เก็บไว้ในความทรงจำก่อนปิดถาวร!ราชาโรงหนังแห่งสยาม’สกาลา’เปิดไฟทุกดวง 3-5 ก.ค.นี้
ถือเป็นการจัดกิจกรรมครั้งสุดท้ายในระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. 2563 โรงภาพยนตร์สกาลา สยามสแควร์ซอย 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จะทำการเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้ประชาชนเก็บภาพก่อนปิดกิจการถาวร
โดยเฟซบุ๊ก Apex Scala ระบุว่า “3-5 JULY 2020 FINAL TOUCH OF MEMORY “LA SCALA ลาสกาลา” วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวง เพื่อให้มาเก็บภาพความสวยสง่า และบรรยากาศที่แสนมีเสน่ห์ ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และปฏิเสธไม่ได้ว่าความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น “ราชาโรงหนังแห่งสยาม”
ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของกัลยาณมิตร “หอภาพยนตร์” กรุณาคัดสรรภาพยนตร์มาฉาย เพื่อปิดม่านการฉายภาพยนตร์ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563″

โรงภาพยนตร์สกาลา ก่อตั้งเมื่อปี 2512 หรือเมื่อ 51 ปีก่อน เป็น 1 ใน 3 โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ ต่อจากโรงภาพยนตร์สยาม ก่อตั้งเมื่อปี 2509 และโรงภาพยนตร์ลิโด ก่อตั้งเมื่อปี 2511 ซึ่งมีนายพิสิฐ ตันสัจจา เจ้าของโรงหนังศาลาเฉลิมไทยเป็นเจ้าของ มีขนาด 1,000 ที่นั่ง โดยตั้งตามชื่อ La Scala โรงละครเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองมิลาน ซึ่งในภาษาอิตาลี คำนี้แปลว่า “บันได” เคยเป็นโรงหนังที่หรูหราที่สุดและตั๋วแพงที่สุดในยุคหนึ่ง
ในระยะหลัง การแข่งขันโรงภาพยนตร์รุนแรงมากขึ้น ทำให้โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ขาดทุนหลายปี จึงหันมาใช้กลยุทธ์นำภาพยนตร์ทางเลือกออกฉาย หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire ที่ได้รับรางวัลออสการ์ ด้วยกระแสอินดี้ทำให้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผลจากการจราจลหลังการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ทำให้โรงภาพยนตร์สยามถูกเผา
ต่อมาโรงภาพยนตร์ลิโดปิดให้บริการเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 เนื่องจากหมดสัญญาเช่า ขณะที่โรงภาพยนตร์สกาลา งดให้บริการชั่วคราวหลังจากรัฐบาลสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา
ต่อมาแม้รัฐจะประกาศให้เปิดกิจการได้ แต่ด้วยผลกระทบจากโรคโควิด-19 ประกอบกับกำลังจะหมดสัญญาเช่ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจปิดกิจการและขอยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด เหลือเพียงให้เช่าสถานที่สำหรับองค์กรและภาคธุรกิจทำกิจกรรมและจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ ไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดลง
ถือเป็นการปิดตำนานปิดตำนานสามทหารเสือโรงหนังแห่งสยามอย่างแท้จริง



