Columnist

อะไรคือเป้าหมายของการปฏิวัติ

อะไรคือเป้าหมายของการปฏิวัติ

โดย…ธนก บังผล

 19 ก.ย.ปีนี้ หลายท่านคงพอทราบว่าเป็นการครบ 11 ปี แห่งการปฏิวัติ ซึ่งน่าจะเป็นการปฏิวัติที่ยุคเจเนอเรชั่นของเราต้องบันทึกไว้ว่า เป็นครั้งแรกที่เราได้มีส่วนประสบกับตัวเอง ส่วนครั้งนั้นจะทำให้ใครหลายคนมีทัศนคติเกี่ยวกับการปฏิวัติเป็นอย่างไร แต่ละคนก็คงมีเรื่องเล่าที่แตกต่างกันไป

พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ขณะนั้น ภายหลังปฏิวัติรัฐบาลทักษิณ 2 แล้ว ทีแรกก็มีเสียงชื่นชม ไปๆมาๆ กลายเป็นการปฏิวัติที่เสียของที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์เสียอย่างนั้น ซึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก ลองปฏิวัติรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บ้าง

ปฏิวัติ

 ผลก็เป็นไปตามคาดครับ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เรายังหาความสุขที่หายไปกลับคืนมาไม่เจอ โดยเฉพาะล่าสุด นโยบายสุดติ่งกระดิ่งแมว ขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือที่เรียกกันเต็มๆว่า พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งได้มีผลใช้บังคับ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา

พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบกฎหมายภาษีสรรพสามิตและแนวทางการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส เป็นสากล และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้กฎหมายภาษีสรรพสามิตสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในการบริหารการจัดเก็บภาษีได้ทั้งระบบ และทำให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต บอกอีกว่า กรมสรรพสามิตได้ออกกฎหมายลำดับรองประมาณ 80 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่บท โดยเฉพาะอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการต่างๆ

1. จัดเก็บภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอัตราตามปริมาณเพียงอย่างเดียว

1.1 กำหนดอัตราเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ น้ำมันเบนซินและดีเซล 1.2 กำหนดอัตราใหม่ ได้แก่สินค้า ดังนี้ – น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น – น้ำมันเตา

2. มีการปรับลดอัตราภาษีให้สอดคล้องกับราคาขายปลีกแนะนำ ได้แก่ สินค้าดังนี้

2.1 รถยนต์ 2.2 แบตเตอรี่ 2.3 จักรยานยนต์ 2.4 ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

3. จัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณความหวาน

3.1 จัดเก็บอัตราตามมูลค่าและตามปริมาณความหวานของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งจัดเก็บภาษี ตามปริมาณความหวานของเครื่องดื่มผงและเครื่องดื่มเข้มข้นเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพหากบริโภคเครื่องดื่มดังกล่าวโดยในระยะแรกจะไม่เพิ่มภาระภาษีมากนัก แต่หลังจาก 2 ปี ภาระภาษีจะเพิ่มขึ้น และปรับเพิ่มภาษีทุก 2 ปีจนถึงปี 2566

3.2 ดำเนินมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่มีความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไปพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวาน เช่น การจัดทำเครื่องหมายทางเลือกเพื่อสุขภาพ การผลิตเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล การจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงง่าย การจัดทำฉลากโภชนาการแบบ GDA เป็นต้น

สรุปสั้นๆคือ การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ จะมีไปถึงปี 2566 หยั่งเชิงให้นักดื่มทำใจเรียกน้ำย่อยไปก่อน 2 ปี แล้วถึงจะขยับไปอีกครั้งละ ปี

ผมจำได้ว่า เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำการปฏิวัติ ท่านไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย ท่านพยายามชักจูงให้เราด้วยวลีเด็ด “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”

จริงๆแล้ว เราควรมีกฎหมายพิเศษขึ้นมาสักฉบับ สำหรับใครก็ตามที่ชอบปฏิวัติ คือ ห้ามออกกฎหมายซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการทำปฏิวัติ เนื่องจากทำให้ประชาชนลำบากมากขึ้นจนมองไม่เห็นว่าอะไรคือความสุข

ห้ามขึ้นราคาสินค้า น้ำมัน ห้ามมีนโยบายอะไรใดๆทั้งสิ้น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปรองดอง สร้างความสมานฉันท์ให้กับสังคมไทย คิดดูสิครับ จนถึงปัจจุบันนี้ 11 ปีแล้ว ตั้งแต่เกิดการปฏิวัติปี 2549 ขึ้นมา คนไทยยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่เลย ยังมีเหลือง มีแดง มีขบวนการใต้ดินไม่เห็นด้วยกับระบบกษัตริย์ หรือที่เรียกว่าพวกล้มเจ้า

รัฐปาลปัจจุบันก็เข้ามาเพื่อจัดการสิ่งนี้ ตลอด ปีที่ผ่านมา มีผลงานอะไรบ้างครับ นอกจากจะเข้ามาซื้อเรือดำน้ำอันลือลั่นแล้ว ตอนนี้ยังเก็บภาษีเพิ่มอีก นี่คือเป้าหมายของการปฏิวัติเข้ามาบริหารประเทศนี้หรือครับ

////////////////

บุหรี่ไฟฟ้า

เครื่องเคียงคอลัมน์วันนี้ตามกระแสกันหน่อยครับ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยแพร่ความรู้เรื่องนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษหนักทั้งจำและปรั

บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบสินค้านั้น รวมถึงพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้านั้นด้วย

นอกจากนี้ยังห้ามให้ขาย และให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ผลิต ผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาเพื่อขาย ก็จะมรโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งข้อมูงดังกล่าวอ้างอิงจาก พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ 12 ธ.ค.2557 ,คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558

 

Related Articles

Back to top button