ส่องตลาดใหญ่ จีน ใหญ่ แต่ไม่หมู (ตอนที่ 3 )
เบื้องหลังการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
โดย ดร. ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร เลขาธิการหอการค้าไทยในจีน
เบื้องหลังการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน

คำถามยอดนิยมที่ผู้คนมักสอบถามก็คือ จีนเติบโตรวดเร็วขึ้นมาเช่นนี้ได้อย่างไร นอกเหนือจากเสถียรภาพและความต่อเนื่องด้านนโยบายของภาครัฐ และความสามารถและมุ่งมั่นของคนจีน รวมทั้งการพึ่งพาภาคการต่างประเทศแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญก็คือ การลงทุนของภาครัฐ
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดหย่อนและเป็นระบบ ทำให้จีนนับเป็นประเทศที่สั่งสมเทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านการก่อสร้างมากที่สุดในห้วง 25 ปีหลังนี้ โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกของจีนที่เคยเป็นจุดอ่อนในอดีตกลายเป็นภาพหาดูยาก หลายสิ่งได้รับการปรับปรุงจนอยู่ในระดับชั้นแนวหน้าของโลกในปัจจุบัน
เราเห็นการจัดผังเมือง การก่อสร้างหอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และสนามกีฬา และการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นถนน ท่าเรือ สนามบิน และเส้นทางรถไฟความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งจักรยานเช่าร่วม และรถยนต์เช่าร่วมภายใต้แนวคิดใหม่ที่เรียกกันว่า “Shared Economy”
ระบบลอจิสติกส์ในจีนพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนทำให้หลายสิ่งในอดีตกลายเป็นภาพหายากในปัจจุบัน ศูนย์ลอจิสติกส์ครบวงจรที่รวบรวมหลายรูปแบบการขนส่ง อาทิ เครื่องบินในและต่างประเทศ รถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง แท็กซี่ และรถยนต์ส่วนตัว เข้าไว้ด้วยใจในจุดเดียวก็พัฒนาจากสนามบินหงเฉียวเดิมอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
รถไฟความเร็วสูงเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ในช่วงเวลาเพียง 10 ปี จีนได้ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงกว่า 10,000 กิโลเมตรเป็นประเทศแรกในโลก ซึ่งนับว่ายาวที่สุดในโลกในปัจจุบัน แถมเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังมีข่าวว่าจีนจะเริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใต้ทะเลตัดอ่าวโป๋วไฮ่ (Bohai) ระยะทาง 123 กิโลเมตร (90 กิโลเมตรใต้ทะเล) เชื่อมระหว่างเมืองต้าเหลียนและเอียนไถ ซึ่งจะเป็นเส้นทางรถไฟใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ยาวกว่าเส้นทางของญี่ปุ่นและยุโรป (อังกฤษ-ฝรั่งเศส) ราวหนึ่งเท่าตัว โดยตคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างราว 5 ปี ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อแล้วเสร็จ เส้นทางนี้จะช่วยเชื่อมและยกระดับความเจริญของสองภูมิภาคเข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน การลงทุนของธุรกิจช่องทางจัดจำหน่ายสมัยใหม่ โดยเฉพาะของกิจการข้ามชาติ 25 รายใหญ่สุดของโลก ทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาด้านลอจิสติกส์อย่างรวดเร็ว และแตกไลน์ มีความสลับซับซ้อนยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งนั่นหมายกความว่า ตลาดธุรกิจโลจิสติกส์ของจีนก็จะเบ่งบานขึ้นสู่ระดับโลกตามไปด้วย เราจะได้เห็นรถบรรทุกสีเขียวที่ไร้คนขับ โดรน ระบบรวบรวมและกระจายสินค้าผ่านสถานีรถไฟและท่าเรือที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง และศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ เข้ามามีบทบาทในระบบโลจิสติกส์จีนอย่างแน่นอน ต้นทุนด้านลอจิสติกส์ที่ลดลงนี้เองก็มีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพของชาวจีนอย่างถ้วนหน้า
นอกจากนี้ การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซและการตลาดดิจิตัลก็ทำให้รูปแบบการค้าและพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในระยะหลัง จำนวนคนจีนที่เล่นอินเติร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณว่าวันนี้คนจีนที่ใช้อินเตอร์เน็ตมีสัดส่วนสูงถึงเกือบครึ่งประเทศแล้ว และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่งผลให้การค้าปลีกออนไลน์ในจีนได้รับความนิยมอย่างสูง โดยยอดขายในแต่ละปีเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายที่ผ่านมา ส่งผลให้จีนกลายเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่และน่าสนใจที่สุดในโลกในปัจจุบัน
นอกจากนี้ “วันคนโสด” (วันที่ 11 เดือน 11) ก็มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นทุกปี และกลายเป็นวันที่มีมูลค่าการค้าออนไลน์สูงที่สุดในโลก แม้กระทั่งตลาดสด แท็กซี่ และร้านอาหารทั่วไปก็ใช้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลาย

การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมจีนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในหลายทศวรรษที่ผ่านมาอาจถือเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะคาดเดา ใครที่ไม่เคยมาเยือนจีนก็อาจตกใจ อย่างเขตผู่ตง ซึ่งเป็นที่ตั้งของซุปเปอร์แบรนด์มอลล์ในขณะนี้ก็ใช้เวลาพัฒนาเพียงราว 20 ปี หรือหากไม่มาเยือนเป็นเวลานาน ก็อาจจดจำไม่ได้ เพราะจีนมีคำกล่าวอยู่ว่า “เปลี่ยนเล็กทุกปี เปลี่ยนใหญ่ทุก 3 ปี”
วิถีชีวิตของชาวจีนก็เปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ การแต่งกาย และการเดินทาง แต่สังคมจีนก็ยังคงมีลักษณะเป็นแบบสองมิติ กล่าวคือ คนในครอบครัวเดียวกันที่ต่างวัยต่างยุคกันก็อาจมีค่านิยมและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนแก่อาจไม่เคยเห็นหนังสือเดินทาง ใช้อินเตอร์เน็ต หรือขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศ แต่คนรุ่นใหม่ของจีนกลับคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้
ขณะเดียวกัน ในเมืองใหญ่ก็อาจมีอาคารสูงที่ทันสมัยมากมาย แต่ถัดไปไม่กี่ช่วงถนนก็ยังคงมีบ้านสไตล์จีนขนาดเล็กที่ทรุดโทรม จีนยังคงมีคนยากจนอยู่อีกหลายร้อยล้านคน ดังนั้น รัฐบาลจีนจึงพูดเสมอว่า จีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาและยังคงต้องเดินหน้าพัฒนาต่อไปอีกนาน เพื่อให้คนยากไร้ได้กินดีอยู่ดีอย่างถ้วนหน้า