Biznews

“เซ็นทรัลซื้อแกร็บ/SAPPE ซื้อดาน่อน” ถึงยุคปลาใหญ่กินปลาใหญ่

ไม่รู้ว่าถือฤกษดีช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนหรือเปล่า สำหรับอภิมหาดีลระหว่างยักษ์ชนยักษ์อย่าง บริศท เซ็นทรัล กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปลีกเมืองไทยกับบริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ (แกร็บ) ผู้นำแพลตฟอร์ม O2O (Online to Offline) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการลงทุนในแกร็บ ประเทศไทย เป็นมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าถือหุ้นแบบไม่มีอำนาจควบคุมในสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญ โดยการจับมือเป็นพันธมิตรครั้งสำคัญในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ นิว เอ็กซ์พีเรียนซ์ อีโคโนมี (New Experience Economy)ที่มอบประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงผู้ให้บริการรายย่อยจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ เซ็นทรัลเพิ่งประกาศเปิดตัว ดอลฟิน วอลเล็ต บริการกระเป๋าเงินออนไลน์ร่วมกับ เจดี ดอทคอม หลังประกาศลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) ตั้งกิจการร่วมค้า กับ เจดี ดอทคอม เมื่อปี 2560  แน่นอน เซ็นทรัลกำลังหวังพึ่งพาช่องทางออนไลน์เพื่อกระตุ้นยอดขายอีกทางหนึ่งจากการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ ถือเป็นบิสสิเนสโมเดลรูปแบบใหม่  

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ให้เหตุผลถึงการดีลครั้งนี้ว่า แกร็บ ถือเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนไลน์-ทู-ออฟไลน์ ที่เติบโตและขยายการให้บริการในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ  อีกทั้งมีบริการอันหลากหลายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนมากเช่นเดียวกับธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล  จึงร่วมเป็นพันธมิตรกับแกร็บ เพื่อมุ่งปฏิวัติอุตสาหกรรมค้าปลีกและการบริการ ซึ่งถือเป็นยุทธ์ศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของประเทศไทย   โดยกลุ่มเซ็นทรัลและแกร็บได้ตกลงผสานความร่วมมือกันทั้งในด้านการให้บริการเดินทาง  การส่งอาหารและสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต ลอจิสติกส์  และบริการอื่นๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า และผู้เช่า ของทั้งกลุ่มเซ็นทรัลและแกร็บ

การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ‘นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี’ (New Central, New Economy) โดยจะยังคงพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำด้านดิจิทัลหลากหลายแห่ง

 

 

ทั้งนี้ การร่วมมือกับแกร็บถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งในการก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงลูกค้าแบบออมนิแชแนลในทุกช่องทาง เพื่อมอบบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการด้านไลฟ์สไตล์องลูกค้าทุกที่ ทุกเวลา โดยเราจะร่วมมือกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ สุดพิเศษ ไม่เหมือนใคร ภายใต้ชื่อ ‘เซ็นทรัล-เอ็กซ์พีเรียนซ์’ (Central-Experience) ด้วยการยกระดับเครือข่ายและความแข็งแกร่งของกลุ่มเซ็นทรัลอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในเบื้องต้นมีดังนี้

● บริการส่งอาหาร: ให้บริการส่งอาหารจากร้านอาหารและแบรนด์ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล  ผ่านบริการ  แกร็บฟู้ด เพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมเพิ่มความหลากลายของเมนูอาหาร ขนม และเครื่องดื่มให้ลูกค้าแกร็บได้เลือกสรร
● บริการลอจิสติกส์: มอบบริการส่งพัสดุออนดีมานด์และส่งพัสดุด่วนสำหรับธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัลและพาร์ทเนอร์ ผ่านบริการแกร็บเอ็กซ์เพรส
● บริการเดินทาง: มอบบริการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า แขกที่เข้าพัก และนักท่องเที่ยว ในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมในเครือบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล 

อย่างไรก็ตาม แกร็บเพิ่งฉลองการเดินทางครบ 3 พันล้านเที่ยวในเดือนนี้ หลังจากที่เพิ่งฉลองการเดินทางครบ พันล้านเที่ยวไปเมื่อ 6 เดือนก่อน แอพพลิเคชั่นแกร็บมียอดดาวน์โหลดบนโทรศัพท์มือถือรวมทั้งสิ้นกว่า 130 ล้านเครื่อง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ คู่ค้า และตัวแทนต่างๆ รวมกว่า 8.5 ล้านราย  โดยแกร็บคือผู้ให้บริการด้านการเดินทางแบบออนดีมานด์ที่มีความหลากหลายที่สุดในภูมิภาค นอกเหนือไปจากบริการส่งอาหารและพัสดุ

ไม่เพียง 2 ยักษ์ใหญ่ต่างขั้วแต่เอื้อต่อธุรกิจได้อย่างครบวงจร ยังมีอีกหนึ่งดีลสำคัญเมื่อ บอร์ด SAPPE อนุมัติแผนจับมือ MYEN PTE.LTD. หรือ Danone จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ทุนจดทะเบียนประมาณ 300 ล้านบาท โดย SAPPE ถือหุ้น 25% รองรับแผนการรุกตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน All COCO เพิ่มเป็น 51% จากเดิม 40% ก้าวสู่การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ผู้นำการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มนวัตกรรมที่มุ่งตอบสนองผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 มีมติอนุมัติให้บริษัท เซ็ปเป้ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ SAPPE ถือหุ้น 100% จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง SAPPE กับบริษัท MYEN PTE.LTD. หรือ Danone ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ Danone SA ถือหุ้น 100% เพื่อร่วมกันพัฒนา ผลิต ทำการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย โดยมีทุนจดทะเบียนประมาณ 300 ล้านบาท แบ่งชำระเป็น 3 งวด ภายในระยะเวลา 2 ปี โดย SAPPE Holding จะถือหุ้นในสัดส่วน 25% ผ่านการใช้กระแสเงินสดภายในเป็นแหล่งเงินทุน ขณะที่ Danone ถือหุ้นในสัดส่วน 75% คาดว่าการดำเนินงานจะเริ่มในไตรมาสแรกของปี 2562

ทั้งนี้ Danone เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลกที่มีเป้าหมายที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาการผลิต การตลาดและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ ความปลอดภัยและสุขภาพ ขณะที่ SAPPE มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความเข้าใจเชิงลึกในตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ในประเทศไทย รวมทั้งมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ดังนั้น ความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงเป็นการผสานความแข็งแกร่งของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีมติอนุมัติการเข้าลงทุนในบริษัท ออล โคโค จำกัด ผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ขนมจากน้ำมะพร้าวน้ำหอม เพิ่มเป็น 51% จากเดิมที่ถือหุ้น 40% โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ส่งผลให้ SAPPE ก้าวสู่การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ออล โคโค ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้

กลุ่มบริษัท ดาน่อน (Danone)

กลุ่มบริษัทดาน่อน ยักษ์ใหญ่ผลิตภัณฑ์อาหารนมของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญในเรื่องโยเกิร์ตระดับโลกที่มีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างมาก สำหรับประเทศไทยผลิตภัณฑ์ที่คุ้นตาผู้บริโภคในเครือดาน่อนประเภทโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวจะอยู่ภายใต้ชื่อ “แอคทีเวีย” แต่บริษัทดาน่อนนั้นไม่ได้ลงทุนตั้งโรงงานผลิตเองในเมืองไทย ดาน่อนได้จ้างบริษัทดัชมิลล์ให้ผลิตแทน นอกจากนี้กลุ่มบริษัทดาน่อนยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก อาทิเช่น น้ำแร่เอเวียง(Evian) ,น้ำแร่วอลวิก (Volvic) เป็นต้น

ลักษณะธุรกิจของ SAPPE

บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ภายใต้ 14 ตราสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย1) ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม ได้แก่ เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์, เซ็ปเป้ บิวติ ชอท และ เซนต์ แอนนา 2) ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำผลไม้ เครื่องดื่มแต่งกลิ่นผลไม้ ได้แก่ เซ็ปเป้ อโลเวร่า,เซ็ปเป้ ฟอร์ วัน เดย์, โมกุ โมกุ, กุมิ กุมิ by โมกุ โมกุ และ เซ็ปเป้ จูซมี 3) ผลิตภัณฑ์ประเภทผงพร้อมชง เพื่อสุขภาพ และ ความงาม ได้แก่ เพรียว คอฟฟี่ และ สริมฟิต คอฟฟี่ ซึ่งเป็นกาแฟควบคุมน้ำหนัก และ เพรียว คลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติในการช่วยดีท็อกซ์ขับล้างสารพิษ และเซ็ปเป้ บิวติ พาวเดอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดผง 4) ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มปรุงสำเร็จพร้อมดื่มอื่นๆ ได้แก่ เพรียว คอฟฟี่ แบบกระป๋อง

นั่นคือบิสสิเนสโมเดลรูปแบบใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เราคิดไม่ถึง นั่นแสดงว่า หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นปลาเร็วกินปลาช้า และปลาใหญ่กินปลาใหญ่ด้วยกันเองต่างหาก 

Related Articles

Back to top button