โดนเต็มๆ ! ‘เถ้าแก่น้อย’ ลดเป้า-หั่นงบ-ปิด “เถ้าแก่น้อยแลนด์” เซ่นวิกฤตโควิด
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขวัญใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนที่มักเข้ามาซื้อสินค้าเป็นของฝากกลับประเทศอันดับต้นๆ ก็ว่าได้ สำหรับ เถ้าแก่น้อย แบรนด์ขนมขบเคี้ยว(สแน็ค)สาหร่าย ที่มีเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี มุ่งสู่แบรนด์ระดับภูมิภาค(Regional Brand) ปัจจุบันพึ่งพิงตลาดจีนถึง 40% ของพอร์ตโฟลิโอ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่
เนื่องด้วยสินค้าหลักคือสาหร่ายเถ้าแก่น้อยที่จับกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือกลุ่มคนจีน ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่อขยายวงกว้างออกไปอย่างน่าวิตกกังวล ทำให้ล่าสุดเถ้าแก่น้อยต้องปรับลดเป้ารายได้ให้เหลือใกล้เคียงกับปีที่แล้ว พร้อมทั้งปรับลดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์ลงจำนวน 10 สาขา
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) บอกว่า จากผลพวงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องปรับเป้ารายได้ปี 2563 ลงเหลือ 5,300 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 5,800 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังทยอยปิดร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ จำนวน 10 สาขา ทำให้เหลือเถ้าแก่น้อยแลนด์ทั้งหมด 4-5 สาขา

ไม่เพียงเท่านี้ เถ้าแก่น้อย ยังอยู่ระหว่างศึกษาการควบรวมโรงงานทั้ง 2 แห่งเข้าด้วยกัน โดยย้ายเครื่องจักรการผลิตจากโรงงานนพวงศ์ ปทุมธานี ไปไว้ในพื้นที่โรงงานโรจนะ ซึ่งจะช่วยให้ลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำลังการผลิตลดลงอยู่ที่ 7,000-6,000 ตันต่อปี จากเดิมอยู่ที่ 8,250 ตันต่อปี คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในช่วงไตรมาส 3/63
เมื่อตลาดต่างประเทศประสบปัญหา เถ้าแก่น้อยหันมาเบนเข็มเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น ด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ภายใต้คอนเซปต์ 3Ps คือ Plant Protien เพื่อรับเทรนด์สุขภาพ และ Premium สร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” รุกตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ อิทธิพัทธ์ ยังเดินหน้า ลดต้นทุนต่อเนื่องด้วยการตัดการตลาด 100 ล้านบาท งดการสนับสนุน(สปอนเซอร์) การจัดกิจกรรมต่างๆ แทบทั้งหมดอีกด้วย



