Biznews

ปิดฉาก 2 ปี 3 เดือน ‘JKN18’

นาทีนี้ในแวดวงสื่อโทรทัศน์อยู่ที่ดีลระหว่าง TOPNEWS กับ JKN18 ซึ่งคาดว่าจะปิดการขายในราคา 500 ล้านบาท และจะมีการแถลงข่าวในวันนี้ (11 กันยายน 2566)

ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ แอน-จักรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ได้โพสต์รายละเอียดการเทคโอเวอร์ช่อง NEW18 ว่า ใช้เงินสด 1,200 ล้านบาท มอบให้เจ้าของเดิม คือ ครอบครัวเหตระกูล เป็นจำนวนเงิน 1,050 ล้านบาทและให้กับทาง กสทช. อีก 150 ล้านบาท เพื่อการสร้างพัฒนาช่องทีวีดิจิตอล JKN18 ซึ่งย่อมาจากชื่อจริงคือ Jakkapong Network (จักรพงษ์ เน็ตเวิร์ค)
ในวันนั้น NEW18 ตั้งราคาขายอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท แต่แอน จักรพงษ์ สามารถตกลงได้ที่ 1,050 ล้านบาท
ตลอด 2 ปีที่ช่อง JKN18 ออกอากาศ มักมีข่าวออกมาในทิศทางบวกเสมอ ทั้งปรับผังขยายฐานผู้ชมมุ่งสู่การเป็น ผู้นำด้าน Content Commerce ในระดับอาเซียน
เดือนพฤษภาคม ปี2565 ทุ่มเงิน 100 ล้านบาทหวังดึงเรตติ้งให้สถานีอยู่ในอันดับ Top 10
หรือแม้กระทั่งการซื้อลิขสิทธิ์ Miss Universe Organization (MOU) 800 ล้านบาท ซึ่งประกาศว่าเพียง 3 เดือนก็ขายสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดเวทีนางงามจักรวาลปี 2024,2025 ได้ 1,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารเผยว่ารายได้ของช่อง JKN18 กว่า 70% มาจากบริษัทภายในกลุ่มของ JKN ที่เหลืออีก 30% มาจากกลุ่มลูกค้าภายนอกบริษัท ในการรับจ้างผลิตรายการและสื่อออนไลน์
2 ปี เศษๆ ในการทำช่องทีวีดิจิทัล สิ่งที่ทำให้ JKN18 ต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤตคงไม่พ้น “หุ้นกู้” ที่เรื่องมาแดงเอาเมื่อตอนต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง
เนื่องจากหุ้นกู้รุ่น JKN239A ที่ถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ในวันที่ 1 กันยายน 2566 จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 609,981,369.86 บาท นั้น บริษัทไม่สามารถชำระคืนได้เต็มจำนวน แต่จะชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้156,600,000 บาท
ในส่วนของยอดค้างชำระอีก 443,400,000 บาท บริษัทจะขอมติผู้ถือหุ้นกู้โดยการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อขอเลื่อนกำหนดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยโดยเร็วที่สุด โดยแนวทางการชำระคืนนั้นในวันที่ 11 กันยายน 2566 ทางบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเป็นผู้จำหน่ายหุ้นกู้ข้างต้นจะมีการส่งรายละเอียดต่างๆ ไปยังผู้ถือหุ้นกู้ทั้งหมดและจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2566 เพื่อพิจารณาต่อไป
ซึ่งระหว่างประสบปัญหาการชำระคืนหุ้นกู้ ทางบริษัทยังมองว่าในปี 2566 ทาง JKN ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ประมาณ 3.4 พันล้านบาท เติบโต 27% เมื่อเทียบกับปี 2565 เนื่องจากมองว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากฐานธุรกิจภายใต้องค์กรมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe Organization หรือ MUO) หลังมีการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม ประกอบกับธุรกิจเดิมยังเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แอน จักรพงษ์ แจ้งการได้มา หุ้นของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เป็นการได้มาโดยเสน่หา ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 จำนวน 30 ล้านหุ้น หรือ 2.9078% ทำให้หลังการได้มา มีหุ้น JKN อยู่จำนวน 437,351,857 หุ้น หรือ 42.3915%
หลังจากนั้นในวันที่ 1 กันยายน 2566 ได้ขายหุ้น JKN ออกโดยขายทางบัญชีมาร์จินในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่าน บล,หยวนต้า, บล.กรุงไทยเอ็กซ์สปริง และ บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำนวน 92,027,375 หุ้น หรือ 8.92% ทำให้หลังการขายหุ้น ถือหุ้นอยู่ 345,324,482 หุ้น หรือ 33.4715%
และในวันที่ 5 กันยายน 2566 ได้แจ้งการได้มาหุ้น JKN โดยเสน่หา จำนวน 47 ล้านหุ้น หรือ 4.5556% ทำให้หลังการได้มามีหุ้น JKN อยู่ทั้งสิ้น 392,287,682 หุ้น หรือ 38.0235%
จากซื้อเงินสดช่อง NEW18 มาด้วยราคา 1,050 ล้านบาท ก่อนขายให้ TOPNEWS ในราคา 500 ล้านบาท
การลงทุนของแอน จักรพงษ์ในสื่อสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลครั้งนี้แม้เหมือนว่าสายป่านจะยาวแต่สุดท้ายก็ต้องลาจอเร็วเกินกว่าที่คิด
ส่วน 2 ปีที่ผ่านมาจะขาดทุนหรือกำไร แอน จักรพงษ์ คงเป็นเพียงคนเดียวที่รู้

Related Articles

Back to top button