Biznews
‘อินฟลูตลาดล่าง’ โตง่ายตายเร็ว

ในวงการบันเทิง น้องได๋ “ไดอาน่า จงจินตนาการ” เคยโพสต์อินสตาแกรมบอกเล่ากรณีผู้ว่าจ้างสอบถามจำนวนผู้ติดตามในสื่อโซเชียลของเธอ ก่อนจะแจ้งเหตุผลการยกเลิกว่าผู้ติดตามไม่ถึงจำนวนขั้นต่ำที่ผู้จัดงานกำหนดไว้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนยุคนี้ที่อยากอัพเกรดการโพสต์ผ่านโซเชียลจากคนธรรมดาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ทำทุกวิถีทางให้มีคนมากดติดตามเยอะๆ เพราะถ้าถึงหลักล้านโอกาสที่จะมีคนเสนอรายได้ให้จากการโพสต์ต่อครั้งก็เปิดกว้าง
ซึ่งบังเอิญถูกจริตกับชาวเน็ตไทยที่ชอบความดราม่าอยากเกาะกระแสโซเชียล อยากรู้ อยากดัง อยากมีตัวตน แห่กันไปกดติดตามคนที่เป็นข่าวจนประเทศไทยมีอินฟลูกันเกลื่อน
เราจึงพบได้บ่อยๆว่า จำนวนคนติดตามกับคุณภาพคอนเทนท์สวนทางกัน และการจะโพสต์อะไรต้องเกรียน ต้องดราม่าไว้ก่อน โดยไม่สนใจเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม
“แจ๊กแปบโฮ” คือผลผลิตอันบิดเบี้ยวของค่านิยมการเสพสื่อออนไลน์ยุคปัจจุบัน ที่ไม่มีความสามารถแยกแยะความถูกผิดบนโลกออนไลน์
“เค้าจะรู้เหรอครับว่าผมเป็นคนไทย”
ตอบแจ๊กแปบโฮ ด้วยการรายงานข่าวของสื่อญี่ปุ่นสำนักหนึ่ง ที่พาดหัวว่า
タイ人youtuberが日本でやらかし。富士山ローソンの車上でダンスする動画が大炎上!「タイの恥」”
“ยูทูบเบอร์ไทยก่อความวุ่นวายในญี่ปุ่น หลังโพสต์คลิปเต้นบนหลังคารถที่ลอว์สัน หน้าภูเขาไฟฟูจิ ความอับอายของประเทศไทย”
แจ๊กแปบโฮ ยังโพสต์ด้วยว่า
“แม้ใครจะดูถูกฉัน ไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น”
แล้วคนไทยทั้งประเทศต้องสนใจหรือไม่เมื่อคนญี่ปุ่นดูถูกเราเพราะเด็กแว้นห่ามๆคนเดียว
และดราม่าก๊องแก๊งนี้จบลงที่แจ๊กแปบโฮ โพสต์ข้อความว่า
“ที่ผมไม่ลบโพส คือผมไม่ต้องการหนีปัญหา อย่างน้อยๆ นี่ก็เป็นการผิดพลาดเพื่อแก้ไขปรับปรุง ไม่ใช่ลบเพื่อให้คนลืมไปว่าเราไม่ได้ทำ เราทำให้มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ทำ ผมน้อมรับทุกคำด่า…”
ราวๆ 4-5 ปีที่แล้ว แจ๊กแปบโฮเรียกยอดผู้ติดตามจากการขึ้นไปเหยียบบนโต๊ะในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังแห่งหนึ่ง
พอกระแสดราม่าลุกลาม เจ้าของร้านโอมากาเสะประกาศปิดร้านเพื่อเปลี่ยนโต๊ะและเคาน์เตอร์อาหารใหม่ทั้งหมด ซึ่งเตรียมชี้แจงและเป็นตัวแทนในการกล่าวขอโทษลูกค้าและผู้บริโภคที่เกิดความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที
และนี่คือสิ่งที่แจ๊กแปบโฮ ออกมาไลฟ์สดชี้แจงหลังสร้างความวอดวายให้กับเจ้าของธุรกิจ
“ผมต้องกราบขอโทษทุกคนที่ทำพฤติกรรมแบบนั้น แต่จากใจจริง เจตนาผมไม่ได้คิดอยากทำ ฝากขอโทษเพื่อนๆด้วยที่ผมทำพลาดไป จะระมัดรังวังตัวมากกว่านี้ จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน จะคิดและไตร่ตรองในการทำคอนเทนท์มากขึ้นในอนาคต”
แต่การขอโทษและจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตัวของแจ๊กแปโฮวันนั้น เขาเหยียบรถลุกขึ้นเต้นที่ญี่ปุ่นอีกครั้งเหมือนเหยียบบนโต๊ะอาหารร้านโอมากาเสะไม่มีผิด
เว็บไซต์ NoxInfluencer ซึ่งเป็นระบบการให้บริการข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึกของ Influencer เคยทำการรวบรวมฐานและจัดอันดับคนดังในสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Instagram, TikTok และ Twitch พบว่าเมื่อนำลิงก์ช่องของ แจ็กแปปโฮ มาตรวจสอบมีจำนวนผู้ติดตาม 3,750,000 คน ทำรายได้โดยรวมต่อเดือนราว 565,760 บาท (CPM : 25.46-89.1 บาท)
ขณะที่รายได้โดยประมาณของแต่ละวิดีโออยู่ที่ 265,506 บาท (CPM: 127.28-318.2 บาท)
ระบบยังคำนวณรายได้-รายวัน โดยประมาณของแจ๊กแปบโฮไว้ที่ 18,858.44 บาท หากรวมรายได้รายปีประมาณ 6,883,331.04 บาท ซึ่งเว็บไซต์ NoxInfluencer ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณเพื่อประมาณการรายได้ช่องแจ็กแปปโฮเท่านั้น
นี่จึงไม่แปลกเลยที่จะทำให้พฤติกรรมการใช้เน็ตของคนไทยไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแน่นอน
แต่เชื่อเถอะว่าในโลกฉาบฉวยของโซเชียลแบบนี้ ความนิยมของอินฟลูตลาดล่างจะกลายเป็นส่วนเกินบนโลกออนไลน์ภายในชั่วระยะเวลาข้ามคืน
เพราะสุดท้ายแล้วผลตอบแทนจากการลงทุนคือเป้าหมายของนักธุรกิจ ไม่มีใครอยากจ้างคนที่ไร้ความคิดมาโพสต์ให้สินค้ามีภาพลักษณ์พร้อมจะไม่เป็นมิตรกับลูกค้าในทุกตลาดแน่นอน


