Biznews

ถอดรหัส 5 แนวคิดผู้นำ ‘PSP’ วางรากฐานอย่างมีเป้าหมาย เติบโตยั่งยืนสู่กำไรพันล้าน

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน ภาวะสงครามและราคาน้ำมันที่แกว่งตัวต่อเนื่อง บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร กลับสร้างกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน และกำลังจะทำกำไรสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากงบครึ่งปี 2569 กำไรสุทธิสูงกว่า 800 ล้านบาท และประกาศเป้าหมายชัดเจนที่ปีนี้จะผลักดันกำไรสุทธิทะลุ 1,000 ล้านบาท คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรอยู่เบื้องหลังการเติบโตที่ทั้ง “เร็ว” และ “มั่นคง” ในเวลาเดียวกัน คำตอบซ่อนอยู่ในแนวคิดของผู้นำองค์กร ที่มองการเติบโตและความยั่งยืนไม่ใช่สองเรื่องที่ต้องเลือก แต่คือเรื่องเดียวกันที่ต้องออกแบบไปพร้อมกัน และนี่คือ 5 รหัสที่ถอดออกมาได้จากเส้นทางของ PSP

  1. เติบโตอย่างมี “เป้าหมาย” ไม่ใช่แค่เติบโตตามตลาด

PSP ไม่ปล่อยให้การเติบโตเป็นเรื่องของจังหวะตลาด แต่ประกาศแผน JUMP+ Plan ปี 2569–2571 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมเป้าหมายที่วัดได้จริง คือกำไรสุทธิ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 ขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ การรักษาความเป็นผู้นำตลาดในประเทศควบคู่การขยายรายได้ส่งออกเพื่อสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าเพิ่มให้ตอบโจทย์ตลาดใหม่และเพิ่มอัตรากำไร และการขยายธุรกิจผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในกลุ่มบริษัท การมีเป้าหมายที่ประกาศต่อสาธารณะคือการสร้างวินัยให้ทั้งองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน และให้นักลงทุนเข้าใจแผนธุรกิจ ติดตาม และตรวจสอบได้

  1. 2. แข็งแกร่งจากแกนหลัก แล้วขยายสู่ตลาดโลก

รากฐานการเติบโตของ PSP เริ่มจากความเป็นผู้นำในธุรกิจหลัก ทั้งผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า และน้ำมันผสมยาง ก่อนต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศที่ปัจจุบันส่งออกไปกว่า 50 ประเทศ ใน 5 ทวีป โดยตั้งเป้า เพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 30% ภายในปี 2571 ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน ที่ทำให้ไทยได้รับความสนใจในฐานะฐานการผลิตหลักแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ PSP เตรียมความพร้อมรองรับไว้แล้ว ทั้งด้านความสามารถในการผลิต กระบวนการผลิต เทคโนโลยี และระบบคุณภาพมาตรฐานสากล

  1. ต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิม สร้าง New Growth Engine

การเติบโตระยะยาวต้องมีเครื่องยนต์ตัวใหม่ PSP จึงเลือกลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าเดิม ตั้งแต่การเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ RE ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและการรีไซเคิลสารเคมี ไปจนถึง การเพิ่มการลงทุนใน WhatsEGG แพลตฟอร์มซื้อ–ขายอะไหล่ยานยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขยายฐาน Mobility Ecosystem ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมภายใต้กลยุทธ์ Specialized Creation อาทิ การพัฒนาน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ ที่ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในโครงการ EnPATการพัฒนาสารหล่อเย็นแบบจุ่มสำหรับ Data Center และ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว หรือ Re-Refined Base Oil (RRBO) รองรับเมกะเทรนด์โลกทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน เคมีสีเขียว และ Net Zero ทุกก้าวของการขยายธุรกิจ จึงไม่ใช่การเปลี่ยนอุตสาหกรรมหรือเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจ แต่คือการต่อจิ๊กซอว์จากความเชี่ยวชาญที่มี ไปสู่ตลาดที่มีอัตราทำกำไรสูงและรับกระแสเมกะเทรนด์

  1. เติบโตควบคู่ความยั่งยืนที่พิสูจน์ได้ด้วย “ข้อมูล”

สิ่งที่ทำให้ความยั่งยืนของ PSP ต่างจากคำประกาศทั่วไป คือการทำให้วัดผลได้จริงทุกขั้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “เติบโตอย่างยั่งยืน และยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมสีเขียว” บริษัทฯ ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “A” คะแนนบรรษัทภิบาลระดับ 5 ดาว ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2568 ได้ 10,143 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยลดลง 4.59% เมื่อเทียบกับปี 2567 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแม้ธุรกิจจะยังมีอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญ PSP กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลความยั่งยืน ยกระดับจากการจัดเก็บเอกสารสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล  ตั้งเป้าใช้งานเต็มระบบในปี 2570 พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และตรงจุดมากยิ่งขึ้น และเตรียมความพร้อมสู่การประเมินมาตรฐานระดับสากลอย่าง FTSE Russell ESG Scores บนเส้นทางสู่เป้าหมาย Zero Landfill ภายในปี 2572 และ Net Zero ภายในปี 2593 ข้อมูลที่แม่นยำช่วยยกระดับงานด้านความยั่งยืน จากเพียงการจัดทำรายงานประจำปี สู่เครื่องมือทรงพลังในการบริหารจัดการธุรกิจ

  1. เทคโนโลยีและเป้าหมายจะไปไม่ถึง ถ้า “คน” ไม่พร้อม

รหัสสุดท้ายคือการลงทุนในบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร PSP เปิดพื้นที่ให้พนักงานร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านโครงการ PSP x AI Hackathon 2569 เพื่อค้นหาและรวบรวม Use Case ไปต่อยอดสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและกระบวนการผลิต ตั้งเป้า 2570 ในการใช้ AI Agents มาเป็นเครื่องมือช่วยบุคลากรทั้งองค์กรในการวิเคราะห์ข้อมูล ควบคู่ไปกับการพัฒนาห้องปฏิบัติการและสร้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต การเติบโตของ PSP จึงไม่ได้พึ่งพาเพียงเครื่องจักรหรือเม็ดเงินลงทุน แต่เกิดจากรากฐานขององค์กรที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

ทั้ง 5 รหัสนี้ร้อยเรียงเป็นคำตอบเดียวกัน ว่าการเติบโตอย่างมีเป้าหมายของ PSP ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลของการ ออกแบบ ตั้งเป้าให้ชัด แข็งแรงจากแกนหลัก ต่อยอดด้วยธุรกิจใหม่ ยึดความยั่งยืนที่วัดผลได้เป็นระบบปฏิบัติการ และให้คนเป็นผู้ขับเคลื่อน เส้นทางสู่กำไร 1,000 ล้านบาท จึงเป็นมากกว่าตัวเลข แต่คือบทพิสูจน์ว่า องค์กรไทยเติบโตระดับภูมิภาคได้ โดยไม่ต้องเลือกระหว่างกำไรกับความยั่งยืน

โดย นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP

 

Related Articles

Back to top button
X