Biznews

ปิดฉาก ‘JKN 18’ บทเรียนของนักธุรกิจที่ไม่รู้จักสื่อ!

หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ New18 ของ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ จนกระทั่งถึงวันที่ JKN18 ตกลงให้ TOPNEWS เข้ามาซื้อด้วยวงเงิน 500 ล้านบาท มีปรากฏการณ์บางอย่างระหว่างทางที่สะท้อนว่า JKN 18 ไม่ใช่การทำธุรกิจสื่อแบบเข้าใจ “ข่าว”ต้องยอมรับว่าหลังการเทคโอเวอร์ NEW18 นั้น ความหวือหวาทำให้หลายคนจับตามองช่อง JKN18 คือดาวรุ่งดวงใหม่ทั้งบุคลากรและผังรายการที่ถูกเนรมิตมาเพื่องานข่าว
แต่จุดอ่อนของการดำเนินธุรกิจของ JKN18 คือผู้มีอำนาจสูงสุดไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานข่าว แม้กระทั่งวันสุดท้ายการขายให้กับ TOPNEWS ก็ยังสะท้อนว่าเจตนาของผู้บริหารไม่ใช่การทำธุรกิจของสถานีที่ตั้งใจจะผลิตข่าว
โดยที่ผ่านมาสิ่งที่ แอน จักรพงษ์ ให้ความสำคัญมากที่สุดคือการเข้าไปซื้อลิขสิทธิ์ Miss Universe เพื่อหวังจะทำให้ชื่อของ JKN18 ติดกระแสคนดูสร้างเรตติ้งได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ในขณะที่รายได้จากการโฆษณานั้น เคยมีความเป็นห่วงจากผู้ถือหุ้นเช่นกันว่า การนำเงินจากกระเป๋าซ้ายย้ายเข้ากระเป๋าขวา มันจะเกิดการควักเนื้อในภายหลังหรือไม่หากสินค้าที่จำหน่ายทางสื่อโทรทัศน์ไม่สามารถสนับสนุนการผลิตข่าวได้จริงในระยะยาว ซึ่งวันนี้คงมีคำตอบแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา แอน จักรพงษ์ ยังคงนำตัวเลขกำไรจากผลประกอบการมาบอกว่าทำรายได้ก้าวกระโดดแบบ 100%
หลังจากนั้นจึงมีข่าวออกมาว่าไม่สามารถชำระหุ้นกู้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ก่อนจะต้องขายให้ TOPNEWS ในที่สุด
เว็บไซต์ efinancethai.com รายงานว่า บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป หรือ JKN’ โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 สร้างการเติบโตก้าวกระโดด มีรายได้รวม 932.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% และมีกำไรสุทธิเบ็ดเสร็จ 73.63 ล้านบาท เติบโต 48.50% หลังมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจ MUO ตามโครงสร้าง 9 ด้าน ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Content และ Commerce ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมประกาศความมั่นใจปีนี้เติบโต 80% ตามแผน
แต่ปีที่แล้ว JKN18 เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์ Miss Universe มาด้วยเงิน 800 ล้านบาท ดังนั้นการจะมีรายได้รวมมากกว่า 900 ล้านบาท ในปีนี้ จึงเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆ
เพราะเป็นรายได้ที่มากกว่ารายการยอดฮิตอย่าง “เรื่องเล่าเช้านี้” หรือ “โหนกระแส” ซึ่งมีบริษัทรับช่วงไปทำรายการด้วยซ้ำ
การขายช่อง JKN18 ให้กับ TOPNEWS เป็นทางเลือกที่ถูกหรือไม่ หากมองจากคนนอกแล้วอาจมองว่าไม่น่าจะถูกต้องเนื่องจากสิ่งที่เคยค้ำจุน JKN18 มาโดยตลอดคือซีรี่ย์อินเดีย แต่แน่นอนว่าไม่มีซีรี่ย์เรื่องใดที่ความนิยมจะอยู่ยืนยาว เมื่อไปอยู่ภายใน TOPNEWS ซีรีย์ที่เคยเป็นจุดขายจะอยู่ในลักษณะไหน
แล้ว Miss Universe ที่เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์มาได้ไม่ถึงปี จะเดินหน้าแบบไหน เครดิตในทางการค้าระดับโลกของ แอน จักรพงษ์ จะเป็นอย่างไร
ปัจจัยที่ทำให้ JKN18 ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้เสพข่าวมากเท่าที่ควรเนื่องจากที่ผ่านมาการวางจุดขายของช่องไม่ชัดเจน มีการนำซีรี่ย์อินเดียมาขายมากกว่าข่าว ทั้งๆที่จดแจ้งกับ กสทช.ว่าเป็นสถานีข่าว และตัวเรตติ้งที่ผ่านมาซีรี่ย์อินเดียกลับมีผู้ชมมากกว่ารายการข่าว
จุดขายด้านข่าวของช่อง JKN18 ที่ไม่ชัดเจนอาจมาจากความไม่พร้อมของบุคลากร แต่เมื่อการมาถึงของ Miss Universe มันยิ่งตอกย้ำว่า JKN18 ไม่ได้ต้องการขายรายการข่าว ความกดดันตัวเลขเรตติ้งที่โยนมาที่กองบรรณาธิการจึงเป็นเรื่องโยนหินถามทางมากกว่าจะจริงจังกับการหาแนวทางที่ชัดเจนในการนำเสนอข่าว
ในทางธุรกิจเมื่อเปลี่ยนมือจาก JKN18 ไปยัง TOPNEWS อาจมีผลกระทบบ้างกับผู้ประกาศข่าว นักข่าว กองบรรณาธิการ ฝ่ายสตูดิโอ ตัดต่อ รวมถึงฝ่ายผลิต แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้พนักงานได้อุ่นใจนิดหน่อยคือ รากเหง้าจาก TOPNEWS บางส่วนก็มาจาก NEW18 ก่อนที่ แอน จักรพงษ์ จะมาเทคโอเวอร์เป็น JKN18
นี่อาจไม่ใช่ความผิดพลาดทางการทำธุรกิจของแอน จักรพงษ์ แต่เป็นบทเรียนสำคัญในการทำธุรกิจสื่อบนกระแสที่ขับเคี่ยวกับข่าวโซเชี่ยลอย่างเต็มกำลัง
การเดินเข้าหาลิขสิทธิ์ Miss Universe อาจเป็นทางออกที่แอน จักรพงษ์ มองธุรกิจ JKN18 ไม่น่าจะรอดในระยะยาว ก็เป็นได้
ดังนั้น การเอาเงินจากกระเป๋าซ้ายย้ายเข้ากระเป๋าขวา การไม่มี Positioning ในตลาดที่ชัดเจน การให้ความสำคัญกับการลงทุนในลิขสิทธิ์อื่นที่ไม่ใช่สื่อ และการไม่สามารถจ่ายหุ้นกู้ได้ตามกำหนด คือการทำให้ JKN18 ต้องมีหนทางในวันนี้
หากในอนาคตถ้าแอน จักรพงษ์ ยังคงต้องการลงทุนในธุรกิจสื่อ การเป็นบริษัทรับช่วงผลิตรายการจึงน่าจะเหมาะกับเงินที่มีอยู่ในมือมากกว่า

 

Related Articles

Back to top button