รู้จัก ผู้บริโภค 8 กลุ่ม โอกาสตลาดที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม ปี 2025

MI GROUP เปิดอินไซต์กลุ่มเป้าหมายการตลาดน่าจับตาปี 2568 พร้อมช่องทางการสื่อสารที่แนะนำ เพราะ ปีนี้ไม่ใช่เวลาของการยิงโฆษณากว้างๆ หรือจำกัดวงแคบจนเกินไป แต่ต้อง “เล็งแหลม” และกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการในหมวดที่แตกต่างกัน
แม้ปัจจุบันผู้บริโภคมีความซับซ้อน หลากหลายและมีความเฉพาะตัวมากขึ้น แต่การสื่อสารก็ไม่ใช่การยิงโฆษณากว้างๆ หรือจำกัดวงแคบจนเกินไป แต่ต้องกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ การจับจ่ายสินค้าและบริการในหมวดอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน
MI GROUP สรุป 8 กลุ่มเป้าหมาย “ต้องโฟกัส” ในปี 2025 พร้อมทั้งแนะนำช่องทางการสื่อสารแบบ Media Mix ของแต่ละกลุ่ม ดังนี้
1. แรงงานเกษตร มีจำนวน 12 ล้านคน
– กลุ่มแรงงานฐานรากที่ยังคงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทย แม้จะไม่อยู่ในเมือง แต่เข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลมากขึ้นผ่านมือถือ เป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาด FMCG และสินค้าจำเป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิตของพวกเขา รวมถึงเปิดรับนวัตกรรมเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ
– ช่องทางการสื่อสาร : Facebook, TikTok, สื่อท้องถิ่น (ป้าย/วิทยุ), อีเวนต์ชุมชน/งานประเพณี
2. แรงงานบริการ มีจำนวน 5 ล้านคน
– กลุ่มสำคัญที่สร้างประสบการณ์บริการในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสุขภาพและท่องเที่ยว กลุ่มนี้คือฟันเฟืองที่มักถูกมองข้าม แต่มีพลังการจับจ่าย และเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก
– ช่องทางการสื่อสาร : Facebook, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/ตลาดเช้า/ห้างฯ), บูธกิจกรรมในบริเวณแหล่งชุมชนและที่ทำงาน
3. Gen Z (อายุ 13–29 ปี) มีจำนวน 13 ล้านคน
– กลุ่มคนรุ่นใหม่ “เสียงใหม่แห่งอนาคต” ที่นิยามโลกในแบบของตัวเอง ทั้งพฤติกรรม การซื้อสินค้า และการเสพสื่อ พวกเขาคือ Trend Setter ตัวจริง เป็นแรงขับเคลื่อนของทุกแพลตฟอร์ม พฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมีส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง
– ช่องทางการสื่อสาร : TikTok, IG, YouTube, X, Gaming-Discord, สื่อนอกบ้าน (Transit, ใกล้สถานศึกษา/ห้าง)
4. พนักงานบริษัท มีจำนวน 18 ล้านคน
– มนุษย์เงินเดือนหัวใจนักสู้ เป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อ มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคง เป็นกลุ่มที่เปิดรับข้อมูลเยอะ แต่เลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริง
– ช่องทางการสื่อสาร : Facebook, TikTok, YouTube, LinkedIn, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ออฟฟิศ), โรดโชว์ทดลองใช้/สมัครบริการ
5. กลุ่มใกล้เกษียณ/ผู้สูงวัย มีจำนวน 18.6 ล้านคน
– “พลังเงียบที่ยังเปล่งเสียง” เป็นกลุ่มใหญ่มากที่มีทั้งเวลาและกำลังซื้อ พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่า เป็นกลุ่มที่อาจไม่ได้ไวกับเทคโนโลยี แต่ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ที่เชื่อถือได้
– ช่องทางการสื่อสาร : Line, TV, YouTube, Facebook, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ห้างฯ/โรงพยาบาล), บูธกิจกรรม (ตรวจสุขภาพ/แจกสินค้าตัวอย่าง)
6. Micro Sellers (พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์/ออฟไลน์) มีจำนวน 4 ล้านคนขึ้นไป
– “เสาหลักเศรษฐกิจฐานราก” เจ้าของร้านเล็กๆ ที่ไม่เล็กในพลัง ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ ทั้ง Live ขายหน้าร้าน และโซเชียล แบรนด์ที่เข้าถึงและสนับสนุนกลุ่มนี้ได้ จะได้พลังจากปากต่อปากที่มหาศาล
– ช่องทางการสื่อสาร : Facebook Group, TikTok, ป้ายตลาด/หน้าร้านขายส่ง, อีเวนต์ฝึกอาชีพ/แจกแพ็กเกจเริ่มต้น
7. แรงงานต่างด้าว มีจำนวนกว่า 10 ล้านคน
– “นักสู้แดนไกล” เป็นผู้ที่เดินทางมาทำงานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะชาวเมียนมา ที่มีสัดส่วนสูงสุด 50% ไม่ได้แค่ทำงาน แต่ใช้จ่าย กิน เที่ยว และสร้างชุมชน ต้องการสื่อสารผ่านภาษาของเขา และช่องทางที่พวกเขาใช้จริง
– ช่องทางการสื่อสาร : Facebook ภาษาถิ่น, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/โชวห่วย/CVS) ป้ายที่พัก/นิคมฯ/โรงงาน, บูธแจกซิม/สินค้าตัวอย่าง
– คุณวิชิต คุณคงคาพันธ์ Head of International Business Development (Head of Bridge) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจตลาดต่างประเทศ MI Group กล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีหลายอุตสาหกรรมวางกลยุทธ์สื่อสารกับกลุ่มแรงงานเมียนมาโดยตรง เช่น รีเทล ทำ CRM ทั้ง ณ จุดขายและแอป
8. นักท่องเที่ยวต่างชาติ (ปี 2568 เป้าหมาย 36–39 ล้านคน)
– กลุ่มที่เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ เป็นสายเที่ยวสายเปย์ พร้อมใช้จ่ายกับสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า และสร้างความประทับใจ ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความต่างเฉพาะถิ่น และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์
– ช่องทางการสื่อสาร : ป้ายสนามบิน/แลนด์มาร์ก/ แหล่งท่องเที่ยว, Travel Platform, รีวิว
MI GROUP มองว่าปีนี้ไม่ใช่เวลายิงโฆษณากว้างๆ หรือจำกัดวงแคบจนเกินไป แต่ต้อง “เล็งแหลม” และกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการในหมวดที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย 8 กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ควรโฟกัสในปี 2025 พร้อมกลยุทธ์การใช้ “Media Mix” หรือการใช้สื่อแต่ละประเภท ไม่ว่าจะออนไลน์ – ออฟไลน์อย่างผสมผสาน เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคใน 8 กลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุด!



