เชื่อใครดี!’หมอธีระ’เตือน’สระว่ายน้ำ’แหล่งแพร่เชื้อโรค ‘อ.เจษฎา’ ชี้เลนชิลด์ช่วยได้!
กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกโซเชียลสำหรับประเด็นสระว่ายน้ำกับการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ ประเด็นสระว่ายน้ำกับโรค COVID-19 ผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า
‘สระว่ายน้ำกับโรค COVID-19
โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ฟังแถลงแล้วเป็นห่วง
สระว่ายน้ำนั้นเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคได้ ไม่ว่าจะแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หรืออื่นๆ
เหตุผลในการเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค เพราะ
หนึ่ง เป็นที่ที่มีคนมาใช้ร่วมกัน การติดเชื้อจึงเป็นได้ทั้งจากการใกล้ชิด สัมผัสตัวกัน สัมผัสละอองฝอยน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งขณะพูดคุยเล่น หรือแม้แต่การเผลอกินน้ำในสระที่ปนเปื้อนน้ำลาย เสมหะ อาเจียน ปัสสาวะ อุจจาระที่เล็ดออกมา
สอง เป็นที่ที่คุณภาพและความปลอดภัยของคนมาใช้บริการต้องอาศัยการบำรุงดูแลรักษาตามมาตรฐานทางสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด หากละเลยเพิกเฉยหรือหย่อนยาน คนที่มาใช้บริการก็จะตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายโดยไม่รู้ตัว และยากต่อการตรวจสอบจนกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นมา
สาม “คลอรีน”ไม่ใช่ยาวิเศษที่ฆ่าเชื้อได้ทุกอย่าง มีเหตุการณ์ในอดีตหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลให้คนป่วยจากการไปว่ายน้ำ โดยเคยมีงานวิจัยชี้ให้เห็นแล้วว่าแม้คลอรีนอยู่ในระดับมาตรฐานก็อาจยังมีปนเปื้อนได้ ดังนั้นก็ต้องไปใช้บริการอย่างระมัดระวัง มีสติอยู่เสมอ
ไวรัสที่เคยระบาดในสระว่ายน้ำมีหลายต่อหลายชนิด เช่น Adenovirus, Norovirus, Enterovirus, Hepatitis A เป็นต้น
อย่าง Adenovirus ที่ก่อให้เกิดโรคหวัดได้นั้น เคยมีคนวิจัยการระบาดในสระว่ายน้ำ และนำน้ำจากสระไปตรวจพบเชื้อ โดยพิสูจน์ว่าเป็นตัวที่เหมือนกับตัวที่ทำให้คนป่วยมากมาย เช่น จอร์เจีย กรีซ จีน เป็นต้น
สำหรับ COVID-19 นั้นก็เป็นไวรัสชนิดหนึ่ง จึงต้องไม่ประมาท
ผู้ประกอบกิจการสระว่ายน้ำควรเคร่งครัดในมาตรฐานสุขอนามัย ดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างสม่ำเสมอ วัดปริมาณคลอรีนให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานและวัดบ่อยๆ จำกัดปริมาณคนใช้บริการ ตรวจวัดไข้ทุกคน ใครมีอาการไม่สบายไม่ว่าจะน้อยเพียงใดก็ต้องห้ามเข้าใช้บริการ และสำคัญไม่แพ้กันคือ ช่วงไหนใครไม่ลงน้ำก็ต้องใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆ กัน
ส่วนประชาชนที่วางแผนจะใช้บริการสระว่ายน้ำก็ควรประเมินสุขภาพตนเอง ถ้าช่วงที่ยังมีโรคระบาดโดยยังไม่มียามาตรฐานรักษาและไม่มีวัคซีนป้องกัน เลี่ยงไปออกกำลังกายแบบอื่นจะปลอดภัยกว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าพูดตรงๆ หากไม่มีสระว่ายน้ำในบ้านเป็นส่วนตัวแล้ว น่าจะปล่อยให้เหล่านักกีฬาว่ายน้ำไปใช้บริการไปก่อนน่าจะดีกว่าครับ แต่สำหรับคนที่อยากเรียนว่ายน้ำ ควรนัดเรียนกับครูเค้าเป็นส่วนตัวก็น่าจะดีกว่าเป็นกลุ่มโดยควรแน่ใจว่าทั้งคุณครูและลูกศิษย์ได้ตรวจเช็คสุขภาพแล้วและสระที่นัดไปเรียนนั้นได้มาตรฐานและไม่แออัดจริงๆ
ด้วยรักต่อทุกคน..’
อย่างไรก็ตาม จากประเด็นดังกล่าว โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพแผ่นกั้นระหว่างเลนในสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกัน โควิด 19 แต่หลายคนสงสัยว่าสิ่งดังกล่าวจะช่วยป้องกันเชื้อได้จริงหรือไม่

เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ของ รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ภาพดังกล่าวคือ lane shield อีกแนวทางหนึ่ง ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ในสระฝึกซ้อมว่ายน้ำ แม้จะดูประหลาดแต่มีประโยชน์จริง โดยน้ำในสระนั้นมีคลอรีนช่วยฆ่าเชื้ออยู่แล้ว ส่วนที่ต้องป้องกันเพิ่มคือ การลดการคลุกคลีกันระหว่างผู้ที่ไปใช้บริการเป็นหลัก
สำหรับมาตรการพื้นฐานที่จะทำตามระเบียบของสมาคมกีฬาว่ายน้ำ ก็ได้แก่ การจัดนักว่ายน้ำให้อยู่ในระยะห่างกัน ประมาณ 7 ฟุต หรือ 2 เมตร ซึ่งก็คือการให้ว่ายแบบลู่เว้นลู่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อระหว่างที่นักกีฬามีการหยุดพักที่ตรงขอบสระ และอาจจะพูดคุยกันหรือไอจามใส่กันได้ แต่ถ้าสระว่ายน้ำนั้น มีการติดตั้ง lane shield หรือที่มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “อุปกรณ์กั้นหัวลู่” แล้วด้วย ก็จะอนุญาตให้ว่ายน้ำแบบลู่ต่อลู่ได้ ไม่ต้องเว้นลู่นั่นเอง




