Biznews

เช็คด่วนก่อนใช้งานไม่ได้! 6 ธนาคาร แจ้งวิธีแก้ไขหากชื่อไม่ตรงกับซิมมือถือ

จากมาตรการยกระดับความปลอดภัยการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ให้ผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิมมือถือ ล่าสุดธนาคารต่างๆ ทยอยแจ้งลูกค้าถึงการตรวจสอบและได้รับการแจ้งเตือนบนโมบายแบงก์กิ้งว่า เป็นบุคคลที่ต้องดำเนินการแก้ไขชื่อให้ตรงกับซิมหรือไม่ และมีวิธีอย่างไร

วันนี้  ทีมงานขออนุญาตรวบรวมวิธีการของแต่ละธนาคาร มาอัพเดทดังนี้

ธนาคารกสิกรไทย
จากมาตรการยกระดับความปลอดภัยการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิมมือถือ ลูกค้าที่ไม่ได้รับแจ้ง ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ โดยลูกค้า K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank ที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องดำเนินการ จะได้รับแจ้งวิธีการผ่าน K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

กลุ่มลูกค้าธนาคารกสิกรไทยที่ต้องดำเนินการภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 คือ กลุ่มที่เปิดใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา และเข้าเงื่อนไขใน 2 กลุ่มนี้

1.กลุ่มผู้ใช้งาน K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank ที่ตรวจหมายเลขโทรศัพท์มือถือไม่พบชื่อเจ้าของซิม
2.กลุ่มชาวต่างชาติที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือมีชื่อเจ้าของซิมไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้งาน K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank

ลูกค้า K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank ที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องดำเนินการข้างต้น จะได้รับแจ้งวิธีการผ่าน K PLUS / LINE BK / MAKE by KBank ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ลูกค้าที่ไม่ได้รับแจ้ง ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ

 

ธนาคารไทยพาณิชย์
จากมาตรการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ชื่อผู้ใช้งานโมบายแบงก์กิ้งตรงกับชื่อผู้ใช้ซิมมือถือ ธนาคารจะส่งข้อความผ่านทางแอป SCB EASY, ไลน์ SCB CONNECT แจ้งลูกค้าที่มีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ตรงกับโมบายแบงก์กิ้ง และลูกค้าที่ไม่พบข้อมูลการลงทะเบียนซิมกับเครือข่ายมือถือ โดยจะส่งข้อความแจ้งภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นี้
ขอให้ลูกค้าที่ได้รับข้อความ ทำการติดต่อศูนย์บริการเครือข่ายมือถือที่ใช้งานอยู่ เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือยืนยันความเป็นเจ้าของซิม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 เมษายน 2568 สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รับข้อความแจ้ง ไม่ต้องดำเนินการใดๆ

ธนาคารกรุงเทพ
มาตรการยกระดับความปลอดภัยการใช้งาน โมบายแบงก์กิ้ง ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกันกับ “ชื่อเจ้าของซิม” โดยธนาคารกรุงเทพ จะทำการแจ้งไปยังกลุ่มที่ต้องดำเนินการในรูปแบบของการแจ้งเตือนผ่านช่องทางโมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร เริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568
โดยจะไม่มีการแจ้งเตือนผ่าน SMS อย่างเด็ดขาด ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือน ยังไม่ต้องดำเนินการแต่อย่างใด ท่านสามารถใช้งานโมบายแบงก์กิ้งได้ตามปกติ

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ตามมาตรการยกระดับความปลอดภัย การใช้บริการโมบายแบงก์กิ้งให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิมมือถือ สำหรับลูกค้า krungsri app / Krungsri Biz Online / Kept by krungsri ที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องดำเนินการ จะได้รับแจ้งผ่าน krungsri app / Krungsri Biz Online / Kept by krungsri ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รับแจ้ง ยังไม่ต้องดำเนินการใดๆ

ธนาคารกรุงไทย
ตามมาตรการยกระดับความปลอดภัย การใช้งานโมบายแบงก์กิ้งให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิม สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีและโมบายแบงก์กิ้ง ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกันกับ “ชื่อเจ้าของซิม”

สำหรับลูกค้า Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องดำเนินการ จะได้รับแจ้งวิธีการผ่าน แอป Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ลูกค้าที่ไม่ได้รับแจ้ง ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ

ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต
ตามมาตรการยกระดับความปลอดภัยการใช้งานโมบายแบงก์กิ้งให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิมมือถือ
1) ลูกค้าที่ใช้แอป ttb touch สามารถเข้าใช้งานแอปได้ตามปกติ 2) ลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องแก้ไข-อัปเดตเบอร์มือถือ จะได้รับการแจ้งเตือนบนแอป ttb touch ช่องทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2568 3) กรณีข้อมูลชื่อเจ้าของซิมมือถือไม่ตรงกับชื่อบัญชีที่ใช้งาน ttb touch สามารถดำเนินการภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 ผ่าน 2 ช่องทางดังนี้
ค่ายมือถือ-อัปเดตชื่อที่จดทะเบียนซิมมือถือให้ตรงกับชื่อบัญชีที่ผูกกับแอป ttb touch
ttb touch-อัปเดตหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ถูกจดทะเบียนด้วยชื่อที่ตรงกับชื่อบัญชีที่ผูกกับแอป ttb touch ที่เมนูตั้งค่า คลิกแก้ไขข้อมูลส่วนตัว

วิธีตรวจสอบด้วยตัวเองว่า “ชื่อบัญชีโมบายแบงก์กิ้ง” ตรงกับ “ชื่อซิมเบอร์มือถือ” หรือไม่

เพียงกด *179*ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก# แล้วกดโทรฯ ออก

วิธีที่ 1 ติดต่อศูนย์บริการค่ายมือถือ เพื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมเบอร์มือถือให้ตรงกับชื่อบัญชีโมบายแบงก์กิ้ง
วิธีที่ 2 ติดต่อธนาคารที่ใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อเปลี่ยนเบอร์ที่ผูกกับโมบายแบงก์กิ้งให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกัน

ซึ่ง ธนาคารจะเริ่มส่ง SMS ไปทางเบอร์ที่ลงทะเบียน Mobile Banking ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ โดยจะไม่มีลิงก์ให้กด แต่จะเป็นการเชิญให้ผู้ใช้งานปรับชื่อให้ตรงกันระหว่าง ผู้จดทะเบียนและ Mobile Banking นั่นเอง

 

นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุถึง 5 กลุ่ม ที่ได้รับการยกเว้น กรณีเบอร์มือถือ และ โมบายแบงก์กิ้ง ชื่อไม่ตรงกัน สามารถใช้งานได้ปกติ มีดังนี้

1.เบอร์มือถือที่จดทะเบียนในชื่อหน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด) หรือองค์กรที่ใช้โดยพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ จะได้รับการพิจารณาเป็นข้อยกเว้น และไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการนี้
2.ลูกค้าที่มีความจำเป็น หรือข้อจำกัดเฉพาะ เช่น ไม่สามารถเปลี่ยนเบอร์มือถือได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย หรือเอกสาร สามารถยื่นคำขอยกเว้น พร้อมเอกสารประกอบแสดงเหตุผลต่อธนาคาร
3.กลุ่มบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ บุตร พี่น้อง ปู่ ย่า ตายาย คู่สมรส (จดทะเบียน) โดยจะต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์ต่อธนาคาร ได้แก่ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เป็นต้น และเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ค่าโทรศัพท์
4.นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทเอกชน หรือนิติบุคคลตามกฎหมาย (กรณีที่ลงทะเบียนในนามนิติบุคคล และให้พนักงานในองค์กรใช้งาน) จะต้องมีเอกสารรับรองจากบริษัท ที่มีข้อความระบุชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอนุญาตให้ใช้เบอร์โทรศัพท์ผูก Mobile Banking
5.ผู้ที่ต้องได้รับความดูแลตามกฎหมาย ได้แก่ ผู้ไร้ความสามารถ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ และผู้พิการ จะต้องนำเอกสารตามคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้อนุบาล หรือเอกสารตามคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้พิทักษ์ บัตรผู้พิการ หรือเอกสารที่หน่วยงานราชการออกให้ มายื่นแสดงต่อธนาคาร
มาตรการนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งประชาชนที่จะต้องดำเนินการติดต่อธนาคาร จะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน Mobile Banking ของธนาคารโดยตรงเท่านั้น จะไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Mobile Banking หากยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯธนาคารยังไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง โดยการยกระดับมาตรการด้าน Mobile Banking เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการทำงานร่วมกันของกระทรวงดีอี กสทช. ปปง. ภาคธนาคารและภาคโทรคมนาคม เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของกลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสกัดเส้นทางการใช้บัญชีม้าในการหลอกลวงประชาชน

Related Articles

Back to top button