สงกรานต์ อิสสระ (ตอนที่ 2)
เปิดตลาดที่วชิราวุธ
เมื่ออายุ 10 ขวบ ป๋ากับแม่ส่งผมไปเข้าโรงเรียนปรำจำที่กรุงเทพฯ ผมก็เปิดกิจการให้เช่าหนังสือ พล นิกร กิมหงวน แลกกับกระดาษคู่หนึ่งต่อการเช่ายืมหนังสือ กิจการไปได้สวยจนผมมีกระดาษคู่เก็บไว้เต็มตู้จนไม่รู้จะทำอะไรกับมันดี ต่อมาผมได้คิดออกล็อตเตอรี่ช่วงก่อนเวลาเข้าห้องทำการบ้านตอนเย็น โดยขายล็อตเตอรี่ 1 เบอร์ แลกกับกระดาษเปล่า 1 คู่ รอบหนึ่งในแต่ละวัน ขายได้ประมาณ 20-30 เบอร์ หลังเวลาทำการบ้านก็ประกาศผล มีประมาณ 3 รางวัล รางวัลที่หนึ่งได้กระดาษ 4-5 คู่ ไล่เรียงกันมา ได้กำไรเป็นกระดาษคู่มากมาย กว่าการให้เช่าการ์ตูนเสียอีก

เพื่อนผมคนหนึ่งที่มีหัวศิลป์เขาเอากระดาษมาวาดรูปทำหนัง แล้วชวนเพื่อนๆ ไปดูในที่มืดๆ โดยพากย์เองด้วย คิดค่าดูเป็นกระดาษคู่เรื่องละ 2-3 แผ่น นับเป็นคู่แข่งรายเดียวในการทำมาค้าขายของผมที่โรงเรียนวชิราวุธฯ
ที่โรงเรียนนี้ผมได้เรียนรู้เรื่อง ระบบมาเฟียหรือระบบคุ้มครองด้วย เวลาแบ่งข้างยิงลูกกระดาษซึ่งเป็นกีฬาต้องห้ามที่ทุกคนอยากเล่น ใครอยากจะอยู่ข้าง “อ้วน” ซึ่งเป็นนักยิงมือฉกาจที่ยิงแรงมากจนทุกคนหวาดผวา ก็ต้องเสียค่าร่วมทีม ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด นับว่าอยู่ปลายแถว ก็ต้องเสียค่าร่วมทีมแพงกว่าคนอื่น จำได้ว่าป๋าผมไปดูโอลิมปิคที่โตเกียว ซื้อสเวตเตอร์สีแดงมาฝาก ผมจึงใส่ไว้เพื่อป้องกันกระสุนกระดาษ เสื้อตัวนี้สวยมากจนอ้วนติดใจ ขอใส่แลกกับการคุ้มครอง ขนาดตัวของอ้วนทำให้เสื้อตัวสวยของผมยืดจนเสียรูป
นอกจากนี้ผมยังต้องสังเวยอ้วนด้วยแอ๊ปเปิ้ลลูกโตจากญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับอำนาจของคนอื่น และการจำยอมเป็นเบี้ยล่างของเด็กต่างจังหวัดอย่างผม
Cr. ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือคิดนอกกรอบ ทำในกรอบ