Biznews

วันนี้รู้กัน!เลือก CEO คนที่ ปตท.คนที่ 11 แทน ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วันที่ 25 ม.ค. 2567 จะมีวาระการพิจารณาผลการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.คนที่ 11 และได้ปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2567 เพื่อแทนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.ที่จะวาระ 4 ปี ในเดือน พ.ค.2567

สำหรับการสรรหาจะต้องดำเนินการก่อนครบวาระ 6 เดือน โดยผู้เข้ารับการสรรหาจะต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร, มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ รวมถึงมีวิสัยทัศน์ทางด้านธุรกิจพลังงาน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง มีความรอบรู้และประสบการณ์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ และคณะกรรมการสรรหาได้มีการสัมภาษณ์ไปเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 ที่ผ่านมา

“ในการประชุม บอร์ดปตท. ครั้งนี้ คณะกรรมการจะยังคงมีการพิจาณาผลการสรรหา CEO ตามปกติ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คาดว่าจะสามารถนำผลการประชุมบอร์ดรวมถึงรายชื่อ CEO คนใหม่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามขั้นตอนต่อไปได้ทันที เพื่อให้งานของ ปตท. ดำเนินการได้ทันทีภายหลัง CEO คนปัจจุบันจะครบวาระ อีกทั้ง ผู้สมัครทั้ง 5 ท่าน ถือเป็นบุคคลภายในระดับรอง และเป็น CEO บริษัทลูก ปตท. ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถทั้งนั้น” แหล่งข่าว กล่าว

อย่างไรก็ตาม  ปตท.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาบริหาร ปตท.ได้ต้องกล้าตัดสินใจ เพราะปตท.ถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน โดยกระทรวงการการคลังถือหุ้น 51% ดำเนินธุรกิจเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ มีรายได้ปี 2565 กว่า 3 ล้านล้านบาท ดังนั้น การบริหารงานภายใต้รัฐบาลจึงต้องมีข้อจำกัดและแรงกดดันสูง

ทั้งนี้ ในการสมัคร CEO ปตท. มีผู้ยื่นสมัครทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย

1. นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC โดยนอกจากเป็นซีอีโอของ GC แล้วยังเป็นประธานกรรมการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) รวมทั้งเคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประจำประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.

2. นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่ และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยที่ผ่านมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กรนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ก่อนขยับเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายบริษัท ปตท.

3. ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ก่อนที่จะมาดูแลกลุ่มธุรกิจก๊าซ เคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายของ ปตท.มาก่อน โดยช่วงที่ดูแลหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติได้ขับเคลื่อนธุรกิจก๊าซเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจและการดูแลค่าครองชีพ

4.นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารที่เติบโตในบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จนขึ้นมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านกลยุทธ์องค์กร ไทยออยล์ ก่อนที่เข้ามาเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ปตท.

5. นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งร่วมงานกับกลุ่ม ปตท.มากกว่า 20 ปี เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แผนกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.

สำหรับคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้สมัคร ประกอบด้วย 

  • มีสัญชาติไทย  อายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร
  • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 ตรี และจัตวา แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามมาตรา 89/3 และ 89/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 3/2560 ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560 เรื่องการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารบริษัท
  • มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ รวมถึงมีวิสัยทัศน์ทางด้านธุรกิจพลังงาน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มีความรอบรู้และประสบการณ์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น ที่มีรายได้ (TURNOVER) ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีงบการเงินและโครงสร้างองค์กร หรือรายงานประจำปี (ANNUAL REPORT) ในขณะดำรงตำแหน่งมาแสดงด้วย หรือ ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไปต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น
  • มีความรอบรู้ ความสามารถสูงในการตัดสินใจ การสั่งการ การแก้ปัญหา และนำองค์กรไปในทิศทางและเป้าหมายตามนโยบาย ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  • มีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรมและจริยธรรม ยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี สามารถติดต่อประสานงานได้เป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • คุณวุฒิทางการศึกษา
  • สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

เงื่อนไขการจ้าง 

  • มีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 4  ปี หรือจนถึงวันที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่วาระใดจะถึงก่อน

สำหรับผลประกอบการของ PTTGC ล่าสุดในไตรมาส 3/66 กำไรสุทธิ 1,426.67 ล้านบาท ดีขึ้น 111% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 13,404.05 ล้านบาท

ส่วนงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิ 4,082.29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 9,430.13 ล้านบาท

Related Articles

Back to top button