Biznews

COVID-19 เข้าขั้นวิกฤต คำตอบสุดท้าย ‘Work From Home’

สถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงและใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน การหลีกเลี่ยงออกไปยังสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เป็นอีกคำแนะนำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ และหนึ่งในวิธีการที่ขณะนี้หลายบริษัทโดยเฉพาะภาคเอกชนนำมาใช้แล้วคือ มาตรการ ‘Work From Home’ หรือการทำงานที่บ้านแทนการเข้าออฟฟิศทุกวัน 

เท่าที่สำรวจในเวลานี้มีหลายบริษัททที่เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักทั้งในต่างประเทศและไทยเราที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ  มีที่ไหนบ้าง เราไปดูกัน

LPN คิกออฟมาตรการ Work from Home รับมือโควิด-19 ระบาดหนัก

เริ่มกันที่ค่าย LPN ที่ออกนโยบาย Work from Home ลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังพบอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะที่ผ่านมา ด้วยการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ ให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลกและมีอัตราการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทยในระยะเวลาที่ผ่านมา LPN ได้ติดตามและเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และเตรียมมาตรการ Work from Home เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน เป็นการลดความแออัดและลดโอกาสในการแพร่เชื้อ โดยบริษัทได้ประกาศคิกออฟมาตรการดังกล่าว เริ่มต้นวันแรกเมื่อวานนี้ (17 มีนาคม 2563) ลดสัดส่วนจำนวนพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ให้เหลือ 50% สลับกับพนักงานที่ทำงานที่บ้าน โดยบริษัทได้เตรียมพร้อมในแง่ระบบการทำงาน มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความคล่องตัวในการสื่อสารและการประชุมร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนของสำนักงานขายและนิติบุคคลตามโครงการต่างๆ ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีแผนรองรับหากเกิดภาวะฉุกเฉิน”

ดีแทคปรับทัพองค์กรสู้ไวรัสโควิด-19 

ดีแทคประกาศพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่จะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยวางแผนรองรับทุกภาคส่วนเพื่อดูแลลูกค้าใช้งานมือถือและงานบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำโซลูชั่นดิจิทัลชั้นนำสู่การใช้งานพร้อมทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมจัดทดลองแบ่งทีมทำงานแบ็กอัพทุกแผนกเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจตั้งแต่ระดับผู้บริหารถึงพนักงาน เพื่อแบ่งเป็น 2 กลุ่มในการทำงานที่สำนักงานและปฏิบัติงานจากพื้นที่อื่นหรือทำงานจากบ้าน (Work from home) เพื่อความมั่นใจเดินหน้าต่อเนื่องไม่กระทบการบริการเพื่อลูกค้า

นอกจากนี้ ดีแทคยังตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกคนทั้งพนักงานและผู้ติดต่อก่อนเข้าพื้นที่ดีแทคเฮาส์ พร้อมทั้งมีการทำความสะอาดลิฟต์รวมทั้งจุดที่มีการสัมผัสทุกชั่วโมง เพิ่มความสะอาดด้วยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ทำงานทุกคืน รวมทั้งพนักงานที่ศูนย์บริการจะต้องใส่หน้ากากเพื่อสุขอนามัยในการให้บริการลูกค้า

ทั้งนี้ ในวันที่ 18-19 มีนาคม 2563 ดีแทคได้เริ่มทดลองการทำงานเพื่อความต่อเนื่องและให้ความสำคัญในการบริการลูกค้า ด้วยการแบ่งพนักงานทุกสายงานเป็น 2 กลุ่ม ให้มีการสลับการปฏิบัติงานในสำนักงาน และในพื้นที่อื่นหรือทำงานจากบ้าน (Work from home) โดยคำนึงถึงความสำคัญจากการทดลอง ดังนี้

พนักงานทำงานในสำนักงานลดลงทำให้โอกาสแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงตาม

กรณีที่ทีมหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกทีมหนึ่งจะดำเนินการแทนกันได้ทันทีโดยไม่ต้องถูกกับบริเวณเพื่อเฝ้าระวังอาการ

เพื่อเตรียมความพร้อมสูงสุดในกรณีฉุกเฉินที่จะให้พนักงานได้สามารถทำงานได้ทุกสถานที่ ถึงแม้จะมีการปิดสถานที่ต่างๆ แต่ยังปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องทุกที่

 

นอกจาก 2 ค่ายดังกล่าวแล้ว ยังมีบริษัทอื่นๆ  ที่ประกาศให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้วอีกหลายที่ อาทิ วงการสื่ออย่าง ฐานเศรษฐกิจที่ให้พนักงานทำงานที่บ้านตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ต่อกันที่สื่ออนไลน์อย่าง The Bangkok Insight  ที่ประกาศให้พนักงานทำงานที่บ้านตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย  รวมทั้งวงการเอเยนซี่อย่าง โอกิลวี่ พีอาร์ หนึ่งในยักษ์ใหญ่วงการเอเยนซี่ ก็ประกาศให้พนักงานในเครือทั้งหมดหยุดการเข้าออฟฟิศเปลี่ยนไปทำงานจากที่บ้านแทน ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

บทความจาก Huffington Post ชี้ให้เห็นข้อดีของการทำงานที่บ้านว่า อย่างน้อยที่สุดการอยู่ในสถานที่ปิดและควบคุมได้ ทำให้วางแผนวิธีการรับมือกับไวรัส Covid-19 ได้ดีกว่าการเดินทางออกไปทำงานที่ออฟฟิศ นอกจากจะดูแลสุขอนามัยของตัวเองแล้ว พื้นที่ภายในบ้านก็ยังเป็นอาณาเขตที่ไม่ต้องคอยกังวลถึงการแพร่กระจายของเชื้อโรคเหมือนสถานที่สาธารณะด้วย

 

Related Articles

Back to top button