ล็อตเตอรี่ราคา 80 บาท “ไม่มีอยู่จริง” กลยุทธ์ขายฝันในธุรกิจ “กินแบ่ง”
เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าสลากกินแบ่ง ฯ หรือ “ล็อตเตอรี่” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ค้าต้องจำหน่ายในราคา 80 บาท ป้ายหน้าร้านก็บอกว่าที่นี่ขายหวย 80 บาทแต่เวลาที่เราเข้าไปซื้อ ไม่ว่าจะร้านไหน จังหวัดใด ก็จะพบว่า “คุณหลอกดาว”อ้าว เฮ้ย..ราคาไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า
จนนักลงทุนบางท่านเปรียบเปรยว่า โอกาสที่จะเจอล็อตเตอรี่ขายราคา 80 บาท ยากกว่าการซื้อล็อตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 หลายเท่านักจนไม่อาจจะเทียบกันได้
และก็นั่นละครับเหล่าบรรดาผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ผอ.กองสลาก ในอดีตที่่ผ่านมา ก็ยืนยันจากการลงพื้นที่สำรวจราคาด้วยตนเองว่า “ไม่พบการจำหน่ายสลากเกินราคา”
แต่ดูเหมือนว่า พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผอ.กองสลาก คนปัจจุบัน นอกจากจะไม่เคยออกมาให้ข่าวทำนองนี้แล้ว ก็ยังยอมรับแบบอ้อมๆ ด้วยโครงการ GLO Official Seller ซึ่งเป็นวิธีซื้อ-ขายสลากผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการซื้อสลากเกินราคาที่กำหนด 80 บาท คาดว่าจะฤกษ์งามยามดีลองเริ่มจำหน่ายเป็นการนำร่องเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ ในงวดวันที่ 1 กรกฏาคม ที่จะถึงนี้ เฉพาะพื้นที่ กทม.และ จ.นนทบุรี
ก่อนหน้าที่จะเปิดโครงการซื้อล็อตเตอรี่ผ่านแอพ “เป๋าตัง” กองสลากฯได้ให้ตัวแทนจำหน่าย (รายเดิม) ที่ต้องการเข้าร่วม ทำการลงชื่อตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจกว่า 520 ราย ก่อนจะมีผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 275 ราย
ซึ่งกองสลากกำหนดคุณสมบัติของตัวแทนจำหน่ายรายเดิมเอาไว้ เช่น ต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายประเภทบุคคลทั่วไปที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว มีจุดจำหน่ายที่ชัดเจน ห้ามเดินเร่ขาย ต้องมีแอป My GLO เพื่อแจ้งข้อมูลจุดจำหน่าย วัน เวลา และข้อมูลการซื้อขาย พร้อมกับต้องนำเสนอวิธีการจำหน่ายสลากฯ 80 บาท และแนวทางป้องกันไม่ให้มีการซื้อไปขายต่อ หรือขายเหมาต้องมีการวางหลักประกัน 10% ของมูลค่าสลากที่ได้รับ หรือคิดเป็นเงิน 2 หมื่นบาท หากผู้ขายปฏิบัติผิดสัญญาก็จะถูกยึดเงินประกัน ฯลฯ เป็นต้น
ท่ามกลางความหวังของมวลมนุษยชาติที่จะได้พบเจอล็อตเตอรี่ ราคา 80 บาท ตัวเป็นๆ อย่างที่เคยฝันมาตลอด ในที่สุดกองสลากก็ประกาศรายชื่อผู้ถูกคัดเลือก 51 ราย แบ่งเป็น กทม. 46 เขต (46 ราย) นนทบุรี 5 ราย (5 อำเภอ)
ตัวแทนจำหน่ายสลากประเภทบุคคลทั่วไป 51 รายที่ได้รับคัดเลือกนี้ จะได้รับสลากรายละ 25 เล่มต่องวด ในรูปแบบ 2-1-1-1
ก่อนจะกล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตในบางประเด็นตามหลักการปฏิบัติ ผมมีความยินดีที่จะให้ทุกท่านได้รู้จัก ผอ.กองสลาก คนปัจจุบัน สักเล็กน้อยครับ
พ.ต.อ.บุญส่ง เป็นนายร้อยอบรม จบรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทำงานในกองสลากมาอย่างยาวนาน เคยเนหัวหน้าผู้ตรวจการ ,หัวหน้าสำนักการพิมพ์ เติบโตทางสายงานจนก้าวขึ้นเป็นรอง ผอ.กองสลาก และ คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้เป็น ผอ.กองสลาก เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 รับเงินเดือนอยู่ที่ 2.9 แสนบาท
ทั้งนี้ วาระการดำรงตำแหน่ง ผอ.กองสลาก กำหนดตามสัญญาจ้างชั่วคราวละไม่เกิน 4 ปี และอยู่ในวาระได้ถึงอายุ 60 ปี
โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กองสลากเพิ่งทำหนังสือประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง ผอ.กองสลากคนใหม่ ซี่งเปิดให้ผู้ที่สนใจส่งประวัติตั้งแต่ วันที่ 1 ก.พ.-1 มี.ค. ที่ผ่านมา
เป็นไปได้ว่า พ.ต.อ.บุญส่ง อาจจะเกษียณอายุราชการปลายปีนี้

# วงจรธุรกิจกองสลาก “กินแบ่ง” แบบผูกขาด
แม้จะมีชื่อว่า “สลากกินแบ่งรัฐบาล” คือนำรายได้ไปแบ่งให้รัฐบาล ในทางกฎหมายและปฏิบัติที่ผ่านมากองสลากก็ไม่เคยแบ่งให้ใครมามีส่วนทางการตลาดนี้เช่นกัน
พูดง่ายๆคือ ผูกขาดการจำหน่ายล็อตเตอรี่ และการออกรางวัลแต่เพียงผู้เดียว
ซึ่งปัญหาของระบบการค้าขายที่ผูกขาด นั่นคือตัวแทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าไปขายต่อสามารถตั้งราคาได้เองตามใจชอบ เมื่อเห็นว่าต้นทุนที่ลงไปกับกำไรที่ได้มาบวกลบแล้วไม่คุ้ม ก็เปลี่ยนแปลงราคาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
เมื่อเจ้าใหญ่มีเพียงเจ้าเดียวและตัวแทนทั่วประเทศต้องซื้อจากที่แห่งเดียวกันเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถซื้อล็อตเตอรี่แบบเหมารวมจำนวนมากเพื่อให้รับส่วนลด
และเมื่อราคาต้นทางไม่ลด เส้นทางตั้งแต่ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ (ยี่ปั๊ว) ส่งต่อไปยังตัวแทนจังหวัด ตัวแทนอำเภอ กว่าจะมาถึงตัวแทนรายย่อย เพื่อขายต่อพ่อค้าแม่ค้าบนแผงหวย ราคาซื้อก็ขยับไปไกลกว่าคำว่า “กำไร” ไปตั้งนานแล้ว

ขั้นตอนการผูกขาดนี้เมื่อนานเข้าก็กลายเป็นขบวนการจนสร้างผู้มีอิทธิพลขึ้นมามากมาย
ซึ่งแน่นอนว่าการกำเนิดขึ้นของ “หวยใต้ดิน” ก็สั่นสะเทือนคำว่า “กินแบ่ง” จนทำให้มีกฎหมายกีดกันและผลักไม่ให้เข้าร่วมธุรกิจ หวยใต้ดินขวัญใจชาวบ้านจึงกลายเป็น “สีเทา” อย่างไม่รู้ตัว
ไม่เพียงเท่านี้ กองสลากมุ่งม่ั่นยังกีดกันไม่ให้มีใครลงมาแย่งตลาดนี้อย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะการซื้อสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ โดยเตือนผู้ซื้อเหมือนหวังดีว่า หากยังไม่ได้รับสลากมาไว้ในครอบครอง เมื่อถูกรางวัลอาจไม่สามารถนำสลากมารับเงินรางวัลได้
ในขณะที่ได้ทำการขู่บรรดาตัวแทนจำหน่าย และผู้ซื้อจองล่วงหน้าฯ ที่คิดจะแตกแถว แตกไลน์ทำธุรกิจว่า การนำสลากไปขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเว็บไซต์ต่างๆ เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขในสัญญา และหลักเกณฑ์การรับสลากไปจำหน่าย
“ตั้งแต่งวดวันที่ 1 มีนาคม – 16 พฤษภาคม 2564 สำนักงานฯ ได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายรายย่อย สมาคม องค์กร ที่นำสลากไปขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แล้วจำนวน 3,415 ราย และยกเลิกการลงทะเบียนของผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯ จำนวน 314 ราย รวมทั้งสิ้น 3,729 ราย จำนวนสลากทั้งหมด 108,786 ฉบับ และกรณีตัวแทนจำหน่ายสลากขายสลากเกินราคาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงการฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ได้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว รวมทั้งสิ้น 744 ราย” ผอ.กองสลาก กล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้
# ขายสลาก 80 บาท ผ่าน “เป๋าตัง” จะรุ่งหรือร่วง ?
เว็บไซต์กองสลากฯ อัพเดตข้อมูลวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 17:25 น. ประกาศแจ้งยอดจำนวนผู้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อทำรายการสั่งซื้อสลาก งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2564 จำนวน 84,990 ราย จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 157,283 ราย
วันที่ 4 มิถุนายน เผยแพร่ประกาศหลังจากปิดรับการสั่งซื้อสลาก งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ซึ่งมีผู้ทำรายการได้ทั้งหมด 6,251 ราย รวมจำนวนสลาก 31,255 เล่ม
ส่วนสลากงวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จะเปิดให้จองในวันที่ 5 มิถุนายน 2564 ตั้งแต่เวลา 07.30 – 12.00 น. จำนวน 663,580 เล่ม
ข้อมูลจากเว็บไซต์กองสลาก วันที่ 5 มิถุนายน 2564 เผยจำนวนผู้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อทำรายการสั่งจองสลาก งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 มีจำนวน 125,334 ราย จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 157,283 ราย และสลากจองงวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม คงเหลือ 59,410 เล่ม

ตัวเลขการจองและจำนวนผู้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อสั่งจอง …กำลังบอกอะไรเรา
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดการซื้อล็อตเตอรี่ของประชาชนในแต่ละงวดนั้นถล่มทลาย สวนทางกับยอดการจองของยี่ปั๊วรายใหญ่-รายย่อย ที่ร่อยหรอลดน้อยลง
นั่นหมายความว่า จำนวนสลาก 100 ล้านใบที่ถูกผลิตออกมาจำหน่ายแต่ละงวดนั้น เหลือมากขึ้นเรื่อยๆ ลองคิดดูว่าสินค้าประเภทหนึ่งมีอายุเพียง 15 วัน ถ้าขายไม่หมดก็ต้องทิ้งซึ่งนั่นทำให้ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น
ดังนั้น วิธีการที่จะนำจำนวนสลากที่เหลือระบายออกสู่ตัวแทนจำหน่ายให้มากขึ้นก็คือ…ใช่ครับ ผมหมายถึง GLO Official Seller
หากบอกว่าบังคับให้ตัวแทนจำหน่ายประเภทบุคคลธรรมดา จากเดิม 20 เล่ม ต้องซื้อเพิ่มอีก 5 เล่ม รวมเป็น 25 เล่มต่องวด ก็ดูโหดร้ายไปหน่อย แต่หากบอกว่าปล่อยให้เป็นภาระของตัวแทนจำหน่ายความหมายก็ไม่น่าจะผิดเท่าไร
ข้อสังเกตคือ การจัดสรรสลากเพิ่มให้ตัวแทนจำหน่ายประเภทบุคคลธรรมดา อีก 5 เล่มในรูปแบบ 2-1-1-1 นี่น่าจะเป็นราคาที่กองสลากขายโดยตรงให้กับยี่ปั๊วรายใหญ่ หรืออีกนัยหนึ่งคือถ้าตัวแทนจำหน่ายขายสลากหมด กำไรแบบเป็นเนื้อเป็นหนังจะมาจาก 5 เล่มนี้ละครับ
เพราะถ้ารับตามทางที่เคยซื้อมาปกติเกือบใบละ 78 บาทแล้ว ยังต้องมาขายผ่านแอพเป๋าตังใน ราคา 80 บาท ผมเชื่อว่าไม่มีใครรับมาขายให้เจ๊งแน่นอน
นอกจากจะลองตัดวงจรยี่ปั๊วคนกลางที่ปัจจุบันดูเหมือนว่าสภาพคล่องจะแย่ลง ยังเป็นการลองดีลซื้อขายกันแบบตรงๆ ระหว่างกองสลากกับตัวแทนจำหน่ายประเภทบุคคลธรรมดาว่าจะสามารถกระเตื้องยอดขายได้ขนาดไหน
คำว่า “จำหน่ายสลากเกินราคา” ที่ ผอ.กองสลาก พูดมา ทำให้เราตีความว่าอาจกำลังหมายถึงใครก็ได้หรือเปล่า
และในฐานะที่ท่าน ผอ.กองสลาก เงินเดือน 2.9 แสนบาท ท่านคงไม่เคยซื้อของผ่านโครงการ “เราชนะ” หรือ “คนละครึ่ง” ผ่านแอพ “เป๋าตัง” อย่างแน่นอน
ต่อให้ตั้งราคาสลาก 80 บาท แต่ถ้าคนจะขายใบละ 100 บาท มันก็วิธีอยู่ดีนั่นละครับ
แต่ใครจะแคร์ ? เพราะในธุรกิจ “กินแบ่ง” ที่ผูกขาด ราคามันจบตั้งแต่เมื่อขายให้ตัวแทนจำหน่ายไปแล้วครับ
(บทความโดย : ธนก บังผล)