ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ‘ห้ามเข้าออกสถานที่-เคลื่อนย้ายคน’
แถลงการณ์สำนักงานนายกรัฐมนตรี เรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยได้ระบุว่า สถานการณ์ควรยกระดับขึ้นสู่การบังคับใช้มาตรการสูงสุด เพื่อให้สามารถนำมาตรการอื่นๆ มาบังคับใช้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยจะออกประกาศและข้อกำหนดให้ทราบต่อไป เช่น ห้ามเข้าออกสถานที่บางแห่ง ห้ามการเคลื่อนย้ายประชาชนจำนวนมาก การเคลื่อนย้ายเวชภัณฑ์
สรุปได้ดังนี้
.
– ตอนนี้ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยกำลังอยู่ภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อ และสถานการณ์เป็นไปได้จะเลวร้ายมากกว่าเก่าหลายเท่า
.
– ต้องหยุดแพร่ระบาด พร้อมลดผลกระทบทางศก.ให้ได้
.
– นายกฯ จะบัญชาการ การจัดการโควิด -19 ทุกมิติ เป็นผู้นำในภารกิจ รายงานตรงกับประชาชนทุกคน รวมศูนย์สั่งการไว้ที่เดียว
.
– จะยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ตั้งไว้แล้ว เป็นหน่วยงานพิเศษตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.ก. เพื่อบูรณาการ และสั่งการทุกส่วนราชการให้เป็นเอกภาพ และรวดเร็ว
.
– นายกฯ เป็นประธาน กำหนดให้ ปลัดสธ.เป็นหัวหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการสาธารณสุข /ปลัด มท. เป็นหัวหน้าด้านการสั่งการผู้ว่าฯ รวมถึงผู้ว่า กทม./ปลัดพาณิชย์ เป็นหัวหน้าควบคุมราคาสินค้าและเวชภัณฑ์/ปลัดต่างประเทศ เป็นหัวหน้าด้านการต่างประเทศ การคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ//ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าด้านความมั่นคง การปฏิบัติงานของทหาร และตำรวจ
.
– ประชุมร่วมกันทุกวัน นายกฯแจกจ่ายงาน ให้ทุกคนทำงานสอดประสานให้เป็นทิศทางเดียวกัน
.
– การปิดสถานที่เสี่ยง ช่องทางเข้าประเทศ ข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้สูงวัย คนป่วย และเด็ก การห้ามกักตุน-ขึ้นราคาสินค้า การห้ามเสนอข่าวบิดเบือน จะมีการประกาศตามมา หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว
.
– ขอยืนยันว่าภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้า ที่จำหน่ายสิ่งของ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาจจะสร้างความไม่สะดวกกับพี่น้องปชช.อยู่บ้าง แต่ขอให้ทุกคนร่วมมือ
.
– งานหลัก คือ ป้องกันการระบาด ควบคุมพื้นที่ทุกพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย การกักตัว การรักษาพยาบาล และการเยียวยาฟื้นฟูประเทศ
.
– จะปรับปรุงการสื่อสารให้ถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน สั่งการให้มีการแถลงข่าว เพียงวันละ 1 ครั้ง ลดความซ้ำซ้อน ลดบิดเบือนข้อมูล และลดความคาดเคลื่อน ปชช.จะได้ข้อมูลที่เป็นทางการจากแหล่งเดียว เป็นประจำทุกวัน
.
– ขอความร่วมมือสื่อมวลชน นำเสนอข่าวจากการแถลงประจำวัน ของทีมสื่อสารเฉพาะกิจ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แทนไปสัมภาษณ์ทีมเจ้าหน้าที่ และแพทย์ต่างๆ ให้เขาได้ปฏิบัติหน้าที่
.
– เตือนกลุ่มคนฉวยโอกาส หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนของประชาชน อย่าคิดว่าจะหลุดไปได้ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไม่ปรานี ทั้งผู้ทำผิดกม. และขรก.ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่
.
– ประเทศไทยโชคดีที่มีคนเก่งมากมาย พร้อมจะช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา ภายใน 1 สัปดาห์ จะให้ทีมงานไปฟังคำแนะนำของทุกกลุ่ม มาแก้ปัญหา
.
– ต่อจากนี้ไป มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดจะเข้มข้น อาจจะส่งผลกระทบกับทุกคน ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
.
– ในเวลาไม่นาน มั่นใจว่า พวกเราจะสามารถก้าวพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายไปได้
.
– ไวรัสโควิด-19 ที่น่ากลัวและอันตราย สร้างความเสียหายไปทั่วโลกก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ไวรัสโควิด-19 ทำลายไม่ได้ คือความดีงามในใจ และความสามัคคี ของคนไทย จะกลับมาเปล่งประกายทั่วผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง
.
– ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะเดินหน้าสุดความสามารถ เพื่อนำพาประเทศไทยให้พ้นวิกฤตนี้ไปได้
.
– ขอให้เชื่อมั่น และร่วมมือกัน ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ประเทศไทยจะต้องกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง จะสู้ไปด้วยกัน และเราจะชนะไปด้วยกัน






