Biznews

คนอุดรตื่น!!! แห่ตุนสินค้าตามคนกรุง ‘ตั้งงี่สุ่น’เตือน ไม่จำเป็น ของไม่ขาดแน่นอน

จากกรณีที่คณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กทม. มีมติปิดห้างสรรพสินค้า และตลาดทั่วกทม. รวมปริมณฑล 5 จังหวัด ยกเว้นให้เปิดโซน super market ร้านยา ร้านอาหารที่ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น ส่วนตลาดยกเว้นของสด ของแห้งขายได้ บังคับใช้ 22 มี.ค.-12 เม.ย. รวม 22 วันนั้น 

หลังจากการประกาศดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่างพากันไปจับจ่ายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ  จำนวนมาก

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด  ยี่ปั๊วเบอร์ต้นๆ ของประเทศที่มียอดขายสูงสุดในจังหวัดอุดรธานี มองว่า ไม่เห็นด้วยอย่างมากกับมาตรการดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นการปิดสถานที่อันเป็นแหล่งซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและที่สำคัญจะยิ่งทำให้คนกรุงเทพฯ แตกตื่นและพากันกักตุนสินค้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าวและได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

 

ล่าสุด สถานการณ์ดังกล่าวบานปลายมายังพื้นที่ในจังหวัดอุดรธานี โดยวันนี้ (22/3/2563) แทบจะตลอดทั้งวันมีประชาชนเข้ามาใช้บริการในตั้งงี่สุนหนาตากว่าปรกติ อีกทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าก็ต่างไปจากเดิมโดยมีปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป่อง นมกล่อง เป็นต้น ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการจัดวางสินค้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้าดังกล่าวมีปริมาณมากพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่ต้องซื้อตุนแต่อย่างใด

อีกทั้ง พฤติกรรมการจ่ายเงินก็เปลี่ยนไป พบว่า ลูกค้าจ่ายเงินผ่านระบบ QR CODE มากขึ้น ในวันเดียวมียอดใช้จ่ายถึง 3 แสนบาท ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมาจากช่องทางค้าปลีกไม่ใช่ค้าส่ง แสดงให้เห็นถึงประชาชนวิตกการแพร่เชื้อโควิดผ่านธนบัตรจึงเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ‘คิวอาร์โค้ด’ หรือการชำระเงินแบบสังคมไร้เงินสด

ทั้งนี้  มิลินทร์ มองว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ เพราะค้าปลีกรายใหญ่ๆ  ต่างยืนยันถึงปริมาณสินค้าที่เพียงพอแก่ความต้องการแน่นอน ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าแต่อย่างใด อีกทั้งจะทำให้ สิ่งที่หลายฝ่ายพยายามรณรงค์ให้ประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้าเนื่องจากมีปริมาณพียงพอแก่ความต้องการก็จะเปล่าประโยชน์ไปในทันที

 

 

อย่างไรก็ตาม ยักษ์ค้าปลีกท้องถิ่นเมืองอุดรรายนี้ แสดงความเห็นเพิ่มเติมถึงมาตรการการรับมือไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยก็เหมือนปิดประเทศไปในตัวอยู่แล้ว เนื่องจากประเทศอื่นๆ  ยุติการเดินทาง ซึ่งแนวทางที่เห็นด้วยคือ บุรีรัมย์ นำร่องจังหวัดแรก ที่ใช้นโยบาย “ปิดเมืองด้วยมาตรการสาธารณสุข” คัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกจังหวัดทุกช่องทาง

 

 

นอกจากนี้ หากเป็นไปได้รัฐควรสรรหาบุคลากรที่รับผิดชอบสถานการณ์โควิด-19 ที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความไว้วางใจเพื่อสื่อสารที่ถุูกต้อง ชัดเจน  ไม่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา หรือสร้างความสับสนให้กับประชาชนเช่นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนผู้คนแตกตื่นแห่กักตุนสินค้าจำนวนมาก อีกทั้งควรหามาตรการรองรับคนกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดเมืองที่เตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาให้ดีและรัดกุมที่สุด เพราะพื้นที่กรุงเทพในตอนนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงการติดเชื้อเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อให้สถานการณ์เป็นไปด้วยดี ไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ควรยอมเจ็บเพื่อให้จบ ดีกว่าจบแล้วเจ็บ..

 

Related Articles

Back to top button