Biznews

หนีไม่พ้นดิสรัป! CEO ป้ายแดง “ทีวีไดเร็ค” จ่อโละพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ตั้งเป้าดันกำไรเพิ่ม

ต้องบอกว่าในปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในวงการ TV Shopping หรือ Home Shopping พอสมควร แม้ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต แถมยังใช้เม็ดเงินโฆษณาอันดับต้นๆ ของประเทศแต่ก็ต้องเจอกับปัจจัยลบต่างๆ  นานา โดยเฉพาะการคืน 7 สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล รวมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ในตลาด  TV Shopping หรือ Home Shopping ต้องยกให้กับ TV Direct ที่ยืนหนึ่งทำตลาดมายาวนาน แม้ว่าจะครองความได้เปรียบแต่ TV Direct ก็ต้องเดินเครื่องต่อ โดยในปีที่ผ่านมาได้ทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมกับจัดทัพโมเดลธุรกิจใหม่ให้เป็น Omni Channel ในทุกช่องทางการขาย

 

สิ่งที่น่าจับตา นอกจากการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจใหม่ TV Direct  ยังมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารที่สำคัญในองค์กร โดยเฉพาะ บมจ.ทีวี ไดเร็ค ซึ่ง “ทรงพล ชัญมาตรกิจ” ขยับมาเป็น Group CEO เพื่อดูแลธุรกิจ B2B และสร้างธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงขยายการลงทุนธุรกิจ

พร้อมกันนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง “ธนะบุล มัทธุรนนท์” จากกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีดีช้อปปิ้ง จำกัด เป็นตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ บมจ.ทีวี ไดเร็ค  มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

ล่าสุด  CEO ‘ธนะบุล มัทธุรนนท์’ ลูกหม้อคนสำคัญได้เปิดวิชั่นในการทำหน้าที่นับจากนี้ในการวางนโยบายเพิ่มขีดความสามารถการในการทำกำไร พร้อมเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยการชูกลยุทธ์ภายใต้โมเดล Omni Channel เชื่อมโยงช่องทางการขายสินค้าทางออฟไลน์และออนไลน์ มุ่งเน้นเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม คอลล์เซ็นเตอร์ และช่องทางออนไลน์ที่มีอัตราเติบโตสูง เพื่อทิ้งห่างคู่แข่งมากขึ้น และแน่นอนจากแผนงานดังกล่าวทำให้ต้องมีการปรับลดจำนวนพนักงานลง

 

นายธนะบุล มัทธุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยรับผิดชอบการบริหารใน บริษัท ได้แก่ บมจ.ทีวี ไดเร็ค และบริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ได้วางนโยบายการดำเนินงานในปี 2563 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน ตลอดจนผลักดันยอดขายให้เติบโตในอัตราใกล้เคียงกับภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในปีนี้ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ปัจจุบันพนักงานของ TVD มีประมาณกว่า 1,440 คน ซึ่งจากแผนงานดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์และลดต้นทุน จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับลดในส่วนของพนักงานประจำลงแต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดที่แน่ชัด แต่ทั้งนี้จะไปเพิ่มในส่วนของพนักงานคอลเซ็นเตอร์แทน 

ซึ่ง CEO ป้ายแดง TVD ยอมรับว่า เป็นเรื่องปรกติของการทำธุรกิจในตอนนี้ที่ต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ประมาณ 5-10%

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ ทีวี ไดเร็ค และ ทีวีดี ช้อปปิ้ง ในปีนี้ ได้วางกลยุทธ์หลักภายใต้โมเดล Omni Channel ที่เชื่อมโยงการขายสินค้าทางออฟไลน์และออนไลน์ในหลากหลายช่องทางให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยเฉพาะการเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ Outbound (โทรหาลูกค้า) ซึ่งเป็นช่องทางที่สร้างรายได้หลักและผลกำไร รวมถึงสร้างกระแสเงินสดแก่บริษัทฯ ตลอดจนรักษายอดขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก (TVD Shop) และผ่านสื่อแคตตาล็อก เพื่อปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค

ขณะเดียวกันจะมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีอัตราเติบโตสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยในปีที่ผ่านมายอดขายทางออนไลน์ของทีวี ไดเร็ค มีอัตราการเติบโตประมาณ 32% สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ปรับเปลี่ยนมาเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 ตั้งเป้ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของรายได้รวม

“ในปี 2563 เรามุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรของบริษัทฯ ด้วยการปรับสัดส่วนรายได้ในแต่ละช่องทางการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในองค์กรภายใต้โมเดล Lean Strategy เพื่อลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันและเพิ่มศักยภาพการบริหารต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราดำเนินการมาระยะหนึ่งและจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ทีวี ไดเร็ค มีกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา” นายธนะบุล กล่าว

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปีที่ผ่านมา ประเมินว่ามีอัตราการเติบโตประมาณ 7% หรือมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลพยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปี 2563 คาดว่าภาพรวมตลาดจะเติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งจะมีอัตราการเติบโต 2-3% จากปีที่ผ่านมา ดังนั้นบริษัทฯ จึงหันมามุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น

“เรามองว่าภาพรวมธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้งในปีนี้จะไม่ได้เติบโตมากนัก ขณะที่การแข่งขันจะยังคงรุนแรงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผู้เล่นในธุรกิจที่มีหลายราย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ได้หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อทิ้งห่างคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเรามีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายใน นำข้อมูล (Data) ต่างๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาคอนเทนต์ในช่องทางออนไลน์เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น” นายธนะบุล กล่าว

สำหรับ ธนะบุล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และระดับปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัย Dominican University of San Francisco มีประสบการณ์ทำงานกับธนาคาร ซิตี้แบงก์  และ บจก. ทีบีเอ็ม โซลูชั่น ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับกลุ่ม TVD ในตำแหน่ง กรรมการ บริษัท ทีวีดี เซอร์วิสเซส กรรมการ บริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง และ กรรมการ บมจ. ทีวีไดเร็ค

Related Articles

Back to top button