‘ขยะพลาสติก’ทะลัก หลังบริการส่งอาหารออนไลน์บูมรับคนกักตัว
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” และการประกาศขอความร่วมมือให้ปะชาชนทำงานที่บ้าน การต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานๆ ทำให้บริการเดลิเวอรี่เติบโตขึ้นอย่างมากซึ่งสิ่งที่ตามมาคือปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับประเทศไทย บริการสั่งและส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้ง Grab Food, GET!, Line Man และ Food Panda ซึ่งโมเดลการทำรายได้คือการคิดค่าส่งตามระยะทาง ไปจนถึงการบวกค่าอาหารจากราคาหน้าร้าน บางเจ้าทำโปรโมชันจัดหนักด้วยการเหมาค่าส่งเป็นเรทเดียวในราคาที่ย่อมเยา
ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนเมษายน 2019 Grab Food ทำสถิติส่งอาหารให้ลูกค้าแล้วมากกว่า 4 ล้านครั้ง โดยคาดการณ์ว่ายอดการสั่งอาหารจะเพิ่มสูงขึ้นไปแตะ 20 ล้านครั้งภายในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านครั้งในปีที่แล้วแบบก้าวกระโดด
การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน 1 ครั้ง สำหรับ 1 เมนู ทำให้เกิดการใช้ขยะพลาสติกมากกว่า 5 ชิ้นขึ้นไป เช่น ข้าวมันไก่ 1 กล่อง อาจจะประกอบไปด้วย กล่องข้าว ช้อมพลาสติก ส้อมพลาสติก ถุงใส่ช้อมส้อม ถุงน้ำจิ้ม ถุงน้ำซุป ถุงพลาสติกใหญ่สำหรับใส่อาหารทั้งหมด ในขณะที่การสั่งเครื่องดื่ม อาจทำให้เกิดขยะที่มากกว่าแก้วพลาสติก 1 ใบ เนื่องจากการสั่งกลับบ้านจะต้องแยกน้ำแข็งใส่แก้วพลาสติกอีกใบ ฝาครอบแก้ว หลอด และถุงพลาสติกเพื่อใช้ในการหิ้ว

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาขยะเพิ่มขึ้น มาจาก 2 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มขยะจากการส่งอาหารออนไลน์ โดยเฉพาะฟู้ดเดลิเวอรี่ ประกอบด้วยถุงพลาสติก กล่องพลาสติก และพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพิ่มขึ้น 15% หรือเพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ตันต่อวัน จากปกติประเทศไทยผลิตขยะพลาสติก 2 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 1,500 ตันต่อวัน โดยเฉพาะในพื้นที่กทม.เพิ่มขึ้นถึง 1,500 ตันต่อวัน และยังพบว่าปริมาณขยะเศษอาหาร หรือขยะเปียกถูกทิ้งปะปนมากับขยะทั่วไปเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการลดการใช้พลาสติกเท่าที่จำเป็น หรือปฏิเสธการใช้พลาสติกบางชนิด หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการเพิ่มหรือสะสมของปริมาณขยะพลาสติกที่จะส่งผลต่อการกำจัดในอนาคต
2.ปริมาณขยะที่เกิดจากหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ซึ่งถูกทิ้งอย่างถูกวิธีผ่านการทิ้งแบบคัดแยกขยะ มีจำนวนทั่วประเทศประมาณ 1.5 – 2 ล้านชิ้นต่อวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.เพิ่มขึ้นถึง 150 ตันต่อวัน
ในส่วนที่ถูกทิ้งไม่ถูกวิธีปะปนอยู่กับประเภทอื่น จะสามารถต่อให้เกิดอันาตรายจากการติดเชื้อได้ เนื่องจากหน้ากากอนามัยที่ถูกทิ้งนั้น เป็นขยะติดเชื้อหรือขยะมีพิษ จึงอยากขอให้ประชาชนควรแยกการทิ้งหน้ากากอนามัยใย้ที่ใช้แล้วออกจากขยะทั่วไป แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสีแดง หรือถังขยะอันตราย เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปกำจัดด้วยการเผาผ่านเตาเผาชีวมวลที่มีระบบบำบัดมลพิษ มีอุณหภูมิความร้อนสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์โควิด-19 ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะปริมาณรถยนต์บนท้องถนนลดลง




