คันไม่ถูกที่เกา จาก”เราไม่ทิ้งกัน”
คันไม่ถูกที่เกา จาก”เราไม่ทิ้งกัน”
ธนก บังผล
24 ล้านคน ที่ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” วันนี้ดีเดย์ลุ้นระทึกเพราะจะเป็นวันแรกที่มีการส่งข้อความให้กับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งตัวเลขทั้งหมดที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินไว้คือไม่เกิน 8 ล้านคน ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัวที่มีขนาดเล็กและค้าขาย จำนวน 3 ล้านคน อีก 5 ล้านคนที่เหลือ คือกลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 39 และ 40
ทั้งนี้ วันที่ 8 เม.ย. จะมีผู้ได้รับ SMS จำนวน 2.8 แสนคน, วันที่ 9 เม.ย. จำนวน 7.53 แสนคน และวันที่ 10 เม.ย. จำนวน 6.44 แสนคน
สรุปคือ ผู้ที่จะได้รับเงิน 5,000 บาทภายในวันนี้ เป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 6 เดือน (เม.ย-ก.ย) ประมาณ 1.6 ล้านคน ส่วนข้อความจะทยอนส่งให้ภายใน 3 วันครับ
ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับข้อความตอบกลับเช่นกันครับ ในวันที่ 9-10 เม.ย. หากสงสัยว่าเพราะอะไร มำไมไม่ผ่านเกณฑ์ก็เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ “เราไม่ทิ้งกัน.com”
อีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มผู้ที่ลงทะเบียน แต่จะต้องรอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะมีข้อความแจ้งรายละเอียด เพื่อขอให้เข้าไปกรอกข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 11-12 เม.ย.

ดูเผินๆ คนลงทะเบียน 24 ล้านราย เข้าเกณฑ์ได้รับเงิน 8 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเยอะพอสมควรแต่ถ้านับเฉพาะคนที่ได้รับข้อความ 1.6 ล้านคน จากคนลงทะเบียนทั้งหมด ตัวเลขคือ 24 คนได้เพียง 1 คนเท่านั้น คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท จากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน เพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ ในวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ทั้งหมดนั้นเป็นหลักการและเป็นข่าวไปแล้ว มาว่ากันถึงมุมอื่นที่ผมอยากชวนคิดกันบ้างครับ
ตัวเลข คนลงทะเบียนขอรับเงิน 24 ล้านรายนั้น หากประชากรในประเทศไทยปัจจุบันมีประมาณ 72 ล้านคน นั่นหมายความว่า คนไทย 3 คนขอรับเงินเยียวยา 1 คน ส่วนจะได้-ไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ
จำนวนเงิน 5,000 บาท/คน ระยะเวลา 6 เดือน รวม 3 หมื่นบาท/คน… ทำไมเงินเยียวยาถึงมาลงที่ตัวเลข 5,000 บาท
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่โชคดีได้รับเลือกเหมือนถูกหวย 2 ตัวท้าย 1 ใบติดกัน 6 เดือนรวด มีทั้งสิ้น 8 ล้านคน โดย 5 ล้านคนอยู่ในระบบประกันสังคม หรือพูดง่ายๆคือคนเหล่านี้จ่ายเงินให้รัฐทุกเดือน
ส่วนอีก 3 ล้านคน คือผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่แน่นอน อาจค้าขายหรือเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ซึ่งเสียภาษีเงินได้ต่อปีให้รัฐ
เพราะฉะนั้น ตัวเลขผู้โชคดีนอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาจึงมีเพียง 1.6 ล้านคน
ใน 1.6 ล้านคนนี้ รัฐบาลยังประกาศอีกว่า มี 4 อาชีพที่จะได้รับเงินก่อน เพราะมีรายชื่ออยู่ในระบบ
ถ้าให้ผมเดา ผมคิดว่าที่สุดแล้วเงิน 5,000 บาทนี้ น่าจะถูกจ่ายให้กับคนที่ไม่มีผลประโยชน์ด้านภาษีกับรัฐโดยตรงอย่างมากก็ 1 ล้านคน
หรือใช้เงินใน 6 เดือนนี้ 3 หมื่นล้านบาท จากที่คาดกันว่าจะออก พรก. เงินกู้ 2 แสนล้านบาท
เงิน 3 หมื่นล้านบาท ก็ยังไม่ถึงมือคนยากคนจนหาเช้ากินค่ำ ลุงคำขายปลาหมึกปิ้งจอดตามหน้าร้านอาหาร ตาสีตาสารับจ้างตัดหญ้าในหมู่บ้าน ครอบครัวยากจนที่ปกติก็ขาดทุนทรัพย์ต้องรับจ้างล้างจาน ฯลฯ
ผมถือว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรงเหล่านี้มีอาการ “คัน” แบบสาหัสจนแทบจะกระอักเลือดจากประกาศที่รัฐบาลขอความร่วมหรือบังคับให้ทำ

แต่เสียดายครับ คนเดือดร้อนมักคันตรงที่รัฐบาลไม่เกา ในขณะที่รัฐบาลก็มักจะใช้เงินไปเกาตรงที่คันเหมือนกัน แต่เอาไว้เกาเดือนหน้าก็ยังพอทนได้อยู่
เพราะฉะนั้นตัวเลขที่โชว์ว่าเงินเยียวยานี้ได้เข้าไปบรรเทาความลำบากของคนจำนวน 8 ล้านคน ในมุมมองของผมอาจจะค่อนข้างคับแคบนะครับ
เวลาเราเจ็บคอ หรือป่วยไปโรงพยาบาลเราก็อยากจะได้รับการรักษาจากหมออย่างรวดเร็ว ทันทีทันใด ด้วยความละมุนละไมเอาใจใส่เหมือนคนพิเศษที่สุดในโลก
แค่เพียงเรานั่งรอแล้วลองมองไปรอบๆตัวบ้างครับ
บางทีเราอาจจะเห็นคนขาขาด ช็อคหมดสติ หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตก ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อประคองชีวิตในวินาทีนั้นอย่างเร่งด่วน
ขนาดรัฐบาลยังยืดระยะเวลาจ่ายเงินเยียวยาจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน เพราะไม่รู้ว่าไวรัสโควิด-19 นี้จะระบาดอีกนานแค่ไหน แล้วคนที่เดือดร้อนจริงๆละครับจะทำอย่างไรต่อไป
หวังเหลือเกินว่าคนที่อาการกำลังทรุดหนักตอนนี้จะรอดถึงสิ้นเดือน
5,000 บาท จาก “เราไม่ทิ้งกัน” อาจเริ่มต้นทิ้งคนไทยอีกหลายล้านตั้งแต่วันนี้ไปแล้วก็ได้ครับ