Columnist

เว็บข่าวปลอมระบาด สร้างเรื่องเท็จปลุกปั่นสังคม

เว็บข่าวปลอมระบาด

สร้างเรื่องเท็จปลุกปั่นสังคม

โดย…ธนก บังผล

เล่ห์เหลี่ยมบนโลกไซเบอร์นับวันยิ่งแนบเนียนจนแทบจะทำให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรหลงเชื่อได้โดยง่าย

ที่ทำให้ตำรวจต้องคอยไล่ตรวจสอบกันบ่อยๆก็คือ “แฮ็คหน้าเว็บธนาคาร” หลอกให้หยื่อใส่รหัสและเลขบัตรประชาชน ก่อนเข้าไปกดโอนเงิน-ถอนเงิน สิ้นเนื้อประดาตัวมาหลายราย

วันนี้เราจะคุยเรื่องเว็บข่าวปลอม ซึ่งมักจะนำข่าวดารา ในวงการบันเทิงมาเป็นจุดหลอกเพราะง่ายทั้งผู้เสพ และง่ายทั้งผู้เป็นเหยื่อ เนื่องจากคนเหล่านี้มักไม่ค่อยอยากจะเสียเวลากับการเข้าแจ้งความตำรวจ หรือบางรายเองก็ไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมายปล่อยให้เลยตามเลย ไม่ถือสาหาความ

หากแต่ว่าบางรายเมื่อถูกตามจับได้แล้ว เรื่องก็จบลงง่ายๆตรงที่ “ขอโทษ” อาจจะเป็นการลงหนังสือพิมพ์ 5-7 วัน พอหอมปากหอมคอ

คราวนี้มาดูกรณีล่าสุดที่ทำให้เห็นถึงพัฒนาการหลอกลวงของกลุ่มแก๊งนี้

“หลุดเต็มตา!!! “ใบเฟิร์น พิมชนก” เข้าร้องกองปราบ เอาผิดร้านคาแคร์ชื่อดังแอบติดกล้องขณะมี….ในรถ ยัน! ลาออกจากวงการ นางสาวพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ดารานักแสดงสาวชื่อดัง พร้อมทนายส่วนตัว เข้าร้องเรียนกองปราบปราม”

ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาทางเฟสบุ๊กเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาช่วงบ่ายๆเย็นๆ และกว่าจะมีคนรู้ว่าเป็นข่าวปลอมก็ปรากฏว่ามีคนแชร์ไปแล้วจำนวนมาก

เรามาดูว่าปลอมอย่างไร

เว็บข่าวปลอมมักจะเขียนชื่อผู้เสียหายผิด และไม่มีนามสกุล ตรงไหนตรงหนึ่ง เพื่อเวลาขึ้นศาลสามารถนำไปสู้คดีความได้ว่า เป็นการเข้าใจผิด ในพาดหัวข่าวนี้คือชื่อ “พิมชนก” แต่ชื่อที่ถูกคือ “พิมพ์ชนก”

ร้านคาแคร์ …(แปลเป็นไทยได้ว่าคารถ) ในที่นี้เมื่อขึ้นศาลสามารถแถได้ว่าเป็นชื่อร้าน ไม่ใช่”คาร์แคร์” ล้างรถยนต์

การเขียนพาดหัวข่าว 2 บรรทัด เมื่ออ่านแล้วก็รู้ทันทีว่าอ่อนประสบการณ์ข่าว

ที่มาเหนือเมฆคือ การอ้างว่ามาที่กองปราบปราม ทั้งๆที่นักข่าวกองปราบเองไม่รู้เรื่องเลย เมื่ออ่านในข่าวตำแหน่งของพล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบ ก็ผิดไปด้วย

นั่นคือทั้งหมดที่ทำให้รู้ว่าเป็นเว็บข่าวปลอม

กรแอบอ้างว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นนักแสดงมีชื่อเสียงไปซ้อมบทละครเลิฟซีนกับหนุ่มนอกวงการในคาร์แคร์จนถูกกล้องวงจรปิดถ่ายไว้ได้แล้วนำมาเผยแพร่จนได้รับความเสื่อมเสียก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับผู้การกองปราบ ดูเป็นเรื่องเป็นราวที่ถูกสร้างขึ้นแบบ “คนขี้โกหกที่ศึกษามาอย่างดี” ว่าเมื่อเป็นข่าวกรณีนี้นอกจากจะไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีเหยื่อแล้วยังเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าเหยื่อได้แจ้งความกับตำรวจ

ประหนึ่งว่า ไม่ใช่ข่าวเผยแพร่ภาพลับ ทั้งๆที่เอาภาพแอบอ้างให้เสียหายมาลง จุดประสงค์ไม่ใช่เรื่องการข่าวแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องยอดคลิก ยอดแชร์

ประเด็นที่สำคัญคือ การถูกนำภาพไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตให้ได้รับความเสียหายนั้น ตำรวจที่รับแจ้งความคือ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไม่ใช่กองปราบปราม

และจริงๆเรื่องนี้ มีการแอบอ้างชื่อนายตำรวจระดับนายพล ซึ่งเป็นผู้บังคับการกองปราบปรามด้วยแล้ว หากจะแจ้งความเอาผิดกับเว็บข่าวปลอมนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เหลือแค่ประสานว่าทางผู้การอยากจะสั่งสอนหรือไม่

เว็บข่าวปลอมนั้นเราสามารถรู้ได้ว่าเว็บไหนน่าเชื่อถือหรือเป็นเว็บที่ลอกข่าว สร้างข่าวเพื่อยอดไลค์ยอดแชร์ คือชื่อเว็บไซต์ ถ้าอยากจะอ่านข่าวที่เป็นข่าวหลักข่าวจริง ในประเทศนี้มีเว็บไซต์ข่าวหลักๆเช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน ข่าวสด โพสต์ทูเดย์ กรุงเทพธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งเป็นเว็บที่ขยับมาจากหนังสือพิมพ์ ความน่าเชื่อถือจะสูงกว่าเว็บ sanook ,kapok ฯลฯ ซึ่งลอกข่าวจากที่อื่นมาเรียบเรียงใหม่

การกดไลค์หรือแชร์ข่าวอันเป็นเท็จ ก็สุ่มเสี่ยงทำให้ผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่และนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน

มีคนกล่าวว่าเว็บข่าวปลอมยังไม่เท่าไหร่ แต่ตำรวจปลอมนี่สิจะดูอย่างไร …โปรดติดตามตอนต่อไป ที่นี่ที่เดียว

Related Articles

Back to top button