Biznews
เหล่าทาสโปรดทราบ!เห็บบนหมา–แมว อย่าใช้มือบี้ แค่ครั้งเดียวเชื้ออาจรุนแรงถึงชีวิต!

‘หมอเจด’ หรือนายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า.
เห็นเห็บบนหมา–แมว อย่าเผลอใช้มือบี้!แค่ครั้งเดียวเชื้ออาจรุนแรงถึงชีวิต!
คนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวจะเข้าใจภาพนี้ดีครับ
เวลาเราเกาพุง ลูบหัว หรือแหวกขนเล่นกับเขา แล้วนิ้วไปสะดุดกับเม็ดแข็ง ๆ เม็ดหนึ่ง
แหวกดูอีกที
“เห็บนี่หว่า”
สิ่งที่หลายคนทำต่อแทบจะอัตโนมัติเลยครับ คือรีบหยิบออก แล้วใช้นิ้วหรือเล็บ บี้ให้ตายตรงนั้นเลย
เพราะเราไม่ได้คิดถึงตัวเองหรอกครับ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า “เอาออกจากลูกก่อน เดี๋ยวมันดูดเลือด เดี๋ยวเขาคัน”
ผมเข้าใจเลย โดยเฉพาะบ้านที่รักหมารักแมวเหมือนคนในครอบครัว เห็นอะไรเกาะอยู่บนตัวเขาก็อยากจัดการให้เร็วที่สุด
แต่จากนี้ผมอยากให้เปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ อย่างหนึ่งครับ
เห็นเห็บ อย่าใช้มือเปล่าบี้
เพราะเห็บไม่ได้สร้างปัญหาแค่กับหมาแมว มันสามารถเป็นพาหะของเชื้อที่ทำให้คนป่วยได้ และเชื้อบางชนิด เช่น SFTS สามารถทำให้เกิดไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ และในรายรุนแรงอาจกระทบหลายอวัยวะจนเสียชีวิตได้
ไม่ใช่ว่าแตะเห็บครั้งเดียวแล้วจะติดแน่นอนนะครับ
แต่ในเมื่อเราลดความเสี่ยงได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีจับเพียงนิดเดียว ผมว่าไม่คุ้มเลยที่จะใช้มือเปล่าเสี่ยง
ลองดูมือเราครับ
หนังข้างเล็บลอกนิดหนึ่ง
มีแผลจากกระดาษบาด
โดนแมวข่วนเมื่อวาน
ผิวแตกจนแทบมองไม่เห็น
แผลเล็กระดับนี้หลายครั้งเราแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่
ถ้าเราใช้นิ้วบี้เห็บจนตัวแตก เลือดหรือของเหลวจากตัวเห็บก็อาจสัมผัสผิวหนังของเราโดยตรง แล้วอีกไม่กี่นาทีเราก็อาจเผลอขยี้ตา จับจมูก หรือหยิบของกินต่อ
ทางสำคัญของโรคจากเห็บหลายชนิดยังเป็น การถูกเห็บที่มีเชื้อกัด ครับ แต่การเอามือเปล่าไปบดขยี้มัน เป็นการเพิ่มการสัมผัสที่เราไม่จำเป็นต้องมีเลย
ช่วยเขาได้เหมือนเดิมครับ
แค่ช่วยแบบที่เราปลอดภัยด้วย
บ้านไหนเคยเจอเห็บบนตัวน้องหนึ่งตัว แล้วอีกไม่กี่วันเริ่มเห็นตามพื้น ตามผนัง หรือบริเวณที่น้องนอน จะรู้เลยครับว่ามันน่าปวดหัวแค่ไหน
เพราะเห็บไม่ได้ใช้ชีวิตทั้งหมดอยู่บนตัวสัตว์
บางระยะของวงจรชีวิตสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ จึงต้องมองไปถึงที่นอน กรง ซอกพื้น ลาน หรือบริเวณที่สัตว์ใช้เวลาอยู่บ่อย ๆ ด้วย
ดังนั้นถ้าเริ่มพบเห็บหลายตัว
อย่าใช้วิธีนั่งถอนวันละตัวแล้วคิดว่าจบครับ
ต้องจัดการ ทั้งตัวสัตว์และสิ่งแวดล้อม
ตรงนี้สัตวแพทย์ช่วยเลือกยาป้องกันเห็บที่เหมาะกับน้ำหนัก อายุ สุขภาพ และชนิดของสัตว์ได้ดีกว่าซื้อมาใช้เอง
โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงทั้งหมาและแมว ต้องระวังมาก เพราะผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บบางชนิดที่ใช้กับสุนัข เป็นพิษรุนแรงต่อแมวได้
รักเขาเหมือนกัน แต่ยาที่ใช้ไม่เหมือนกันนะครับ
ถ้ามีเห็บเกาะอยู่ไม่กี่ตัวและต้องจัดการเอง ให้ใส่ถุงมือก่อนครับ แล้วใช้อุปกรณ์คีบเห็บหรือแหนบที่เหมาะสมแทนการใช้เล็บ
หลีกเลี่ยงการบีบตัวเห็บจนแตก เพราะสิ่งที่เราต้องการคือเอามันออกโดยลดการสัมผัสเลือดหรือของเหลวจากตัวมันให้น้อยที่สุด
หลังจัดการเสร็จให้ล้างมือด้วยสบู่ แม้จะใส่ถุงมือก็ตาม
ถ้าเห็บเต็มตัว มีแผลอักเสบ น้องซึม ไม่กินอาหาร เหงือกซีด มีไข้ หรือสุขภาพเปลี่ยนไป ผมอยากให้ไปหาสัตวแพทย์มากกว่านั่งถอนกันเองทั้งบ้านครับ
เพราะเห็บเองก็ทำให้หมาแมวป่วยจากโรคที่มากับเห็บได้เหมือนกัน
ตรงนี้เราไม่ได้ป้องกันแค่ตัวเรา
เรากำลังดูแลเขาด้วย
ผมว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะพอมีข่าวโรครุนแรง คนที่เพิ่งนึกได้ว่า
“เมื่อวานเพิ่งบี้ไปเลย”
อาจตกใจเกินเหตุได้
การสัมผัสครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าจะติดเชื้อแน่นอนครับ
ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที ดูว่าบริเวณที่สัมผัสมีแผลหรือไม่ แล้วจำช่วงเวลาที่เกิดเหตุเอาไว้
หลังจากนั้นสิ่งที่มีประโยชน์กว่าการนั่งกังวล คือ สังเกตร่างกาย
ถ้าในช่วงวันต่อ ๆ มาเกิดไข้สูง อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีจุดเลือดออกง่าย หรืออาการผิดปกติชัดเจน ให้ไปพบแพทย์ และบอกประวัติด้วยว่า
“ช่วงก่อนหน้านี้มีการสัมผัสเห็บจากหมาหรือแมวครับ”
ประโยคนี้สำคัญมาก
เพราะหมอเห็นคนมีไข้ ไม่สามารถรู้ได้เองว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเราเพิ่งเอาเห็บออกจากน้องที่บ้าน
อันนี้ผมอยากพูดกับคนรักสัตว์โดยเฉพาะเลย
อ่านเรื่องนี้แล้วไม่ต้องกลับบ้านไปมองน้องแบบ
“เอ๊ะ…วันนี้ไม่กอดก่อนแล้วกัน”
กอดเหมือนเดิมครับ
ลูบหัวเหมือนเดิม
นอนด้วยกันถ้าปกติบ้านทำแบบนั้น
เล่นกันเหมือนเดิม
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ การควบคุมเห็บและวิธีสัมผัสเวลาพบเห็บ
ไม่ใช่ความสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยง
จริง ๆ คนที่ใกล้ชิดหมาแมวนี่แหละครับ ได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะเรารู้ว่าปกติขนเขาเป็นอย่างไร ผิวเป็นอย่างไร และอะไรที่โผล่มาแล้ว “ไม่ใช่ของเดิม”
เวลาลูบเขา ลองแหวกดูบ้างโดยเฉพาะรอบหู คอ รักแร้ ซอกขา ระหว่างนิ้วเท้า และจุดที่เขาชอบเกาหรือเลียผิดปกติ
สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เจ้าของที่กลัวเขาครับ
แต่เป็นเจ้าของที่ รู้ทันสิ่งที่มากับตัวเขา

คนเลี้ยงสัตว์จะรู้ดีครับว่า ถ้าเห็บเริ่มระบาดในบ้านแล้ว งานใหญ่กว่าที่คิด
วันนี้ถอนสามตัว
พรุ่งนี้เจออีกสอง
อีกอาทิตย์เริ่มเจอที่พื้น
จากเรื่องเล็กกลายเป็นทั้งคนทั้งสัตว์เหนื่อยกันหมด
เพราะฉะนั้นบ้านที่หมาแมวออกสนาม ไปสวน เจอสัตว์ตัวอื่น หรือเคยมีประวัติเห็บ ควรคุยกับสัตวแพทย์เรื่องการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ
ยาป้องกันปัจจุบันมีหลายรูปแบบครับ ทั้งกิน หยด หรือปลอกคอ แต่ไม่ได้เหมาะกับสัตว์ทุกตัวเหมือนกัน
และอย่าหยิบยาคน ยาฆ่าแมลงในบ้าน หรือสูตรที่แชร์ต่อ ๆ กันมาทดลองบนตัวน้องเอง
สิ่งที่ฆ่าเห็บได้
ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยกับหมาหรือแมวครับ
คนรักหมาแมว ผมอยากฝาก 5 อย่างนี้ไว้เลยครับ
• เวลาลูบหรืออาบน้ำให้น้อง ลองเปิดขนเช็กเห็บไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณหู คอ รักแร้ ซอกขา และเท้า
• เจอเห็บแล้วอย่าใช้เล็บหรือนิ้วบี้ ให้ใส่ถุงมือและใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม
• ถ้าเริ่มเจอหลายตัว ให้จัดการทั้งตัวสัตว์ ที่นอน กรง และบริเวณที่สัตว์อยู่ ไม่ใช่ถอนออกอย่างเดียว
• ใช้ยาป้องกันเห็บตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และอย่าเอาผลิตภัณฑ์ของสุนัขมาใช้กับแมวเอง
• หลังสัมผัสเห็บ ถ้ามีไข้หรืออาการผิดปกติ ให้บอกแพทย์เรื่องประวัติสัมผัสเห็บด้วย
ผมเชื่อว่าคนที่เคยเอามือบี้เห็บให้หมาแมว ไม่ได้ทำเพราะประมาทครับ
ส่วนใหญ่ทำเพราะเห็นแล้วรำคาญแทนเขา
กลัวเขาคัน
กลัวเขาเจ็บ
กลัวเห็บดูดเลือด
ก็เลยอยากรีบเอาออกให้ลูก
ความรู้เรื่องนี้จึงไม่ได้มีไว้ให้รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำครับ
แค่ครั้งหน้าถ้าแหวกขนแล้วเจอเจ้าตัวเล็ก ๆ เกาะอยู่
จำผมไว้ประโยคเดียวก็พอ“ช่วยน้องเหมือนเดิม แต่อย่าเอามือเปล่าไปบี้”เพราะเราดูแลหมาแมวให้แข็งแรงกันมาตั้งเยอะแล้วก็อย่าลืมดูแลคนที่ต้องอยู่กอดเขาไปอีกนาน ๆ ด้วยนะครับ




