ประตูยังไม่ปิดตาย! ‘ณัฏฐ์ มงคลนาวิน’ ปลุกคนกรุงดึง 6 บึงแก้มลิงกลับเข้าผังเมือง แก้น้ำท่วมซ้ำซาก

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความระบุว่า ผมเพิ่งได้รับข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่ถือเป็น “ข่าวดี” ชิ้นสำคัญสำหรับคนกรุงเทพฯ ท่ามกลางวิกฤติน้ำท่วมและข้อถกเถียงเรื่องผังเมืองในเวลานี้ครับ!
หลายคนอาจเข้าใจว่าโครงการบึงรับน้ำสาธารณะฝั่งตะวันออก 6 แห่ง (เช่น บึงคู้บอน, บึงลำหม้อแตก, บึงคลองสามวา, บึงบางชัน) ได้ถูกยกเลิกถาวรและกลายเป็นอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ในทางนิตินัยและกระบวนการผังเมือง “ประตูยังไม่ปิดตาย และเรายังมีโอกาสดึงกลับมาได้จริง” หากคนกรุงเทพฯ ร่วมมือกันส่งเสียงอย่างถูกที่ถูกเวลาครับ
1. เส้นตาย 9 พฤศจิกายน 2569 คืออะไร?
ขณะนี้ ร่างข้อบัญญัติผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ กำลังอยู่ในขั้นตอน “การรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือกับประชาชน” ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดการยื่นข้อเสนอแนะและข้อคัดค้านใน วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569
ความหมายทางกฎหมาย: นี่คือหน้าต่างบานสำคัญ (Window of Opportunity) ที่เปิดให้ประชาชน ภาคประชาสังคม และชุมชน มีสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ในการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ กทม. “บรรจุแนวบึงรับน้ำและโครงข่ายผังน้ำ 6 แห่ง กลับเข้าไปในผังเมืองรวมฉบับใหม่”
หากพ้น 9 พ.ย. ไปโดยไม่มีการขยับ: ร่างผังเมืองนี้จะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการระดับชาติและประกาศบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้พื้นที่รับน้ำเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้หลุดลอยไปจากสารบบการป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพฯ อย่างถาวร
2. ความจริงหน้างาน: ที่ดินยังไม่ตัน แต่ต้อง “ปรับแนว (Re-alignment)”
ข้อโต้แย้งที่ว่า “พื้นที่กลายเป็นบ้านจัดสรรไปแล้ว เวนคืนไม่ได้เพราะงบประมาณสูงเกินไป” ต้องแยกแยะด้วยความเป็นจริงทางกายภาพ:
จุดที่มีสิ่งปลูกสร้างขึ้นแล้ว (เช่น บางส่วนของบึงคู้บอน หรือลำหม้อแตก): การไปเวนคืนทุบบ้านเรือนประชาชนย่อมไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ กทม. มีทางเลือกทางวิศวกรรมในการ “ปรับแนวเขต (Re-align)” ขยับแนวแก้มลิงไปใช้พื้นที่แปลงว่างข้างเคียง หรือดึงเอาที่ดินว่างส่วนที่เหลืออีกนับร้อยไร่มาพัฒนาต่อ
จุดที่เป็นทุ่งนาและที่ดินลุ่มต่ำว่างเปล่า (หนองจอก, คลองสามวา, มีนบุรี): กายภาพจริงยังมีพื้นที่นาเปิดโล่งอยู่อีกนับพันไร่ ซึ่งมีราคาประเมินต่ำกว่าโซนไข่แดงอย่างมาก หาก กทม. บรรจุแนวคุ้มครองไว้ในผังเมืองเสียตั้งแต่ตอนนี้ รัฐก็จะได้พื้นที่หน่วงน้ำธรรมชาติเพื่อตัดยอดน้ำหลาก (Peak Cut) ได้ตามเป้าหมาย
3. ทำไมต้องบรรจุไว้ในผังเมือง?
การใส่ชื่อและแนวเขตแก้มลิงไว้ในผังเมืองไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องทุ่มงบหมื่นล้านไปเวนคืนพร้อมกันทันทีในวันพรุ่งนี้ แต่มีประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ 3 ข้อสำคัญ:
ล็อกการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Zoning Protection): ป้องกันไม่ให้เกิดการถมดินสร้างโครงการขนาดใหญ่ทับแนวทางน้ำหลากโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า
สงวนสิทธิ์ในการของบประมาณและเวนคืน: หากไม่มีชื่ออยู่ในผังเมือง รัฐบาลและ กทม. จะไม่สามารถจัดสรรงบประมาณขนาดใหญ่มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมในจุดเหล่านี้ได้เลย
4. หลักฐานเชิงประจักษ์: เมื่อไร้ ‘แก้มลิงหลวง’ เขตเหล่านั้นจึงต้องแบกรับน้ำท่วมหนักที่สุด!
เมื่อนำพิกัดของ “โครงการบึงรับน้ำสาธารณะ 6 แห่งฝั่งตะวันออก” ที่ตกค้างและหลุดหายไปจากร่างผังเมือง มาทาบทับกับจุดน้ำท่วมจริง จะเห็นความสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ: จุดที่ชุมชนกำลังจมน้ำและระบายน้ำอั้นจนวิกฤต คือเขตเดียวกับจุดที่ควรจะมีบึงแก้มลิงคอยดักน้ำไว้ทั้งสิ้น!
เขตสายไหม (บึงลำหม้อแตก 163 ไร่): ออกแบบมาเพื่อตัดยอดน้ำหลากจากลำลูกกา ก่อนหลากเข้าคลองหกวาและคลองถนน เมื่อไม่มีอ่างหน่วงน้ำต้นทาง น้ำเหนือและน้ำฝนจึงเทเข้าสู่ระบบคลองโดยตรง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นคลองถนน ชุมชนเอื้ออาทรคลองถนนและซอยย่อยในแขวงออเงินท่วมขังสูง 15–30 ซม.
เขตคันนายาว / รามอินทรา (บึงคู้บอน 130 ไร่ จุ 8.7 แสน ลบ.ม.): ออกแบบเพื่อหน่วงน้ำจากคลองคู้บอนก่อนตัดเข้าคลองแสนแสบ ปัจจุบันถนนรามอินทรา กม.8 และซอยคู้บอน 27 ประสบปัญหาน้ำท่วมขังผิวจราจร 20–40 ซม. เพราะคลองคู้บอนไม่มีที่พักน้ำรองรับ
เขตคลองสามวา (บึงคลองพระยาสุเรนทร์ 293 ไร่ + บึงคลองสามวา 1 และ 2 รวม 260 ไร่): กลุ่มบึงรับน้ำใหญ่ที่สุด (รวมกว่า 550 ไร่) ออกแบบเป็น “เขื่อนธรรมชาติหลังคันกั้นน้ำ” เพื่อซับน้ำทุ่ง เมื่อไร้บึงทั้ง 3 จุด คลองสามวาและคลองพระยาสุเรนทร์จึงแบกรับน้ำเกินพิกัด เอ่อล้นตลิ่งท่วมชุมชนริมคลอง 20–30 ซม.
เขตมีนบุรี (บึงคลองบางชัน 39 ไร่): ออกแบบเพื่อพักน้ำหลากรอบโซนนิคมอุตสาหกรรมบางชันและพื้นที่ลุ่มต่ำมีนบุรี เมื่อไม่มีจุดพักคอย น้ำจึงเอ่อท่วมถนนสุวินทวงศ์ ถนนหทัยราษฎร์ และชุมชนรอบสวนสยาม จนสถานีสูบน้ำต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง
โดมิโนเอฟเฟกต์ถึง “แฟลตคลองจั่น – บางกะปิ”: ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เขตชายขอบ แต่ส่งแรงกดดันต่อเนื่องมายังพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างอย่างเขตบางกะปิ ชุมชนรอบแฟลตคลองจั่นที่มีน้ำท่วมขังสะสมรอการระบายอยู่ราว 300,000 ลบ.ม. ต้องกลายเป็นพื้นที่รับเคราะห์
เพราะเมื่อแก้มลิงตอนบนอย่างบึงคู้บอน (ซึ่งจุได้ถึง 870,000 ลบ.ม. หรือเกือบ 3 เท่าของน้ำท่วมคลองจั่น) หายไป น้ำทั้งหมดจึงถูกบีบให้ทะลักลงคลองแสนแสบจนล้นตลิ่ง ปิดโอกาสไม่ให้น้ำรอบแฟลตคลองจั่นระบายออกได้
5. ประชาชนทำอะไรได้บ้าง? (How-to & Where to go)
สิทธิในการปกป้องเมืองไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง พ.ศ. 2562 ประชาชนทุกคนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย (ผู้พักอาศัย, ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของที่ดินใน กทม.) สามารถยื่นคำร้องคัดค้านและขอแก้ไขร่างผังเมืองรวมได้โดยตรง:
ข้อเสนอที่เราสามารถระบุในคำร้อง:
“ขอให้คงแนวเขตและบรรจุโครงการบึงรับน้ำสาธารณะ (แก้มลิง) ทั้ง 6 แห่งฝั่งตะวันออก (เช่น บึงคู้บอน, บึงลำหม้อแตก, บึงคลองพระยาสุเรนทร์, บึงบางชัน, บึงคลองสามวา 1-2) กลับเข้าสู่ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร และผังแสดงที่โล่ง/โครงข่ายทางระบายน้ำ หรือปรับแนวเขต (Re-align) ในพื้นที่ว่างข้างเคียง เพื่อคุ้มครองพื้นที่หน่วงน้ำของเมือง”

ช่องทางการยื่นคำร้อง (เลือกช่องทางที่สะดวกที่สุด ก่อน 9 พ.ย. 2569):
ยื่นออนไลน์ (สะดวกที่สุด):
– https://bmaplanning.bangkok.go.th/login
เข้าเว็บไซต์ของโครงการวางผังเมืองรวม กทม. ที่ plan4bangkok.com หรือเว็บไซต์สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง webportal.bangkok.go.th/cpud
เลือกเมนู “แบบยื่นคำร้อง/หนังสือแสดงความคิดเห็นต่อร่างผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4)”กรอกข้อมูลและส่งเอกสารผ่านระบบ
ยื่นด้วยตนเอง:
ติดต่อที่ ฝ่ายปกครอง หรือฝ่ายโยธา ณ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ใกล้บ้านท่าน
หรือเดินทางไปยื่นโดยตรงที่ สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (เลขที่ 45 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.)
ส่งไปรษณีย์:
ทำหนังสือแสดงความคิดเห็น จ่าหน้าซองส่งถึง:
“สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร เลขที่ 45 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400” (วงเล็บมุมซอง: แสดงความคิดเห็นต่อร่างผังเมืองรวม กทม.)
ภารกิจร่วมกันของคนกรุงเทพฯ ก่อนวันที่ 9 พฤศจิกายน
การจัดการน้ำที่ดีต้องเริ่มจากการวางผังเมืองที่มองเห็นทั้งระบบ ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วค่อยเร่งสูบระบายเฉพาะหน้า
ก่อนที่เส้นตายการรับฟังความคิดเห็นจะสิ้นสุดลง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวฝั่งตะวันออก (สายไหม, คลองสามวา, มีนบุรี, หนองจอก, ลาดกระบัง, คันนายาว รวมถึงบางกะปิ) ร่วมกันส่งเสียงและยื่นข้อเสนอแนะต่อสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. เพื่อทวงคืนแนวแก้มลิงและโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมกลับสู่ร่างผังเมืองฉบับใหม่ เพื่อความปลอดภัยของเมืองและลูกหลานในระยะยาวครับ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
1 ตุลาคม 2569
#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #ผังเมืองกทม #แก้มลิงกทม #น้ำท่วมกรุงเทพ #ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร #บึงรับน้ำ #เซฟกรุงเทพฝั่งตะวันออก #สายไหม #คลองสามวา #มีนบุรี #คู้บอน #คลองจั่น




