difference-thinking

ดร.เทียม โชควัฒนา (ตอนที่ 7)

บุญคุณ

การทำงานที่ร้านลี้เปียวฮะ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2474 เป็นต้นมา ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่างานง่ายๆ ธรรมดาๆ บรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายจะแย่งกันทำเสมอ แต่งานยากๆ หนักๆ เหน็ดเหนื่อยทั้งกำลังกายกำลังสมอง ทุกคนจะพยายามหลีกเลี่ยง แม้จะรู้ก็มักจะแกล้งทำเฉยเสีย

เพราะฉะนั้นงานยากๆ คุณอาจะโยนให้ข้าพเจ้าทำเป็นส่วนใหญ่ ข้าพเจ้าก็ยินดีรับ เพราะตระหนักว่างานง่ายๆ ข้าพเจ้ามีความรู้อยู่แล้ว เพราะเคยทำมาก่อน ต้องยอมเหน็ดเหนื่อยยากลำบากกับงานใหม่ ๆ เพื่อจะได้มีความรู้และประสบการณ์เพิ่มขึ้น ข้าพเจ้าต้องรับเหมาแต่งานหนักๆ ยากๆ แต่เพื่อคุณพ่อและเพื่อความก้าวหน้าของร้านลี้เปียวฮะ ข้าพเจ้ายินดีอดทนต่อสู้เสมอ แต่คำพูดบางคำของคุณอา ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บปวดแล้วขมขื่นใจ

คุณอา ผู้เป็นหลงจู๊ร้านลี้เปียวฮะเรียกข้าพเจ้าไปหาและพูดเสมอว่า

“กิจการร้านลี้เปียวฮะเป็นของพ่อเจ้า แต่ฉันเป็นคนทำ ที่เรามีกินมีใช้ไม่ต้องยากลำบาก เพราะการทำงานอย่างหนักของฉันคนเดียว”

แรกทีเดียว ข้าพเจ้ารับทราบด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจว่าคุณอาเป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถืออย่างยิ่ง เมื่อคุณอาเรียกไปพูดตอกย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ต่อหน้าบุคคลภายนอก และบางครั้งใช้คำพูดรุนแรง

“ถ้าไม่ได้ฉัน พวกเจ้าจะต้องเป็นขอทาน พวกเจ้าไม่มีปัญญาทำมาหากินอะไรหรอก”

สำหรับข้าพเจ้า การตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมาทำงาน เป็นเรื่องซึ่งแสดงถึงความเสียสละ แต่ในระหว่างการทำงานอย่างหนัก ข้าพเจ้ายังถูกบรรดาคุณอาดูถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรมอยู่เสมอ อาจจะเป็นเพราะว่าข้าพเจ้าทำงานใกล้ชิดคุณพ่อ คุณอาคนหนึ่งจึงสบประมาทข้าพเจ้าอย่างไม่เกรงใจว่า

“ทำงานไม่ได้ความ ถ้าแต่งงานก็ไม่มีปัญญาจะหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้”

ในตอนนั้นลูกๆ ของคุณอาบางคนยังเรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ และเรียนอยู่ชั้นสูง บางคนได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ขณะที่ข้าพเจ้าลูกชายเจ้าของร้านลี้เปียวฮะ ต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยคุณพ่อ

คำพูดที่รุนแรงและไม่ไว้หน้ากัน ค่อยๆ ทำให้บุญคุณของคุณอาเสื่อมลงเป็นลำดับจนหมดสิ้นในที่สุด เพราะเกิดความรู้สึกว่าคุณอาเจตนาลำเลิกและทวงบุญคุณอย่างไม่มีเหตุผล

Related Articles

Back to top button