สะดวกซื้อญี่ปุ่นโคม่า “Lawson” เปิดร้านไร้พนักงานแคชเชียร์ แก้ปัญหาขาดแรงงาน
ปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นส่อเค้ารุนแรงมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงแรงงานของญี่ปุ่นเผยว่า ขณะนี้สังคมญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักรุนแรงที่สุดในรอบ 45 ปี โดยคนที่กำลังมองหางานทุกๆ 100 คน จะมีตำแหน่งว่างรองรับสูงถึง 161 ตำแหน่งงาน ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมา ซึ่งกระทบต่อการเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำนักข่าวต่างประเทศ China Daily รายงานว่า ประเทศญี่ปุ่นกำลังต้องการแรงงานต่างชาติจำนวนมาก เพื่อมาทดแทนแรงงานชาวญี่ปุ่นในประเทศที่ขาดหายไป เนื่องจากญี่ปุ่นถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก อัตราส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 5 ของประชากรทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นประกาศหาแรงงานต่างชาติที่มีทักษะดี มีฝีมือ หากผ่านการพิจารณาจะได้โอกาสอยู่อาศัยที่ประเทศญี่ปุ่นยาว รวมถึงสามารถพาครอบครัวมาอาศัยอยู่ด้วยได้ ทำให้แรงงานหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยสนใจโอกาสทองดังกล่าวอย่างมาก
ปัญหาดังกล่าวลุกลามไปยังธุรกิจหลายภาคส่วน ที่เห็นชัดเจนคือร้านสะดวกซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาค่ายใหญ่อย่าง 7-11 ประเทศญี่ปุ่นอย่าง “เซเว่นแอนด์ไอ โฮลดิ้ง” (Seven & I Holdings) บริษัทแม่และผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักจำต้องต้องปรับกลยุทธ์ที่เคยเน้นการขยายสาขาด้วยการชะลอการเปิดสาขาลง พร้อมทั้งลดเวลาเปิดทำการในบางสาขาจาก 24 ชั่วโมง เหลือเพียง 16 ชั่วโมง ด้วยการกลับไปใช้เวลาทำการดั้งเดิมซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เซเว่นอีเลฟเว่น นั่นคือ เปิด 7 โมงเช้าและปิด 5 ทุ่ม เพื่อรับมือปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า เซเว่นแอนด์ไอ โฮลดิ้ง ได้ลดเป้าการเติบโตของสาขาในปี 2562 นี้ลงถึง 80% ทำสถิติน้อยที่สุดในรอบ 40 ปี โดยจะเปิดสาขาใหม่ 900 สาขาและปิดสาขาเก่า 750 สาขา เท่ากับเพิ่มขึ้นเพียง 150 สาขาเท่านั้น หรือเติบโต 0.7% และคิดเป็น 1 ใน 4 ของการเติบโตปี 2561 ซึ่งมีสาขาเพิ่มขึ้น 616 สาขา

ขณะที่แบรนด์ Lawson ญี่ปุ่นก็เผชิญกับปัยหาดังกล่าวเช่นกัน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่นมา Lowson ปิดให้บริการในช่วงกลางคืน รวมทั้งปิดสาขา
การปิดสาขารวมทั้งปิดให้บริการในช่วงกลางคืนยังไม่ตอบโจทย์ Lawson ยังเตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ของร้านสะดวกซื้อปี 2020 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ต้องมีแคชเชียร์คอยคิดเงิน เพียงแค่เดินผ่านตำแหน่งที่กำหนดไว้ และยังได้ทดลองนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาใช้บริการ โดยใช้ชื่อว่า “Lawson Go”
การทดลองร้านค้าของ Lawson ใช้ระบบเซ็นเซอร์ตรวจสอบหน้าจอสมาร์ทโฟน และระบบจดจำใบหน้าสำหรับสินค้าที่ลูกค้าซื้อ อีกทั้ง Lawson ยังได้พัฒนาหุ่นยนต์เพื่อเช็คสต็อกสินค้า และทำอาหาร
ปัจจุบัน Lawson มีสาขาในประเทศญี่ปุ่นมากถึง 14,000 แห่งทั่วประเทศ และเปิดบริการในประเทศอื่นๆ อย่าง จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เกาหลี และประเทศไทยในชื่อ Lawson 108
และนี่คือต้นแบบของ “ร้านสะดวกซื้อแห่งอนาคต” ในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยที่เราจะได้เห็นในอีกไม่ช้า



