกิจที่สะดวก ง่าย ได้เงินเร็ว และชัวร์ อีซี่มันนี่ตอบโจทย์นี้ได้และเป็นทางเลือกสำหรับนักธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ที่ต้องการสภาพคล่อง ต้องการหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ หรือขยายธุรกิจเดิม รวมถึงแก้ปัญหายามฉุกเฉินให้ได้” นายสิทธิวิชญ์กล่าว


ปัจจุบัน โรงรับจำนำในไทยมีอยู่ประมาณ 800 แห่งทั้งของรัฐบาลและเอกชนรวมกัน อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี ขณะที่อีซี่มันนี่ ปีนี้ตั้งเป้าโตมากกว่าตลาด นั่นคือ 20%
สิทธิวิชญ์ กล่าวต่อไปว่าโรงรับจำนำเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยได้ระดับหนึ่ง อันนี้จากประสบการณ์และจากธุรกิจของบริษัทที่เราติดต่อและสัมผัสลูกค้าโดยตรงทุกราย ทำให้เราได้ข้อมูล และวัตถุประสงค์การใช้เงินจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งลูกค้าโรงจำนำอีซี่มันนี่แบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ประเภทแรกคือ ลูกค้าที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากเงินเดือนเป็นหลัก แต่มีความสามารถในการเก็บออมทรัพย์สินมีค่า ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ และทองคำ
ซึ่งถ้ามีค่าใช้จ่ายก็จะนำทรัพย์มาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาไปใช้จ่าย อันนี้พฤติกรรมการจำนำหรือการไถ่ถอนทรัพย์ก็จะเป็นตามฤดูกาล เช่น ปลายปีมีโบนัส ช่วงตรุษจีน สงกรานต์ จะมีการไถ่ถอนมาก ขณะที่ช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีการจำนำมากเป็นพิเศษ เพื่อนำเงินไปใช้ในการศึกษาของบุตรหลาน กลุ่มนี้ถ้าเศรษฐกิจฝีดเคือง มีการตกงาน หรือไม่มีโบนัส ตัวเลขการไถ่ถอนจะน้อย อันนี้ก็บอกสภาพเศรษฐกิจได้


ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ประกอบธุรกิจ มีตั้งแต่พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ไปถึงผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มนี้เข้าโรงรับจำนำเพื่อนำเงินไปลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ขยายธุรกิจ สต็อกสินค้า หรือใช้เป็นเครื่องเสริมสภาพคล่องในช่วงที่รายรับรายจ่ายไม่สมดุลกัน กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมาจำนำมากๆ แสดงว่าเป็นช่วงโอกาสการค้าขายที่คึกคัก เศรษฐกิจดี จึงต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นเพิ่มขึ้น พอมีรายได้ก็มาไถ่ถอน อันนี้ก็เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจว่าคึกคัก หรือซบเซาได้
“ธุรกิจโรงรับจำนำเหมือนน้ำมันหล่อลื่นให้กับระบบเศรษฐกิจ ช่วยด้านสภาพคล่อง ผมเชื่อว่าความต้องการสภาพคล่องระยะสั้นในระบบเศรษฐกิจยังมีอยู่ และยิ่งถ้าเศรษฐกิจขยายตัว ความต้องการสภาพคล่องก็มีมากขึ้น อันนี้คือโอกาสของธุรกิจโรงรับจำนำ ซึ่งในอนาคตต้องแข่งกันที่คุณภาพของการให้บริการที่ดีกว่า ผูกใจลูกค้าได้มากกว่าแข่งขันกันเรื่องราคา การให้บริการที่หลากหลาย มีทางเลือกให้ลูกค้า ความใส่ใจในตัวลูกค้า การเก็บรักษาทรัพย์ที่ประณีต มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มีความสะดวกรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ ซึ่งเราได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการบริการลูกค้า เช่น ใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือแทนการปั๊มนิ้ว การออกตั๋วด้วยระบบคอมพิวเตอร์เป็นต้น” นายสิทธิวิชญ์กล่าว



อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นของอีซี่มันนี่ สิทธิวิชญ์ บอกว่า อยู่ที่การให้บริการที่แตกต่างและโดดเด่น 3 เรื่องคือ
1.เรื่องราคา นโยบายเราจะให้ราคาสูงสุดเท่าที่ทรัพย์นั้นจะเอื้อ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญทรัพย์ในทุกประเภทเป็นผู้ตีราคาให้ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
2. ดูแลทรัพย์ของลูกค้าโดยที่ทรัพย์วันมาและวันกลับต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทองหรือเพชร ในเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจะเก็บอยู่ในซองพลาสติกห่ออย่างดี
3. การบริการด้วยมาตรฐานสูงเทียบเท่ากับสถาบันการเงิน พนักงานพึงระลึกเสมอว่าลูกค้าคือบุคคลสำคัญ ลูกค้าคือผู้ที่มีเกียรติ ที่นำทรัพย์สินมาแปลงเป็นเงินเท่านั้น ไม่ว่าจะราคามากน้อยเมื่อมาจำนำคือผู้มีเกียรติทุกคน


สิทธิวิชญ์ บอกต่ออีกว่า 15 ปีของอีซี่มันนี่ สามารถสรุป เรื่องราวที่ไม่ควรพลาด ดังนี้
-.ทรัพย์ที่แปลกที่สุดที่อีซี่มันนี่เคยรับจำนำคือ “เงินพดด้วง”
-.ตั้งแต่รับจำนำมาตุ๊กตาบลายธ์ยังไม่เคยมีประวัติหลุดจำนำแต่อย่างใด
-.ผู้ที่จะมาซื้อกระเป๋าหลุยส์หลุดจำนำคือ “ไฮโซ”
-.ทองคำเป็นสิ่งที่หลุดจำนำมากที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่คนนำมาจำนำมากที่สุดด้วยเช่นกัน
-.อีซี่มันนี่รับจำนำของทุกอย่างก็จริงแต่สิ่งที่เราไม่รับจำนำคือสิ่งที่พ.ร.บ.ห้ามไว้ เช่น ปืน รถยนต์ ฯลฯ
-.อีซี่มันนี่จะไม่เปิดเป็นแฟรนไชส์เด็ดขาด เพราะควบคุมยาก
-จุดที่โรงรับจำนำแข่งขันมากที่สุดคือ กรุงเทพฯและปริมณฑล
-.เป็นโรงรับจำนำต้องไม่กลัวโจรเพราะกว่าจะถึงที่เก็บทรัพย์ได้ต้องผ่านหลายด่านไม่เหมือนสถาบันการเงินทั่วไป



อนึ่ง โรงรับจำนำอีซี่มันนี่มีการเติบโตทุกๆปีจากการเปิดให้บริการสาขาแรกที่ “เมืองรังสิต” จังหวัดปทุมธานีเมื่อเดือนเมษายน 2548 ปัจจุบันนี้อีซี่มันนี่ดำเนินกิจการมาครบ 15 ปี มีสาขาทั้งสิ้น 50 สาขา ปีนี้มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้เงินลงทุนสาขาละ 40-50 ล้านบาท และร้าน Easy Money Shop ร้านขายสินค้ามือสองจำนวน 2 ร้าน ใน 28 จังหวัดครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้


