Biznews

‘เดลต้า ประเทศไทย’ ติดอันดับดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices 2026 ปีที่ 5

เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC หรือในชื่อเดิมคือ DJSI) ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ห้านับตั้งแต่ปี 2564 โดยการได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเดลต้า ประเทศไทย ในการผลักดันวาระด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องผ่านเป้าหมายสำคัญสองด้าน ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2593 ซึ่งได้รับการรับรองจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทในเครือ Delta Electronics, Inc. และพันธสัญญาภายใต้โครงการ RE100 เพื่อบรรลุสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งสองด้านยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยในปี 2568 เดลต้า ประเทศไทย และบริษัทในเครือ สามารถบรรลุสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนได้แล้วถึง 69% นอกจากนี้ เดลต้า ประเทศไทย ยังเป็นบริษัทไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม “อุตสาหกรรมอุปกรณ์ชิ้นส่วนและส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ITC” ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีดังกล่าว

การได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มดัชนีโลก (Dow Jones Best-in-Class World Index) สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานอันโดดเด่นของเดลต้าจากการประเมินความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA) โดย S&P Global ที่ทำการคัดเลือกบริษัทชั้นนำระดับโลกจากผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่เดลต้า ประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJ BIC ต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการด้านความยั่งยืนและความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเดลต้า การประเมินดังกล่าวช่วยให้เราได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าต่อการยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ เราขอขอบคุณความทุ่มเทของพนักงานทุกคน ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เดลต้าประสบความสำเร็จในครั้งนี้”

ยกระดับการลดคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

 ในปี 2569 เดลต้า ประเทศไทย ยังได้รับการจัดอันดับใน Clean200™ เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดย Clean200™ เป็นการจัดอันดับระดับโลกซึ่งพิจารณาจากบริษัทกว่า 8,000 แห่ง เพื่อคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนเพียง 200 แห่งที่สร้างรายได้จากโซลูชันเพื่อความยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เดลต้ายังตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (GHG) ตลอดห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2593 โดยใช้ปี 2564 เป็นปีฐาน ภายใต้การรับรองจากโครงการ Science Based Targets initiative (SBTi) โดยบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายระยะสั้นในปี 2573 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 ลง 90% และ Scope 3 ลง 25% เพื่อปูทางสู่เป้าหมายในระยะยาวด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุก Scope ลง 90% ภายในปี 2593

นอกจากนี้ เดลต้าได้ประกาศเข้าร่วมโครงการ RE100 เพื่อบรรลุการใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2573 ผ่านกลไกการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)

ความทุ่มเทในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างมั่นคง

เกี่ยวกับดัชนี Dow Jones Best-in-Class (DJ BIC)

Dow Jones Best-in-Class Indices เป็นกลุ่มดัชนีที่ใช้วิธีการคำนวณแบบ Float-adjusted Market Capitalization เพื่อติดตามและวัดผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาดหุ้น ควบคู่ไปกับกระบวนการคัดเลือกจากเกณฑ์ความยั่งยืนตามแนวทาง Best-in-class

ในแต่ละปี มีบริษัทมากกว่า 12,000 แห่งทั่วโลกที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประเมิน CSA โดยจะมีบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ 3,500 แห่งเท่านั้นที่ได้รับการประเมินและผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices

การได้รับเลือกเป็นสมาชิก DJ BIC ของเดลต้า ประเทศไทย ซึ่งพิจารณาจากเกณฑ์ Corporate Sustainability Assessment (CSA) สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทฯ ที่เป็นเลิศ ทั้งในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ความสำเร็จในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของเดลต้า ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรม พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Articles

Back to top button